ก๊อกน้ำทองเหลืองบนอ่างล้างหน้าส่งเสียงหยดติ๋ง… ติ๋ง… ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะ คีริน!"
เสียงหวานที่สั่นเครือด้วยความโกรธเกรี้ยวสะท้อนก้องห้องน้ำหรูหรา รินรดาถอยร่นจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับกระจกเงาบานใหญ่ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและทิฐิที่กำลังถูกบดขยี้ เธอเชิดหน้าขึ้นสู้กับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
คีรินไม่ตอบคำชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบสีนิลดุจสัตว์ป่ากระหายเหยื่อกำลังทอประกายวับวามอย่างน่ากลัว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาวางมือข้างหนึ่งทาบลงบนกระจกเหนือศีรษะเธอ กักขังร่างของหญิงสาวไว้ในอาณัติของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ ริน..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเยียบเย็น เขาก้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้วเนียนนุ่ม "จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ... ทุกตารางนิ้วบนร่างของเธอ และลมหายใจทุกลมหายใจที่เธอกำลังใช้อยู่ตอนนี้ มันเป็นของฉัน ตั้งแต่วินาทีที่เธอเลือกจะก้าวเข้ามาในโลกของฉันแล้ว"
"คนเผด็จการ! คนสารเลว!"
รินรดาตวาดกลับด้วยความเหลืออด เธอยกมือขึ้นหมายจะตบใบหน้าหล่อเหลานั้นให้หายแค้น แต่ทว่า… ไวกว่าความคิด ข้อมือเรียวเล็กทั้งสองข้างถูกรวบตรึงด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาอย่างง่ายดาย ดึงขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยแรงมหาศาล ร่างบางถูกกดแนบชิดกับอกแกร่งจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนระอุและอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วของอีกฝ่าย
"จะด่าฉันอีกสักกี่คำก็ได้นะริน... แต่อย่าได้คิดใช้มือคู่นี้แตะต้องหน้าฉันอีก" คีรินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียม "เธอคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าไอ้ภาคินมันเสนออะไรให้เธอ... ถึงทำให้เธอทำตัวพยศนักหนา อยากไปอยู่กับมันมากนักใช่ไหม หื้ม?"
"คุณกำลังเข้าใจฉันผิด... อื้อ!"
คำแก้ตัวถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี แรงจูบที่ทั้งดุดัน คลั่งไคล้ และเต็มไปด้วยความหึงหวงบ้าคลั่งราวกับจะลงทัณฑ์ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอบิดเร้าส่ายหน้าหนีและพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานแรงของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้
ปลายนิ้วแกร่งบีบเข้าที่กรามมนบังคับให้อ้าปากรับสัมผัสวาบหวามที่เขาโหมกระหน่ำเข้ามา ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความรุนแรงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้ ร่างกายของรินรดาอ่อนปวกเปียกราวกับเทียนไขที่โดนลนไฟ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความโกรธแค้นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างน่ากลัว
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนเธอแทบจะหลอมละลายรวมร่างไปกับเขา สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าสะโพกและแผ่นหลัง ทำให้รินรดาสั่นสะท้าน เผลอครางประท้วงในลำคอเมื่อมือซุกซนนั้นเริ่มรุกล้ำเข้าไปใต้ร่มผ้า ความเย็นของผิวเนื้อปะทะกับความร้อนผ่าวของฝ่ามือสร้างความวาบหวามจนเธอต้องหลับตาลงแน่นเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้
คีรินผริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอันเร่าร้อน หอบหายใจถี่กระชั้นอย่างน่าเอ็นดู
"ปากดีนักนะ... แต่ร่างกายเธอกลับทรยศคำพูดตัวเองทุกครั้ง ริน" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหู พร้อมกับขบเม้มติ่งหูเบาๆ จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง
"ปล่อย... ปล่อยฉันนะคิน..." เสียงเธอกล่าวอ้อนวอนทั้งที่ไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน
"ไม่ปล่อย... และคืนนี้เธอไม่มีวันได้นอนแน่ ริน"
อุ้งมือแกร่งช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาว รินรดาอุทานด้วยความตกใจ รีบยกแขนคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ คีรินก้าวเดินยาวๆ พาเธอกลับไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ แรงเหวี่ยงเบาๆ ทำให้ร่างของเธอล้มลงไปนอนราบกับที่นอนนุ่ม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพลิกตัวหนี ร่างสูงใหญ่ก็ตามขึ้นมาคร่อมทับไว้ราวกับกรงขังที่ไม่มีวันหลุดพ้น
ความมืดสลัวภายในห้องขับเน้นบรรยากาศให้ยิ่งชวนหลงใหลและอันตรายถึงชีวิต เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยเผยให้เห็นหัวไหล่เนียนนุ่มและผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ คีรินโน้มตัวลงมาประทับจูบซับไล้ตั้งแต่ซอกคอขาวผ่อง ไล่ลงมาถึงไหปลาร้าสวยได้รูป ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้รินรดากรีดร้องด้วยความเสียวซ่าน มือเล็กกำผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อระบายความอัดอั้น
"คิน... ได้โปรด..." น้ำเสียงของเธอกลายเป็นการเว้าวอน
"เรียกชื่อฉันอีกสิริน... บอกฉันสิว่าเธอเป็นของใคร" เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตา ประกายไฟในดวงตาดุร้ายคู่นั้นร้อนแรงราวกับลาวาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
"ฉัน... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยคำใด เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอกห้องก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ตามด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของบอดี้การ์ดคนสนิทที่หน้าประตู
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! โกดังสินค้าโซน C ทางเหนือถูกลอบวางเพลิง และ... และสายรายงานว่าไอ้ภาคินมันนำกำลังบุกเข้ามาที่คฤหาสน์แล้วครับ!"
คีรินชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความเหี้ยมเกรียม รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาในเสี้ยววินาที เขาละสายตาจากเรือนร่างเย้ายวนของหญิงสาวเบื้องล่างอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปากที่ยังคงบวมเจ่อของรินรดาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำให้เธอต้องสันหลังวาบ
"เกมยังไม่จบแค่นี้หรอกคนสวย... อยู่รอฉันตรงนี้ อย่าแม้แต่จะคิดหนีไปไหน ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ทั้งตระกูลของมันและคนรักเก่าของเธอได้กลายเป็นจุลแน่"
พูดจบร่างสูงก็ผุดลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็วแล้วเดินพ้นประตูห้องไป ทิ้งให้รินรดานอนหอบหายใจสะท้านอยู่บนเตียงท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง... ทว่าก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิท เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนกำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของเธอ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—ไม่ใช่เสียงของคีริน แต่เป็นเสียงที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 11
ถูกไล่ต้อนจนมุม
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!