ความมืดมิดภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคฤหาสน์ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเงาตะคุ่มของความเงียบงันที่กัดกินหัวใจ คีรินยืนอยู่ริมกระจกบานใหญ่ ไร้ซึ่งแสงไฟส่องนำทาง มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ทาบทับลงบนไหล่กว้างและสันกรามคมคายที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน รินรดายืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเธอยังคงติดขัดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงหัวค่ำ
รอยกระสุนจากลูกน้องของภาคินยังคงฝังอยู่บนผนังชั้นล่าง เป็นเครื่องเตือนใจว่าโลกของมาเฟียผู้นี้อันตรายเพียงใด แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากระสุนปืน คือแววตาที่คีรินใช้มองเธอยามนี้ แววตาที่ว่างเปล่า ทว่าสั่นไหวราวกับคนใกล้แตกสลาย
"ทำไมคุณถึงยังไม่ไปนอน"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ รื่นหูแต่วังเวง มันไม่ใช่คำสั่งดุดันอย่างเคย หากแต่เจือความเหนื่อยล้าจนน่าตกใจ
"ฉันนอนไม่หลับ..." รินรดาตอบเสียงแผ่ว เธอมองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เกลียดความเผด็จการของเขา เกลียดความหวาดระแวงที่เขาใช้พันธนาการเธอไว้ แต่ในขณะเดียวกัน ภาพที่เขาใช้ร่างตัวเองรับแรงกระแทกเพื่อปกป้องเธอจากคมกระสุนเมื่อวานนี้ ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว "แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงยังไม่พักผ่อน บาดแผลที่แขน..."
"แผลแค่นี้ ไม่ตายหรอก" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกราดคู่นั้นวาววับในความมืด "แต่ถ้าเมื่อกี้... กระสุนนั่นฝังเข้าที่หัวใจเธอ ฉันต่างหากที่จะตายทั้งเป็น"
คำพูดนั้นหนักหน่วงและตรงไปตรงมาจนรินรดากลืนไม่เข้าคายไม่ออก หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิด ทว่าช้าไปเสียแล้ว มือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือบาง ลากจูงเธอเข้าหาตัวด้วยแรงที่แม้จะลดลงจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังมากพอที่จะทำให้เธอไร้ทางหนี
คีรินดันเธอจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับบานกระจกเย็นเฉียบ ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขายิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นอย่างฉับพลัน
"คุณกลัวไหม ริน" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความดุดดันหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความโหดเหี้ยม "กลัวผู้ชายคนนี้ไหม... คนที่พาเธอเข้ามาสู่วงจรอุบาทว์ คนที่ทำให้เธอต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ตลอดเวลา"
รินรดานิ่งงัน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น และเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นรอยร้าวในความแข็งแกร่งของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ คีรินไม่ได้กำลังขู่บังคับ แต่เขากำลังสารภาพความจริงที่กัดกินจิตวิญญาณของเขาเอง
"ฉันเกลียดคุณ..." เธอพยายามเค้นเสียงแข็งกร้าวออกมาเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงกลับทรยศความรู้สึก "ฉันเกลียดที่คุณเอาชีวิตฉันมาผูกไว้กับความแค้นของคุณ เกลียดที่ฉันต้องมาอยู่ตรงนี้..."
"แต่เธอก็ไม่เคยไปไหน" คีรินแทรกขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าดึงดูดสายตาของเธอให้กลับมาสบกับเขา "แม้แต่ตอนที่มีโอกาสหนี เธอก็เลือกที่จะอยู่... ทำไมล่ะ ริน บอกฉันหน่อยสิ"
ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาลูบไล้ไปตามกรอบหน้าเรียวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดจากมือที่เคยคร่าชีวิตคนมานับไม่ถ้วน รินรดาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดมหาศาลที่เธอยังคงพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เพราะฉันโง่..." น้ำตารื้นขึ้นที่ขอบตาของหญิงสาว ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมา "ฉันโง่ที่ปล่อยให้ตัวเอง... รู้สึกเจ็บปวดไปกับคุณ"
สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็ไม่รอช้าอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มทันที เป็นจูบที่ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ แต่เต็มไปด้วยความโหยหา ความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย และความเปราะบางที่ทั้งคู่ต่างพยายามปิดบัง รินรดาเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การต่อต้าน ปล่อยให้เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เธอเองก็โหยหาไม่แพ้กัน
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับกายแกร่ง ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาลบเลือนความเย็นเฉียบของกระจกเบื้องหลังจนหมดสิ้น รสจูบเร่าร้อน ดิบเถื่อน แต่กลับเจือไปด้วยความเว้าวอน จนทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาพร่าเลือน
คีรินถอนริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความมืด
"ถ้าฉันคือความมดมืดในชีวิตเธอ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก "ก็จงปล่อยให้ความมืดนี้กลืนกินเธอไปพร้อมกับฉัน... ตลอดไป"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยคำปฏิเสธหรือยินยอม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วจากด้านนอก ตามด้วยเสียงร้อนรนของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามา
"นายครับ! ภาคินมันส่งคนบุกเข้ามาทางด้านหลังคฤหาสน์แล้วครับ! ตอนนี้พวกมันกำลังคุมเชิงอยู่รอบสระน้ำ!"
ดวงตาของคีรินเปลี่ยนกลับเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกจากเอวขึ้นมาปลดล็อกกระสุนด้วยความชำนาญ
เขากลับมาเป็นมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอีกครั้งในพริบตาเดียว แต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากห้อง คีรินก็หันกลับมามองเธอนิ่งๆ สายตาที่เต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อ้าอาจปฏิเสธ
"ล็อคห้องนี้... ห้ามออกไปไหนจนกว่าฉันจะกลับมา"
ทว่า ในวินาทีที่คีรินหมุนตัวเตรียมพุ่งออกไปรับมือกับศัตรูที่หน้าประตู เสียงปืนนัดแรกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากชั้นล่าง พร้อมกับไฟในคฤหาสน์ที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท และเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่ที่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังชั้นนี้—ไม่ใช่เสียงของลูกน้องเขา แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่ล่วงรู้ทางลับเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้แล้ว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ โดยคิราห์ลวงรักครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 19
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!