คราบเลือดจางๆ บนปกเสื้อสูทราคาแพงของภาคินยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ขณะที่กลิ่นอายความตายในค่ำคืนอันมืดมิดเมื่อวานยังไม่ทันจางหาย รินรดาก็พบว่าตนเองถูกกักขังไว้อย่างอารยะในห้องนอนกว้างขวางของคีริน เพนเฮ้าส์หรูใจกลางมหานครที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่สำหรับเธอแล้ว ที่นี่ไม่ต่างอะไรจากกรงทองที่ซ่อนเร้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนของซาตานไว้เบื้องหลังม่านกำมะหยี่
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ รินรดายืนอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ ร่างระหงสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่ด้วยความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้เพิ่งผลักประตูเข้ามา
"คุณควรจะพักผ่อน ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเฉยแต่น่าเกรงขาม คีรินถอดเสื้อสูทเนื้อดีออกโยนไว้บนโซฟาตัวยาว ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีตที่โชกโชน ดวงตาคมก్రిบราวกับเหยี่ยวจ้องมองเธอไม่วางตา มันเป็นสายตาที่ทั้งกระหายและหวงแหนในเวลาเดียวกัน
"ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นค่ะ... เอ่อ... ฉันหมายถึง ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาที่คุณจะเอามาเก็บไว้ในกรงแล้วสั่งให้ทำตามใจชอบได้นะคะ" รินรดาเผลอหลุดปากแก้คำพูดเมื่อปะทะเข้ากับดวงตาดุคู่นั้น แต่ศักดิ์ศรีก็ทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นสู้
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหนา เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ ก่อนที่รินรดาจะทันได้ถอยหนี เอวบางก็ถูกวงแขนแข็งแกร่งดึงรั้งเข้าหาจนแผ่นหลังชนเข้ากับอกแกร่ง แนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนน่าตกใจ
"ปากเก่งขึ้นทุกวัน... คงเพราะรอดมาจากเงื้อมมือของไอ้ภาคินสินะ ถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้" ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงของเขาพร่าต่ำและเต็มไปด้วยความอันตราย "รู้ไหม... ตอนที่ฉันรู้ว่ามันแตะต้องตัวเธอแม้แต่นิดเดียว ฉันเกือบจะสั่งพังตึกของมันให้ราบเป็นหน้ากลองโดยไม่สนกฎหมายบ้านเมืองไหนทั้งนั้น"
รินรดาใจกระตุกวาบเมื่อปลายนิ้วแข็งกระด้างไล้ไปตามแนวคางของเธอ บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับจูบอันดุดันที่พุ่งเข้ามาอย่างไร้การปรานี ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้กลีบปากนุ่มของเธออย่างเร่าร้อน รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความปรารถนาอันดิบเถื่อนผสมปนเปกันจนแทบขาดใจ รินรดาพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ยิ่งขัดขืน อ้อมแขนที่รัดรึงก็ยิ่งแน่นแฟ้นราวกับเหล็กกล้า
ลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปัดป่ายไปตามส่วนโค้งเว้าของแผ่นหลัง สัมผัสผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ความเร่าร้อนแผ่ซ่านเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นเพลิงเสน่หาที่ยากจะต้านทาน ร่างบางอ่อนระทวยลงในอ้อมกอดของเขาอย่างจำนนต่อสัมผัสอันชำนาญและทรงพลัง
คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากแนบชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจทั้งคู่หอบกระชั้น ร่างกายแนบสนิทจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคายเมื่อเห็นดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสלבสัน
"เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ริน... ไม่ว่าโลกใบนี้จะกว้างแค่ไหน สุดท้ายเธอก็ต้องกลับมาอยู่ในอ้อมแขนนี้อยู่ดี" เขา กระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาดำสนิทลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ไม่อาจดับลงได้ "คืนนี้... มาพิสูจน์สิว่าเธอเป็นของใครกันแน่"
ไม่รอให้หญิงสาวได้ปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ซุกไซ้ลงที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ สร้างร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะที่มือหนาช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก รินรดาร้องอุด้วยความตกใจแต่ก็ต้องคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงทำให้เธอพร่าเลือน สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ทีละน้อย
ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนอนกว้างใหญ่หนานุ่มอย่างทะนุถนอมในวินาทีแรก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตามทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นเงาร่างสองร่างที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนอันยาวนาน
บทเพลงรักที่บรรเลงด้วยความเร่าร้อน ดิบเถื่อน แต่เปี่ยมล้นด้วยแรงดึงดูดอันทรงพลังดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงกระซิบพร่าหวาน รินรดิกำผ้าปูเตียงแน่น ปล่อยให้ร่างกายและจิตวิญญาณตกเป็นเชลยของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ความเจ็บปวดเลือนหายไป เหลือไว้เพียงความสุขสมอันล้ำลึกที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ ความสัมพันธ์ที่เคยกั้นด้วยกำแพงแห่งความหวาดระแวง บัดนี้ได้ถูกหลอมละลายลงด้วยไฟสวาทที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะหวนกลับ
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนอนที่เหลือเพียงเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน คีรินนอนตะแคงกอดร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวไว้แนบอก มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างอ่อนโยน ผิดกับภาพลักษณ์ดุร้ายเมื่อครู่ลิบลับ รินรดาหลับตาพริ้มซบหน้าลงกับแผงอกแกร่ง ลมหายใจสม่ำเสมอแสดงถึงความเหนื่อยอ่อน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศเงียบสงบลงในพริบตา คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาดุคมกริบตวัดมองไปทางประตูทันที มือหนาคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างลวกๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
บอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือก กระซิบรายงานเสียงเบาแต่เฉียบขาดเข้าหูผู้เป็นนาย "นายครับ... สายของเราที่ซุ้มของภาคินรายงานมาว่า ตอนนี้พวกมันกำลังเคลื่อนกำลังพลทั้งหมด มุ่งหน้ามาที่นี่ครับ... และดูเหมือนว่าพวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว"
คีรินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะออกคำสั่ง เสียงสัญญาณเตือนภัยไซเรนนิรภัยทั่วเพชเฮ้าส์ก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมเพรียงกัน หน้าจอคอมพิวเตอร์ระบบรักษาความปลอดภัยตัดภาพวิดีโอวงจรปิดเผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตกำลังพังประตูชั้นล่างเข้ามา... และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บุคคลที่ยืนอยู่หน้าสุดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อคืนนี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้มากๆ นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ โดยคิราห์ลวงรักครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 20
แสงสว่างท่ามกลางความมืด
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!