กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน แต่สิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่ากลับเป็นอุณหภูมิในห้องสี่เหลี่ยมทึบแสงแห่งนี้ คีรินยืนค้ำร่างสูงใหญ่ของตนเข้าหารินรดาที่ถูกต้อนจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับบานกระจกเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบดั่งคมมีดของมาเฟียหนุ่มไม่ได้มองไปที่ร่องรอยการต่อสู้ภายนอกเลยแม้แต่น้อย สายตาคู่นั้นจดจ้องเพียงริมฝีปากสั่นระริกและดวงตาที่ฉายแววตื่นตระหนกของหญิงสาวตรงหน้า
"ไม่ใช่ภาคิน..." ประโยคที่เพิ่งหลุดออกจากปากของเขาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวลอยู่ในโสตประสาท รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเย็นของกระจกด้านหลังตัดกับไอร้อนแผดเผาที่แผ่ออกมาจากร่างกายของคนตรงหน้าจนเธอดốcเสียการทรงตัว
"คุณหมายความว่ายังไง... พ่อของคุณเนี่ยนะ?" เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอ เมื่อปลายนิ้วแกร่งของคีรินเอื้อมขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคงและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ปฏิเสธไม่ได้
"ใช่ครับ..." คีรินกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน "คนที่อยากให้ผมหายไปจากโลกนี้... คนที่ส่งมือปืนมาในคืนนี้ ไม่ใช่ไอ้ศัตรูหน้าไหนที่ไหนไกล แต่เป็นผู้ชายที่ให้กำเนิดผมเอง หึ... น่าขันสิ้นดีใช่ไหมครับริน"
รอยยิ้มหยันที่มุมปากของคีรินไม่ได้ทำให้เขาน่าสงสารเลยสักนิด ในทางกลับกัน มันกลับดูอันตรายและบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกระสุนปืนหรือศัตรูภายนอก แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก และความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้างของมาเฟียหนุ่ม
"คิน..." เธอเผลอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยกขึ้นแตะท่อนแขนแกร่งที่กั้นขวางอิสรภาพของเธอไว้ "คุณ... เจ็บไหม"
คำถามนั้นราวกับเป็นสลักสุดท้ายที่พังทลายกำแพงทั้งหมดในใจของคีริน ดวงตาที่เคยเยชาและดิบเถื่อนไหววับอย่างรุนแรง เขารวบเอวบางเข้าหาตัวในเสี้ยววินาที แรงดึงดูดอันมหาศาลดึงร่างของทั้งคู่ให้แนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน คีรินซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดกลิ่นกายสาวเข้าปอดลึกราวกับคนกระหายน้ำที่เจอแหล่งน้ำกลางทะเลทราย
"ผมไม่เจ็บแผลพวกนั้นหรอกครับริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าเคลือบลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนผิวเนื้ออ่อนนุ่ม "แต่ผมจะตาย... ถ้าคืนนี้ผมเกือบเสียคุณไป"
คำว่า 'เกือบเสียคุณไป' หนักหน่วงเสียยิ่งกว่ากระสุนนับร้อยนัด คีรินเงยหน้าขึ้นมาสบตา ประกายไฟในแววตานั้นเปลี่ยนเป็นความคลั่งไคล้ที่ไร้การควบคุม มือหนาเลื่อนลงมาล็อกสะโพกสอบของเธอไว้แน่น บังคับให้เธอยืนอยู่บนปลายเท้าเพื่อรับสัมผัสจากเขาให้เต็มที่
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ คือการระบายความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความหลงใหลที่อัดแน่นจนระเบิดออกมา คีรินขบเม้มริมฝีปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เธอเผยอรับความวาบหวามที่เขามอบให้อย่างไม่มีทางเลือก ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกราม รินรดาสส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อความเร่าร้อนนั้นรุกคืบเข้ามาจนเธอตั้งตัวไม่ติด มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองที่กำลังหลอมละลายไปกับสัมผัสอันดุดัน
ความเงียบงันภายในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและเสียงเนื้อแนบเนื้อที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวมนุษย์ คีรินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลSultryเคลือบริมฝีปากบวมเจ่อของเธอ สายตาของเขาไล่ต่ำลงมองไหปลาร้าเนียนที่ไหวตามจังหวะการหายใจ ก่อนที่มือใหญ่วางทาบทับลงบนแผ่นหลังบางแล้วออกแรงอุ้มร่างของเธอขึ้นจนรินรดากรีดร้องด้วยความตกใจ ขาสองข้างต้องเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น
"คิน! ปล่อยนะ... นี่มันห้องนั่งเล่น..." เธอท้วงเสียงสั่นเมื่อแผ่นหลังถูกวางลงบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างรวดเร็ว โดยมีร่างหนาตามมาทาบทับและกักขังเธอไว้ใต้ร่างราวกับกรงทองที่ไม่มีทางหนีพ้น
"ผมไม่ปล่อยหรอกครับ..." คีรินก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากที่ยังคงบวมแดง ดวงตาคมกราบกรานมองเธอด้วยความหิวกระหายที่ปิดไม่มิด "ต่อจากนี้ไป... จะไม่มีใครหน้าไหนเข้าใกล้คุณได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว ริน... คุณเป็นของผม เป็นของคีรินคนนี้คนเดียวเท่านั้น"
ความดุดันในน้ำเสียงและสัมผัสที่ร้อนระอุทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกแผดเผา เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้บ้าคลั่งเพียงใด และในสถานการณ์ที่ความตายเพิ่งเฉียดผ่านไปเมื่อไม่กี่นารีก่อน ความต้องการที่จะมีตัวตน ความต้องการที่จะยืนยันลมหายใจผ่านสัมผัสของกันและกันจึงรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เรียวแขนเสลาคล้องคอเขาไว้โดยอัตโนมัติ รินรดาสบตากับมาเฟียหนุ่มด้วยแววตาที่ยอมจำนนต่อเสน่หาอันอันตรายนี้อย่างสมบูรณ์ "ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ... ว่าคุณจะไม่มีวันปล่อยฉันไปไหน"
คำพูดนั้นราวกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ คีรินคำรามต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะก้มลงปิดปากเธอด้วยจูบที่ร้อนแรงและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้า ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกเป็นไฟ ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่ยินยอมพร้อมใจดำเนินไปท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนและเงาอันตรายที่ยังคงรายล้อม แต่ในห้วงเวลานี้ ไม่มีสิ่งใดมีตัวตนอีกต่อไปนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่
บรรยากาศความเร่าร้อนดำเนินไปจนกระทั่งทุกอย่างสงบลงในอ้อมกอดที่แน่น100% คีรินกอดร่างเปลือยเปล่าของรินรดาไว้แนบอก เสียงลมหายใจของเธอดังอยู่ข้างหู ขณะที่เขากำลังลูบเส้นผมยาวสลวยอย่างทะนุถนอม ทว่าในขณะที่ความเงียบกำลังโรยตัวปกคลุมความสุขสม...
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคีรินที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกด้านข้างกลับดังขึ้นทำลายความเงียบในยามวิกาลอย่างกะทันหัน คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาเอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าทันทีที่ก้มมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ แววตาที่เคยผ่อนคลายลงเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งในชั่วพริบตา
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อยแล้วมองตามสายตาของเขา "ใครโทรมาดึกดื่นขนาดนี้คะคิน?"
คีรินเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจนน่ากลัว
"เบอร์แปลกจากต่างประเทศ..." คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำหนักของคำพูดถัดมาทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงทันที "แต่เสียงปลายสายที่เพิ่งส่งข้อความเข้ามาบอกผม... คือเสียงของแม่ผมเอง... คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันดาร์กและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
"คิราห์ลวงรัก"
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 29
ความคลั่งรักที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!