"ภาคินคือคนที่สั่งฆ่าครอบครัวของคุณ... ริน"
ชื่อนั้นร่วงหล่นลงมาในความเงียบงันราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด รินรดานิ่งค้างไปทันที ลลมหายใจของเธอสะดุดกักไว้ที่ลำคอ ความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่ากระสุนปืนนัดไหนเพิ่งจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่วิกฤตที่สุด รอบกายของพวกเขายังคงออบอวลไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและควันดินปืนจากเหตุการณ์ปะทะเมื่อครู่ แต่โลกทั้งใบของหญิงสาวกลับหยุดหมุนลงตรงหน้าชายหนุ่มผู้มีดวงตาดุจพญามาร
คีรินมองเธอนิ่ง แววตาคมกราบที่มักจะซ่อนความเยียบเย็นเอาไว้เสมอ บัดนี้กลับไหววูบด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดและแรงปรารถนาอันบ้าคลั่งที่ถูกกักเก็บมานานนับปี มือหนาที่เปื้อนคราบเขม่าดินปืนเอื้อมมาประคองแก้มเนียนของเธอไว้อย่างทะนุถนอม ทว่ามั่นคงจนเธอไม่มีทางหนีพ้น
"คุณ... โกหกฉันใช่ไหม" เสียงของรินรดาสั่นพร่า น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รอนๆ จะร่วงหล่น "ตลอดเวลาที่คุณทำร้ายฉัน ขังฉันไว้ในกรงทองของคุณ... คุณทำเพราะเรื่องนี้เหรอ"
"ผมไม่เคยโกหกคุณ ริน" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นเครือเล็กน้อย ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มให้อย่างแผ่วเบา "ไอ้เดรัจฉานตัวนั้นมันพรากทุกอย่างไปจากชีวิตผม และในวันเดียวกัน มันก็เกือบจะพรากคุณไปจากอ้อมแขนผมด้วย... ถ้าวันนั้นผมไปช้ากว่านั้นก้าวเดียว คุณคิดว่าผมจะมีชีวิตอยู่ถึงวันนี้ไหม"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตที่เธอเคยพยายามลืมเลือนไหลย้อนกลับมาดั่งสายน้ำเชี่ยว เธอนึกว่าคีรินคือผู้ชายใจร้ายที่กักขังเธอไว้ด้วยความเห็นแก่ตัวและอำนาจมืด แต่ความจริงเบื้องหลังดวงตาสสีนิลคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะที่เขาแบกรับไว้คนเดียวเพื่อปกป้องเธอจากเงื้อมมือของศัตรูที่แท้จริง
ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเวทนา ความเข้าใจ และ... แรงดึงดูดอันตรายที่สั่นคลอนหัวใจเธอจนย่อยยับ
รินรดารู้สึกได้ทันทีว่า ตัวเองกำลังพ่ายแพ้ ยอมจำนนต่อผู้ชายคนนี้อย่างราบคาบ
"คิน..." เธอครางชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบจากวิญญาณที่ยอมจำนนต่อพันธนาการ
คีรินไม่รอช้าเมื่อเห็นร่องรอยความอ่อนแอในดวงตาคู่นั้น เขาซัดร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวดทรงอุ่นนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนแทบหลอมละลาย รสจูบที่ตามมาจึงไม่ใช่การลงทัณฑ์อย่างที่เคยเป็น หากแต่มันคือการโหยหา การประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และการปลดปล่อยห้วงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานแสนนาน
ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากอิ่มด้วยความเร่าร้อนและดุดัน ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดาส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเล็กน้อยก่อนที่เรียวแขนเรียจะยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาโดยอัตโนมัติ นิ้วมือจิกทึบลงบนกลุ่มผมสีดำสนิทเพื่อระบายความวาบหวามที่ซ่านสั่นไปทั่วสรรพางค์กาย
สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าภายใต้ชุดเดรสราตรีที่ฉีกขาด ทำให้สะโพกมนสะท้านเฮือก แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่มถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม คีรินอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระ รินรดาตวัดเรียวขาโอบรอบเอวสอบของเขาไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ท่ามกลางบรรยากาศรอบกายที่ยังคงคุกรุ่นไปด้วยอันตราย แต่ภายในห้องส่วนตัวของคฤหาสน์หรู กลับกลายเป็นสนามเสน่หาอันเร่าร้อนที่ถูกจุดประกายขึ้นด้วยไฟรัก
เขาพาเธอมาถึงเตียงนอนกว้าง ร่างบางถูกวางลงบนผ้าปูที่นอนเนื้อดีอย่างทะนุถนอม ทว่าสายตาของคีรินที่มองลงมานั้นกลับร้อนแรงดุจเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ เขาทาบทับร่างลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่างหนาด้วยความหลงใหลที่เอ่อล้นจนแทบคลั่ง
"ริน... มองผม" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมหู ขณะที่มือใหญ่มือหนึ่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งและรอยแผลเป็นจากการต่อสู้ที่สะท้อนถึงความดุดันของชายชาติเสือ "บอกผมสิ ว่าคุณจะไม่หนีผมไปไหนอีก"
รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายและแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรักและความกระหายใคร่รู้ ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปสัมผัสรอยแผลเป็นบนอกแกร่งของเขาแผ่วเบา
"ฉันไม่ไปไหนแล้วค่ะ... คิน" เสียงหวานเอמהลอดริมฝีปากที่บวมเจ่อ "ฉันยอมคุณแล้ว... ยอมทุกอย่างแล้ว"
คำสารภาพนั้นราวกับระเบิดเวลาที่ทำลายสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ของคีรินจนหมดสิ้น ชายหนุ่มคำรามในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนจะประกบจูบลงมาอีกครั้งอย่างหนักหน่วงและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
บทเพลงรักอันเร่าร้อนและดุดันดำเนินไปท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด เสียงหอบหายใจและเสียงครางหวานหูประสานเข้ากับเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำด้านนอก คีรินมอบสัมผัสที่ทั้งอ่อนโยนและป่าเถื่อนในเวลาเดียวกัน เขาลูบไล้ไปทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างนุ่มนวล ราวกับต้องการลบเลือนความเจ็บปวดทั้งหมดในอดีตด้วยความสุขสมอันล้นปรี่ รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจ ความหวาดกลัวที่มีมลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความอิ่มเอมและแรงดึงดูดทางกายที่ผูกพันพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันคลาย
ในห้วงเวลาที่ร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว รินรดากอดร่างหนาไว้แน่น จิตใจบอกชัดเจนแล้วว่าเธอหลงรักมาเฟียใจร้ายคนนี้เข้าเต็มเปี่ยม... รักจนยอมยกทั้งชีวิตและวิญญาณให้เขาครอบครอง
ทว่า... ในขณะที่ค่ำคืนแห่งความสุขสมกำลังดำเนินไปสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องนอนใหญ่ ตามมาด้วยเสียงทุบประตูปึงปังและเสียงตะโกนก้องที่ทำให้บรรยากาศอันเร่าร้อนหยุดชะงักลงทันที
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ลูกน้องของภาคินมันนำกำลังบุกเข้ามาถึงชั้นใต้ดินแล้วครับ!"
คีรินหยุดการเคลื่อนไหว ดวงตาดุจพญามารวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที เขาผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว คว้าอาวุธปืนพกคู่ใจขึ้นมาปลดเซฟเสียงดังคลิก ก่อนจะหันมามองรินรดาที่กำลังหวาดผวาด้วยสายตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด
"ล็อกประตู อย่าเปิดให้ใครเด็ดขาด... จนกว่าผมจะกลับมา"
พูดจบร่างสูงก็พุ่งตัวออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่บนเตียงนอนที่ยังคงอุ่นด้วยไอรัก หัวใจดวงน้อยแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย เมื่อเสียงฝีเท้าและเสียงปืนนัดแรกดังสนั่นขึ้นจากชั้นล่าง...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 27
ยอมแพ้ต่อหัวใจ
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!