กลิ่นไอน้ำฝนปะปนกับกลิ่นหอมชื้นของใบชาเขียวสดขยายวงกว้างทั่วหุบเขาเบื้องล่าง ในยามที่ความมืดโรยตัวลงมาโอบล้อมไรชาอันกว้างใหญ่ ไร้ซึ่งแสงสีเสียงแห่งเมืองหลวง มีเพียงเสียงฝนปรอยปรายกระทบหลังคากระเบื้องของเรือนพักไม้สักทอง และเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกในความเงียบงัน
รินรดายืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานกว้าง ปลายเรียวลิ้นไล่เลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองอย่างเผลอไผล ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างเงียบเชียบ ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อในอาณาจักรของมันเอง
"หนีผมไม่พ้นหรอก, ริน"
เสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบข้างใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กที่โอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ดึงรั้งเรือนร่างของเธอให้แนบชิดกับแผงอกกำยำที่สะ้อนขึ้นลงตามแรงหายใจ คีรินจงใจก้มลงสูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่ผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำฝนจากซอกคอระหงของเธอ สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากหนาที่แตะลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ทำให้รินรดาสะท้านเฮือกจนต้องกำปลายเสื้อของเขาไว้แน่น
"คุณคิน... เราตกลงกันแล้วว่าการเดินทางมาที่ไร่ชานี่..." รินรดาพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แม้ว่าเรียวขาของเธอจะเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีภายใต้แรงดึงดูดอันมหาศาลที่เขาแผ่ออกมา
"ข้อตกลงอะไร? ผมไม่เคยจำ" คีรินสวนกลับด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามแนวสันกระดูกสันหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา ส่งกระแสความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง "ที่นี่ไม่มีภาคิน ไม่มีพวกน่ารำคาญ มีแค่คุณกับผม... และหนี้ที่คุณต้องชดใช้ให้สาสม"
พลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากันอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมก్రిบของมาเฟียหนุ่มลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ตลอดการเดินทางอันยาวนาน แววตาคู่นั้นดุดัน หิวกระหาย และเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้จนน่ากลัว รินรดาเงยหน้าสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความโกรธขืนและศักดิ์ศรีพยายามต่อต้าน แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการสั่นสะท้านยามเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาแตะลงบนคางอิ่ม
"คุณมันคนเผด็จการ..." เธอกัดริมฝีปากแน่น
"ใช่ และคุณก็ชอบความเผด็จการของผม"
สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็ก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มด้วยจູບที่ดุดันและเรียกร้อง รสจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีแต่ความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และประกาศความเป็นเจ้า ริมฝีปากหนาขบเม้มกลีบปากนุ่มจนรสหวานปะแล่มของเลือดจางๆ คละคลุ้งในโพรงปาก รินรดาครางอือในลำคอ พยายามทุบกำปั้นลงบนอกเขาเพื่อประท้วง แต่คีรินกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้กับผนังไม้เย็นเยียบ
รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันดำเนินต่อไปจนลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง คีรินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อมองดูใบหน้าแดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำน้ำด้วยความปรารถนาของหญิงสาว หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะหอบหายใจรุนแรง ภาพนั้นทำให้สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ของมาเฟียหนุ่มขาดผึ่งลงอย่างสิ้นเชิง
มือหนาฉีกกระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัวในห้องพัก คีรินก้มลงซุกไซ้ซอกคอและลาดไหล่เนียน ประทับรอยรักสีุ่กเข้มไว้ทุกตารางนิ้วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เสียงครางหวานหูหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของรินรดา ยามที่ฟันคมขบเม้มเบาๆ บนผิวเนื้ออ่อนไหว ความเจ็บปวดเจือความเสียวซ่านทำให้เธอแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว
เรียวขาถูกยกขึ้นเกี่ยวรอบเอวสอบของชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ แรงอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นถึงขีดสุดทำให้คีรินอุ้มร่างบางขึ้นแนบกายแล้วก้าวไปที่เตียงนอนกว้างริมหน้าต่าง ร่างของรินรดาล้มลงบนฟูกนุ่มหนา ก่อนที่ท่อนร่างกำยำจะทาบทับลงมาปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี
ค่ำคืนนั้น สายฝนที่โปรยปรายภายนอกเปรียบเสมือนฉากหลังอันเงียบงันที่ขับเน้นบทเพลงแห่งความเสน่หาอันเร่าร้อนและดุเดือด คีรินไม่ได้มอบความอ่อนหวาน แต่เขาปรนเปรอเธอด้วยสัมผัสที่หนักหน่วง ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยแรงหึงหวงที่สะสมมานาน เสียงหอบหายใจ เสียงครางระคนความสุขสมประสานไปกับเสียงฝนตกกระทบหลังคา แรงเสียดทานระหว่างสรีระที่แนบชิดทำให้ห้วงเวลาแทบหยุดนิ่ง รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมซัดเข้ามาเป็นระลอกๆ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยไฟรักที่แผดเผาทั้งสองให้หลอมละลายรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้ทางหลีกหนี
ผ่านพ้นห้วงเวลาแห่งความเร่าร้อน ร่างทั้งสองนอนหอบหายใจรุนแรงอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ คีรินใช้แขนข้างหนึ่งหนุนศีรษะของหญิงสาวไว้ ขณะที่มืออีกข้างลูบไล้เส้นผมที่ชื้นเหงื่อของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเสือร้ายที่อิ่มหนำและแสดงความอ่อนโยนให้เห็นเฉพาะเหยื่อในกรงขังของตน
รินรดาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ซุกใบหน้าเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าของเขา ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มโอบกอดเธอไว้ในความมืดของค่ำคืนนี้
ทว่า... ความเงียบสงบในไร่ชาอันห่างไกลกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ดังขึ้นบริเวณระเบียงหน้าห้องพัก ตามด้วยเสียงเคาะประตูรัวกระหน่ำอย่างเร่งรีบ
คีรินขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งในเสี้ยววินาที เขาผุดลุกขึ้นคว้ากางเกงมาสวมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอื้อมมือหยิบปืนพกสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบ
"นายครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากนอกประตู "พวกของภาคินมันนำกำลังคนปิดล้อมไร่ชาไว้หมดแล้วครับ! พวกมันรู้ว่านายอยู่ที่นี่!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 14
คืนเร่าร้อนในไร่ชา
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!