เงาร่างนั้นไม่ได้ถอยหนี กลับก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตอันตรายด้วยความเงียบเชียบ ทว่ามั่นคง เสียงฝีมือรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่ถูกชักนำขึ้นในยามวิกาล
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความหวังอันน้อยนิดที่จะหลุดพ้นจากกรงขังแห่งนี้เลือนหายไปในพริบตา เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของคนที่เธอคุ้นเคยดีปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว
"ภาคิน..."
ชื่อนั้นหลุดจากเรียวปากบางแผ่วเบาด้วยความตกตะลึง
คีรินซึ่งยืนประจันหน้าอยู่กับเธอกลับไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายดุจเทพสร้างยังคงนิ่งสนิท ทว่านัยน์ตาสีรัตติกาลกลับฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลาเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ ร่างหนาขยับตัวบังร่างบางของรินรดาไว้เบื้องหลังโดยสัญชาตญาณ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอจะเต็มไปด้วยแรงปะทะและการกักขัง แต่ในอาณาจักรของคีริน ไม่มีหมาป่าตัวไหนได้รับอนุญาตให้เข้ามาแย่งชิงเหยื่อในถ้ำของเขา
"กล้ามากนะภาคิน ที่เหยียบเข้ามาถึงห้องนี้โดยไม่ได้รับเชิญ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เยียบเย็นและกดดันเสียจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก คีรินก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาผู้มาเยือน มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น ลากจูงให้เธอถอยร่นมาอยู่ชิดแผ่นอกกว้าง แรงบีบที่ข้อมือนั้นบ่งบอกถึงความหวงแหนและโทสะที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ
ภาคินยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบมองเลยผ่านร่างของคีรินมายังหญิงสาวที่อยู่ด้านหลัง คล้ายกำลังประเมินสถานการณ์ "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของแกหรอกนะ คีริน... แต่พอดีของชิ้นนี้ มันควรจะอยู่กับเจ้าของที่แท้จริงมากกว่าจะมาถูกกักขังไว้ในกรงของคนเห็นแก่ตัวอย่างแก"
"ของชิ้นนี้งั้นเหรอ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันแต่เต็มไปด้วยไอสังหารที่แผ่ซ่าน ร่างสูงขยับเข้าประชิดรินรดามากยิ่งขึ้น จนแผ่นหลังบางแนบติดกับแผงอกแข็งแกร่ง มือหนาเลื่อนจากข้อมือขึ้นมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วไว้มั่น บังคับให้เธอยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างจำยอม "จำใส่สมองของแกเอาไว้ให้ดี ภาคิน... ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่สิ่งของ และต่อให้ฉันจะทำลายเธอคามือ รินรดา ก็เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีวันที่หมาข้างถนนอย่างแกจะได้แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว!"
คำพูดประกาศกร้าวและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อนนั้น ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความโกรธระคนหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม พร้อมกับเงยหน้าขึ้นถลึงตาใส่มาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว
"ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่ใช่สมบัติของใครทั้งนั้น!" เธอกระซิบลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น แรงดึงดันระหว่างเธอกับเขาสร้างแรงเสียดทานที่ร้อนรุ่มไปทั้งเรือนร่าง
คีรินก้มมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำเขาในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน แววตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มแดงก่ำด้วยความโกรธและเรียวปากที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น แทนที่จะโมโห ความดื้อดึงและหัวรั้นที่ไร้การยอมจำนนของเธอกลับจุดประกายความเร่าร้อนบางอย่างขึ้นในอกของเขาอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต่อต้าน แต่มันคือครั้งแรกที่แววตาสั่นไหวของเธอกลับสะท้อนภาพเงาของเขาได้อย่างชัดเจนที่สุด
ความสนใจที่เคยมีเพียงแค่การกักขังเพื่อแก้เกมทางธุรกิจ บัดนี้กลับถูกยกระดับขึ้นเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่จะสยบความพยศนั้นให้ราบคาบอยู่ใต้ร่างของเขา
"ดื้อนักนะรินรดา..." คีรินกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำจนคนฟังขนลุกซู่ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนร่างบางสั่นสะท้าน "เก็บแรงเอาไว้ไปเถียงฉันบนเตียงทีหลังเถอะ คนสวย... เพราะคืนนี้ เรายังมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว"
บรรยากาศระหว่างพวกเขาร้อนระอุขึ้นท่ามกลางสายตาที่มองตรงมาอย่างไม่ลดละของภาคิน คู่อริหนุ่มขบกรามแน่นเมื่อเห็นความสนิทสนมและการแสดงความเป็นเจ้าของที่คีรินมอบให้หญิงสาว
"แกคิดว่าแกจะเก็บเธอไว้ได้ตลอดรอดฝั่งงั้นเหรอ คีริน?" ภาคินเอوเสียงเย็น พลางชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว "ถ้าฉันไม่ได้เธอ... แกก็ไม่มีวันได้ครอบครองเธอเช่นกัน!"
เปรี้ยง!
เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้องทำงานกระจกนิรภัย กระสุนเจาะทะลุกรอบหน้าต่างด้านข้างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงสะเทือนทำให้รินรดากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว ทว่าคีรินกลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เขากลับใช้ร่างกายกำยำของตนเองโอบกอดปกป้องร่างบางไว้แน่น แนบชิดจนแผ่นอกของเขารับแรงกระแทกจากความตึงเครียดทั้งหมดแทนเธอ
ดวงตาคมดุของมาเฟียหนุ่มหันกลับมามองสตรีในอ้อมแขน แววตาที่เคยเย็นชากลับแปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า มือหนาเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตาเขา
"กลัวไหม?" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้
รินรดาเม้มปากแน่น แม้ความกลัวจะเกาะกินจิตใจ แต่ความอวดดีก็ยังคงค้ำคอ เธอส่งสายตาดื้อรั้นกลับไป "ฉันไม่เคยกลัวคนอย่างคุณ..."
มุมปากของคีรินกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ กับความดื้อรั้นที่ชวนให้หลงใหลจนวางไม่ลงนี้ เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก "ดี... งั้นก็เตรียมตัวรับบทลงโทษจากความอื้อดึงของเธอได้เลย"
ทว่า... ในวินาทีที่คีรินกำลังจะดึงเธอก้าวถอยหลบวิถีกระสุนชุดต่อไป เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังระรัวขึ้นจากด้านนอกประตู พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
"นายครับ! ด้านหลังตึก... มีคนบุกรุกเข้ามาทางระเบียงอีกกลุ่มหนึ่งแล้วครับ!"
คีรินชะงักกึก นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่แคบลงอย่างอันตรายเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การลอบสังหารธรรมดา แต่เป็นแผนการซ้อนแผนที่ถูกวางไว้เพื่อแย่งชิงตัวรินรดาโดยเฉพาะ และในขณะที่เขากำลังจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรู รินรดาที่อยู่ในอ้อมแขนก็พลันเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างปริศนาอีกคนก้าวพรวดเข้ามาจากมุมมืดหลังชั้นหนังสือ พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่แผ่นหลังของคีรินพพอดี!
"ระวัง!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย•ตอนที่ 7
แววตาที่สั่นไหว
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้ายนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!