จอกชาหยกขาวในมือของเยี่ยเฉินถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง กลิ่นอายกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกมาเนิ่นนานกลับรั่วไหลออกมาวูบหนึ่ง จนทำให้อากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก
เยี่ยเฉินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหมื่นปี ร่างกายแข็งทื่อราวนับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง... ภาพเบื้องหน้าคือคุณชายตระกูลไป๋ บุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าสำราญและพ밍พะศองที่สุดแห่งแดนบูรพา กำลังยื่นมือถือปิ่นหยกสลักลายดอกเหมียนฮวาเข้ามาใกล้เรือนร่างระหงของเซียนจื่อเวย พร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ชวนให้ผู้คนหมั่นไส้
"ท่านเซียนจื่อเวย... ดอกเหมียนฮวาคู่นี้ช่างงามสง่าและเย็นชาไร้ที่ติ คล้ายคลึงกับตัวท่านยิ่งนัก ข้าไป๋อวี้เฉินอุตส่าห์ดั้นด้นไปหามาจากแดนใต้ หวังว่าจะได้มอบมันให้เป็นเครื่องประดับผมแก่ยอดพู่กันแห่งเขาเทียนซาน สักครา..."
คำเยินยอหวานเลี่ยนลอยล่องปะปนกับกลิ่นสุราหมื่นลี้ในงานเลี้ยงรับรองศิษย์เอก ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียวยาวของคุณชายไป๋จะทันได้แตะต้องเส้นผมสีดำสนิทราวน้ำหมึกของนาง เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พุ่งวาบเข้ามาคั่นกลางราวกระแสสายฟ้าฟาด!
เพล้ง!
พัดเหล็กกล้าสลักลายอักขระเซียนถูกกางออกกระแทกเข้าที่ข้อมือของคุณชายไป๋อย่างแม่นยำและไร้ความปรานี แรงปะทะรุนแรงจนร่างของบุรุษเจ้าสำราญต้องเซถอยหลังไปสามก้าว ฝ่ามือชาด้านจนปิ่นหยกเกือบหลุดร่วงลงพื้น
"รักษากิริยาด้วย, คุณชายไป๋"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่วاردไว้ด้วยความเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงทันตาเห็น เยี่ยเฉินก้าวมายืนบังเบื้องหน้าเซียนจื่อเวยไว้ครึ่งตัว รอยยิ้มอ่อนน้อมถ่อมตนที่เคยประดับบนใบหน้าบัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงดวงตาคมกลาบที่จ้องมองผู้รุกล้ำราวกับพญาอินทรีจ้องเหยื่อ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานพิธีในชั่วพริบตา เหล่าผู้วิเศษและศิษย์ร่วมสำนักต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็น "ศิษย์น้องรอง" ผู้มีท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัวและมักจะก้มหน้าก้มตาบำเพ็ญเพียรอยู่เสมอ กล้าแสดงท่าทีดุดันและคุกคามถึงเพียงนี้ต่อหน้าธารกำนัล!
ไป๋อวี้เฉินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวเล็กน้อย ย우ยงด้วยศักดิ์ศรีของทายาทตระกูลใหญ่ เขาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "ฮ่าๆ... ที่แท้ก็เป็นศิษย์น้องรองผู้รักสันโดษนี่เอง ข้าเพียงแต่มอบของขวัญให้ท่านอาจารย์ของเจ้า ไยเจ้าต้องออกตัวร้อนรนปานจะกินเลือดกินเนื้อเช่นนี้เล่า? หรือว่า... เจ้าคิดเกินเลยกับอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิถีเซียนของตนเอง?"
สิ้นคำกล่าวเสียดสี บรรยากาศในลานพิธีก็พลันตึงเครียดขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เยี่ยเฉินเป็นตาเดียว ข้อหา "คิดอกตอกปักกับอาจารย์" ในยุทธภพและสำนักเซียนถือเป็นความผิดมหันต์ที่ต้องรับทัณฑ์อัคคีสวรรค์!
ทว่า เยี่ยเฉินมิได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปหาไป๋อวี้เฉินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลกดทับบ่าของอีกฝ่ายราวกับขุนเขาไท่ซานกดทับ
"ความกรุณาของอาจารย์... ข้าผู้เป็นศิษย์ย่อมตระหนักรู้ดียิ่งกว่าผู้ใด" เยี่ยเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวานก้องไปทั่วบริเวณ ดวงตาสีรัตติกาลลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ซ่อนพายุคลั่ง "แต่ของขวัญราคาถูกที่เจือกลิ่นอายคoลีจากหอโคมเขียวเช่นนี้... ไยต้องอาจหาญนำมาแปดเปื้อนเรือนร่างบริสุทธิ์ผุดผ่องของอาจารย์ข้าด้วยเล่า?"
"เจ้า!... เจ้าเดียรัจฉานน้อย สามหามนัก!" ไป๋อวี้เฉินหน้าถอดสี ร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อถูกจี้จุดลับ
ทว่า ยังไม่ทันที่ไป๋อวี้เฉินจะทันได้ชักกระบี่ออกมาระบายความอבอัดใจ แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็พลันสั่นสะเทือน เลอค่าด้วยเกลียวคลื่นปราณกระบี่อันคมกริบที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของสตรีผู้เลอโฉมที่ยืนอยู่ด้านหลังเยี่ยเฉิน
เซียนจื่อเวยยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย นางไม่ได้เอ่ยตำหนิเยี่ยเฉินสักคำ ทว่าไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับทำให้ทุกคนในลานพิธีต้องสั่นสะท้าน
"ไป๋อวี้เฉิน..." สุ้มเสียงหวานกังวานแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น "ของขวัญของเจ้า... ข้าไม่รับ และวาจาของเจ้าเมื่อครู่... ถือเป็นการลบลู่เกียรติแห่งเขาเทียนซาน ออกไปจากสำนักของข้าเสีย มิฉะนั้น... อย่าหาว่ากระบี่จันทราไร้ความปรานี!"
ตึง!
แรงกดดันระดับเซียนขั้นสมบูรณ์พรั่งพรูออกมาจากร่างของเซียนจื่อเวยราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด ไป๋อวี้เฉินกระอักเลือดคำโตออกมาทันที ร่างกายกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบวาด้วยความตกใจกลัวจนสุดขีด เขาไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก รีบตะเกียบตะกายลุกขึ้นแล้วหนีหายไปจากลานพิธีอย่างน่าสมเพช
เมื่อความวุ่นวายสงบลง ลานพิธีก็ตกอยู่ในความเงียบงัดอีกครั้ง เยี่ยเฉินถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาประสานมือคำนับเซียนจื่อเวยตามพิธีการ "ศิษย์ล่วงเกินและแสดงกิริยาไม่เหมาะสมเมื่อครู่... ขอท่านอาจารย์โปรดลงโทษด้วยเถิด"
เขาแสร้งทำเป็นสำนึกผิด ทว่าในใจกลับแอบกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันตนเอง *'น่าขันนัก... มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่เช่นข้า ในชาติภพนี้กลับต้องมาออกอาการหึงหวงสตรีผู้หนึ่ง จนเกือบจะบันดาลโทสะฆ่าคนตายกลางงานเลี้ยงเสียแล้ว...'*
เซียนจื่อเวยมองศิษย์รักที่ก้มหน้าลงต่ำ นางก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ กลิ่นอายหอมละมุนของดอกเหมียนฮวาโชยปะทะนาสิกของเยี่ยเฉิน นิ้วเรียวดั่งหยกสลักเอื้อมออกไปแตะที่ปลายคางของเขา บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา
ดวงตากลมโตคู่สวยของนางไม่ได้มีความโกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับมีความระSะระวงและความอ่อนโยนสายหนึ่งซ่อนอยู่ลึกซึ้ง
"เจ้าเด็กโง่..." เซียนจื่อเวยกระซิบแผ่วเบา มีเพียงเขากับนางที่ได้ยิน "เหตุใดจึงต้องออกหน้าแทนอาจารย์ถึงเพียงนั้น... กลัวว่าอาจารย์จะถูกบุรุษอื่นแย่งชิงไปหรืออย่างไร?"
เยี่ยเฉินชะงักงัน หัวใจที่ด้านชามานับหมื่นปีพลันกระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับมีค้อนเหล็กหลอมละลายทุบลงกลางอก ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากตอบคำถามอันลึกซึ้งนั้น...
เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่มดังขึ้นจากยอดเขาด้านหลัง ท้องน้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยสีเลือด อักขระเวทสีดำทมิฬนับหมื่นสายพรั่งพรูลงมาจากรอยแยกมิติเหนือศีรษะ พร้อมกับเงาร่างมหึมาของสัตว์อสูรบรรพกาลที่ส่งเสียงคำรามก้องสะเทือนขวัญ!
เซียนจื่อเวยหน้าถอดสีทันที นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วอุพทานออกมาด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา "แย่แล้ว... ค่ายกลผนึกมารพันปีที่ก้นหุบเหวไร้ลักษณ์... พังทลายลงแล้ว!"
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเดินทางไปกับความรักที่ฝืนลิขิตสวรรค์ของท่านเซียนและศิษย์รักในตอนนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตาม "หลิวเยี่ยนซี" เสมอมาค่ะ!
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 18
เมื่อคนใจร้ายกลายเป็นโบ้
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!