“บังอาจ!”
สุ้มเสียงตวาดกร้าวสะท้านสะเทือนผืนป่าไผ่เหมันต์จนใบไผ่สีเขียวมรกตนับหมื่นใบร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปราย ประกายกระบี่สีครามเข้มพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือแสง มันไม่ใช่กระบี่ธรรมดา แต่คือ ‘วิญญาณกระบี่โลหิต’ ที่หลอมรวมด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นของผู้ฝึกตนระดับเซียนขั้นสูง
เป้าหมายของมันชัดเจน... คือจุดตายกลางแผ่นหลังของเยี่ยเฉินที่กำลังยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า!
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด เยี่ยเฉินชะงักฝีเท้า สีหน้าสุขุมลุ่มลึกในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อได้ยินสรรพนามนั้น... สรรพนามที่เคยถูกฝังกลบไว้ในห้วงเวลาอันมืดมิดแห่งอดีตชาติ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยคำใดเพื่อคลี่คลายความสงสัย ความตายก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวในเสี้ยววินาทีเป็นตาย
*เร็วเกินไป!*
แม้แต่จิตวิญญาณอดีตมหาเทพของเยี่ยเฉินในยามนี้ ก็ยังตระหนักได้ว่า พลังปราณที่กดทับลงมานั้นเหนือล้ำเกินกว่าที่ร่างกายปุถุชนกึ่งเซียนจะรับไหว อักขระเวทสีดำสนิทที่แฝงมากับคมกระบี่แผ่ไอพิษเย็นเยียบ กัดกร่อนมิติรอบด้านจนเกิดเสียงดังสหายกระจกแตก
ทว่า... ก่อนที่คมกระบี่มรณะจะทันได้สัมผัสแม้แต่ชายเสื้อของเยี่ยเฉิน ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูราวกับภาพวาดเซียนก็เคลื่อนไหว
“จื่อเวย!” เยี่ยเฉินเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจที่เคยนิ่งสงบมานานนับพันปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
เซียนจื่อเวย... อาจารย์ผู้เย็นชาและสง่างามแห่งสำนักกระบี่เมฆา นางผู้ซึ่งผู้คนต่างจดจำในภาพลักษณ์ของความถือตัว สูงส่ง และไร้ซึ่งความรู้สึกทางโลก ยามนี้กลับพุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นระหว่างเขาคมกระบี่โลหิตด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปาฏิหาริย์
*ฟึบ! พรวด—*
เสียงเนื้อหนังถูกเฉือนด้วยคมศาสตราอันแหลมคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน โลหิตสีแดงสดพ่นออกจากริมฝีปากบางเฉียบของเซียนจื่อเวย หยาดหยดลงบนพื้นหิมะสีขาวสะอาดจนเกิดเป็นภาพที่สะเทือนขวัญและงดงามราวกับดอกเหมันต์โลหิตที่กำลังเบ่งบาน
คมกระบี่มรณะทะลุผ่านหัวไหล่ขวาของนาง ฝังลึกจนเกือบถึงกระดูก ปราณพิษสีดำทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรเซียนของนางทันทีอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเซียนจื่อเวยกลับไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องคร่ำครวญ นางเพียงแต่กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้งยามที่มองสบตาเข้ากับเยี่ยเฉิน
“เจ้า... เหตุใดจึงโง่เขลาเช่นนี้!” เยี่ยเฉินพุ่งเข้ารับร่างที่กำลังทรุดฮวบลงของนางไว้ได้ทัน แขนแกร่งโอบประคองเอวบางของนางเข้าแนบอก สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากบาดแผลฉกรรจ์
นี่คือการกระทำที่อยู่เหนือการคำนวณทั้งหมดของเขา... มหาเทพผู้ปราดเปรื่องเช่นเยี่ยเฉิน สามารถวางแผนรับมือได้ทุกสถานการณ์ในยุทธภพ ทว่าเขากลับไม่เคยคาดคิดเลยว่า สตรีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาต่อหล้าฟ้าดินผู้นี้ จะยอมเอาชีวิตเข้ามารับกระบี่แทนเขาอย่างไร้ความลังเล
เซียนจื่อเวยแย้มยิ้ม... รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความเศร้าสร้อยและอ่อนล้า นางยกมือเรียวสั่นเทาขึ้นสัมผัสแก้มสากของเยี่ยเฉิน ปลายนิ้วเรียวเปื้อนคราบโลหิตแตะลงบนผิวหน้าของเขาอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝันที่ตื่นมาแล้วจะสลายหายไป
“เฉินหลาง... ในที่สุด ข้าก็ได้ปกป้องท่านสมใจแล้ว”
สุ้มเสียงหวานนุ่มที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม ทว่ากลับดังก้องกังวานในหัวใจของเยี่ยเฉินจนสั่นสะท้าน สรรพนามที่นางใช้เรียกเขาในยามนี้ ไม่ใช่ 'อาจารย์กับศิษย์' หรือ 'ผู้อาวุโสกับผู้น้อย' อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความในใจที่นางเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชามาเนิ่นนาน
ความคลั่งรักของเซียนสาวผู้สูงศักดิ์... ถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย
“อย่าพูดอะไรอีกเลย ข้าอยู่ที่นี่แล้ว เจ้าจะไม่เป็นไร ข้าบอกให้เจ้าไม่เป็นไรไงเล่า!” เยี่ยเฉินคำรามออกมาอย่างลืมตัว น้ำเสียงที่เคยสุขุมลุ่มลึกบัดนี้สั่นเครือเล็กน้อย ปราณเทพโบราณภายในร่างกายของเขาถูกปลุกเร้าขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามเรืองรองด้วยอำนาจแห่งมหาเทพที่หลับใหล
เขายื่นมืออีกข้างไปกุมด้ามกระบี่โลหิตที่ยังคาอยู่บนไหล่ของเซียนจื่อเวย ปราณกระบี่อันเกรี้ยวกราดแผ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือจนไอพิษสีดำรอบแผลสลายกลายเป็นจุล
*เปรี้ยง!*
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกรอบตัวของทั้งสองคน ส่งผลให้มือลอบสังหารที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้ถึงกับกระอักเลือดออกมาพร้อมกันหลายคน เงาดำสายหนึ่งพยายามจะหลบหนีความเกรี้ยวกราดของมหาเทพผู้คืนร่าง ทว่าเยี่ยเฉินหาได้ปล่อยให้มันมีโอกาสนั้นไม่ เขากวาดสายตาดุจพญาอินทรีย์มองไปยังทิศทางที่เงาดำกำลังพุ่งหนี ก่อนจะสะบัดมือเพียงครั้งเดียว!
*อ๊ากกก—!*
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของมือลอบสังหารระดับปรมาจารย์ผู้หนึ่งถูกแรงกดดันจากปราณเทพฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ กลางอากาศ โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนป่าไผ่ให้กลายเป็นสีแดงฉาน ทว่าเยี่ยเฉินไม่ได้สนใจไยดีศัตรูที่ตายตกไปแล้วแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดของเขากลับถูกดึงดูดไว้ด้วยลมหายใจที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ ของสตรีในอ้อมแขน
“จื่อเวย! ลืมตาขึ้นมามองข้า!” เยี่ยเฉินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ถ่ายเทลมปราณบริสุทธิ์แห่งมหาเทพเข้าสู่ร่างของนางเพื่อพยุงชีพจรที่กำลังจะดับสูญ ทว่าพิษในรอยแผลนั้นช่างร้ายกาจยิ่งนัก มันเป็นพิษสลายเซียนที่คิดค้นขึ้นโดยชนเผ่ามารโบราณ ต่อให้เป็นเซียนขั้นสูงก็ยากที่จะต้านทานได้เกินหนึ่งก้านธูป
เซียนจื่อเวยส่ายหน้าช้าๆ เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปิดลง ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang นางพึมพำออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“หากชาตินี้... ข้าเกิดมาเพื่อเป็นเพียงผู้เฝ้ามองท่านจากเบื้องหลัง... ข้าก็ยอมตายเพื่อแลกกับรอยยิ้มของท่านในชาตินี้... เฉินหลาง อย่าเศร้าไปเลยนะ... ข้า... ไม่เสียใจเลยสักนิด...”
“เจ้าห้ามตายเด็ดขาด! ข้ายังไม่ได้บอกความจริงกับเจ้าเลย... ข้ายังไม่ได้อยู่เคียงข้างเจ้าดูโลกหล้าตามที่เคยสัญญาไว้ในอดีตชาติเลยด้วยซ้ำ!” เยี่ยเฉินคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ ความทรงจำนับพันปีไหลทะลักย้อนกลับมา ภาพในอดีตที่เขาเคยละเลยความรู้สึกของนาง ภาพที่นางเฝ้ารอคอยเขาอย่างไร้ความหวังบนยอดเขาเซียนจื่อเวย... ทั้งหมดนี้สะท้อนกลับมาทุบทำลายจิตใจของมหาเทพผู้ไร้พ่ายจนย่อยยับ
เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากที่เย็นเฉียบของนางอย่างไม่เกรงกลัวกฎเกณฑ์ฟ้าดินใดๆ อีกต่อไป ปราณเทพสีทองสว่างวาบห่อหุ้มร่างของทั้งสองไว้ราวกับเกราะคุ้ม The Final Boundary กำลังถูกทำลายลงทีละน้อยเพื่อแลกกับการยื้อชีวิตนางไว้
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤตถึงขีดสุดนั้นเอง...
บรรยากาศรอบกายที่เคยสงบลงชั่วขณะ กลับถูกแทนที่ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากท้องนภเบื้องบน เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจภาพมายา สายฟ้าสีม่วงเข้มคำรามกึกก้องผ่าผ่าลงมาตรงกลางลานพิธีอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังมาจากความว่างเปล่า
“ฮ่าๆๆๆ... มหาเทพเยี่ยเฉินผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กลับต้องมาหลั่งน้ำตาให้แก่สตรีมนุษย์ผู้โง่เขลา ช่างน่าเวทนาเสียจริง!”
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏขึ้นบนยอดไผ่เบื้องหน้า พร้อมกับกระบี่มารในมือที่สะท้อนประกายแสงสีเลือดวาววับ และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น... คือใบหน้าใต้ฮู้ดของมัน ที่เปิดเผยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
เยี่ยเฉินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหมื่นปี ร่างกายแข็งทื่อราวนับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำสอง...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ความรักอันฝืนลิขิตนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 17
ความคลั่งรักของเซียนสาว
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!