พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 16

กลิ่นอายศัตรูเก่า

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โลหิตสีชาดอุ่นระอุหยดลงบนพื้นศิลาหยกขาว เกิดเป็นเสียงหยดกระทบอันน่าสะพรึงกลัว ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ระวัง!" เสียงอุทานของเซียนจื่อเวยยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงอากาศ สีหน้าที่เคยราบเรียบเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพันปีแตกสลายลงในพริบตา นางพุ่งร่างราวกับสายธนูหลุดจากคันศร ประหนึ่งหงส์ขาวที่กางปีกปกป้องพงไพร นางเข้าขวางวิถีกระบี่มารสีดำทมิฬนั้นไว้ด้วยร่างของตนเอง ปราณกระบี่เย็นเยียบแทรกซึมเข้าสู่จุดชีพจรจนเส้นเลือดของนางสั่นสะท้าน เยี่ยเฉินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบที่มักซ่อนความลึกล้ำเอาไว้ บัดนี้กลับไหววูบด้วยระลอกคลื่นแห่งโทสะและ... ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขากลบฝังไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ ตั้งแต่วันที่เขาเลือกเดินบนเส้นทางแห่งการแก้แค้น *นางโง่เขลาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?* ทั้งที่รู้ว่าคมกระบี่นั้นมุ่งเป้ามาที่เขา... บุรุษผู้มีความลับดำมืดและฐานะอันน่าเคลือบแคลง เหตุใดเซียนผู้สูงส่งไร้ความรู้สึกเช่นนาง จึงเอาชีวิตเข้าแลกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย "จื่อเวย..." เสียงทุ้มต่ำของเยี่ยเฉินหลุดลอดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น มือข้างหนึ่งของเขาคว้าเอวบางของนางเข้ามารั้งแนบกายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อวาดอักขระค่ายกลปราณคุ้มกัน ลมปราณเก้าสวรรค์ระเบิดออกต้านทานแรงกระแทกจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน เปรี้ยง! แรงปะทะทำให้แผ่นศิลาโบราณใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดตีวนอยู่ในบรรยากาศ ทว่าสิ่งที่ทำให้เยี่ยเฉินต้องขมวดคิ้วมุ่นมิใช่บาดแผลบนไหล่ของเซียนจื่อเวย หากแต่เป็นกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลอยมากับสายลมมารรอบทิศทาง กลิ่นอายนี้... มันช่างเน่าเฟะและคุ้นเคยเสียเหลือเกิน "หึๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก ศิษย์รักปกป้องอาจารย์ หรือว่าอาจารย์ยอมตายแทนศิษyanกันแน่เล่า? มหาเทพเยี่ยเฉินผู้ยิ่งใหญ่ ในวันนี้กลับต้องอาศัยสตรีคอยเอาตัวเข้าปกป้อง ช่างน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก!" เสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งอีกาผีดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องบน เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ หมอกควันสีม่วงคล้ำแผ่ซ่านออกมาจากตัวมัน กลิ่นอายกดดันระดับขอบเขตราชันมารแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งยอดเขาหลัก เยี่ยเฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ทว่าแววตากลับคมกริบราศีกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "ข้าก็นึกว่าสุนัขตัวใดที่เห่าหอนอยู่แถวนี้ ที่แท้ก็เป็นเจ้า... เดรัจฉานหกเนตร สุนัขรับใช้ที่เคยคลานหมอบอยู่ใต้เท้าข้าเมื่อห้าพันปีก่อนนี่เอง" คำพูดของเยี่ยเฉินเต็มไปด้วยการเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนทำให้อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง เดรัจฉานหกเนตร หรือ "เยวี่ยหลาง" แม่ทัพมารผู้รอดชีวิตจากมหาสงครามผนึกแดนปีศาจเมื่ออดีตกาล ดวงตาทั้งหกบนใบหน้าที่บิดเบี้ยวจ้องมองเยี่ยเฉินด้วยความเคียดแค้นชิงชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เซียนจื่อเวยพยายามฝืนประคองร่างตนเองขึ้น ลมหายใจของนางติดขัดเล็กน้อยเนื่องจากพิษมารที่แทรกซึมเข้าสู่บาดแผล แต่นางยังคงยืนหยัดเคียงข้างเยี่ยเฉิน กระบี่เซียนในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิด "เฉินเอ๋อร์..." นางเอמהเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น "มันไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เจ้าในยามนี้จะรับมือได้ลำพัง พิษมารของมันกัดกร่อนวิญญาณ ถอยไป... ให้ข้าจัดการเอง" เยี่ยเฉินเหลือบมองนาง หญิงสาวผู้ดื้อรั้นและแบกรับทุกสิ่งไว้บนบ่า ใบหน้าที่ซีดเซียวของนางยิ่งขับเน้นความงามอันเยือกเย็นให้โดดเด่นราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขา ภายในอกของเขาเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า "ความห่วงใย" วาบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เป็นความรู้สึกที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับอสงไขยปี เขายกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่แผลบนไหล่ของนาง พลังปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งไหลเวียนเข้ากดจุดสกัดพิษมารไม่ให้ลุกลาม น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อยอย่างที่เซียนจื่อเวยไม่เคยได้ยินมาก่อน "ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านทำตัวเก่งเกินไปแล้ว รู้หรือไม่ว่าการเอาตัวมารับกระบี่แทนข้า มันทำให้ข้ารู้สึกว่าตนเองช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก" เยี่ยเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ ทว่าแววตากลับจริงจังอย่างยิ่ง "รออยู่ตรงนี้ ข้าบอกแล้วว่า... หนี้เลือดในอดีต ถึงเวลาต้องชำระทีละคน" เยวี่ยหลางแค่นหัวเราะเสียงดังลั่น ยื่นมือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บสีดำยาวเฟื้อยออกมา "ชำระหนี้เลือดงั้นหรือ? มหาเทพผู้ร่วงหล่นอย่างเจ้า ในตอนนี้เหลือพลังปราณแค่ไม่ถึงสามส่วนด้วยซ้ำ จะเอาอะไรมาสู้กับข้า! วันนี้ทั้งตัวเจ้าและสตรีสำนักเซียนผู้นี้ จะต้องกลายเป็นวิญญาณใต้เงื้อมมือของข้า!" สิ้นเสียง มันก็ทะยานร่างเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง กรงเล็บมารฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงกรีดร้องของภูตผี รอบกายปรากฏค่ายกลวิญญาณโลหิตพุ่งตรงเข้าใส่เยี่ยเฉินและเซียนจื่อเวยในพริบตา! เยี่ยเฉินผลักเซียนจื่อเวยไปด้านหลังเบาๆ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูเก่าโดยไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นสีทองประกายลึกล้ำ พลังปราณโบราณที่หลับใหลอยู่ในจุดตันเถียนระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนมิติรอบตัวสั่นสะท้าน ทว่า... ในวินาทีที่กระบี่ในมือของเยี่ยเฉินกำลังจะตวัดเข้าปะทะกับกรงเล็บมาร ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เสียงคำรามของอสุนีบาตสีดำสนิทผ่าลงมากลางลานพิธี เสียงหัวเราะเยือกเย็นอีกสายหนึ่งที่ทรงพลังกดดันยิ่งกว่าเยวี่ยหลางหลายเท่า ก็ดังแทรกขึ้นมาจากรอยแยกมิติที่เปิดออกเบื้องหลังเยี่ยเฉิน "ฮ่าๆๆๆ... เยี่ยเฉิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการหลบหนีมายังโลกมนุษย์ จะทำให้เจ้าพ้นเงื้อมมือของ 'องค์เหนือหัว' ไปได้?" เยี่ยเฉินชะงักฝีเท้า สีหน้าสุขุมลุ่มลึกในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อได้ยินสรรพนามนั้น หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางฝ่าฟันลิขิตสวรรค์ไปกับตัวละครทุกตัวในตอนนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตาม "หลิวเยี่ยนซี" เสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%