โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนึกศิลาจารึกสวรรค์จนเกิดเสียงกู่ร้องก้องกังวานดั่งอสนีบาตคำราม ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วลานพิธี บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับทัณฑ์อัสนีเก้าชั้นฟ้า เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์นับหมื่นชีวิตแห่งสำนักกระบี่เมฆาต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ร่างของพวกเขาสั่นเทิ้มราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมหาอำนาจอันไร้รูป
"เป็นไปไม่ได้... นั่นคือ... พลังของมหาเทพผู้ร่วงหล่น!"
เสียงอุทานด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากปากของผู้อาวุโสสูงสุดผู้เคยร่วมมือกับสำนักมารทรยศ เขาถอยหลังกรูดจนล้มพับลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อเงาร่างอันคุ้นเคยแต่บัดนี้กลับสูงส่งค้ำฟ้าก้าวเดินผ่านม่านหมอกอัคคี
เยี่ยเฉินไม่ได้เร่งรีบ เขาเพียงก้าวเท้าเดินอย่างมั่นคง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเขาปราศจากรอยเปื้อน แม้ผ่านศึกหนักหน่วงที่สะเทือนถึงรากเหง้าแห่งสามภพ ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับลุ่มลึกดั่งห้วงมหรรณพที่กักเก็บดวงดาราไว้ทั้งนภากาศ รัศมีปราณเซียนโบราณแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ทว่ากลับอบอุ่นและยิ่งใหญ่พอที่จะโอบอุ้มสรรพชีวิตทั้งปวงไว้ในคราเดียว
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวและยิ่งใหญ่ได้ถูกเปิดเผยแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ผู้ที่พวกเขาตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ เป็นมารร้ายที่ต้องถูกกำจัด กลับเป็นผู้เดียวแบกรับภาระอันหนักอึ้งในการค้ำจุนรากฐานสวรรค์ และเป็นผู้กอบกู้ที่โลกใบนี้โหยหามาเนิ่นนาน
เซียนจื่อเวยยืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชา กระบี่หยกในมือร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาจนเกิดเสียงกังวานใส หยาดน้ำตาที่นางพยายามอดกลั้นมาตลอดหลายร้อยปีเอ่อล้นคลอหน่วยดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกผิด ความโหยหา และความรักอันลึกซึ้งหลอมรวมกันจนจุกแน่นลำคอ
"เจ้า..." เซียนจื่อเวยเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากเย็นริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อย นางมองบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า ผู้ซึ่งนางเคยใช้ปลายกระบี่ชี้หน้าด้วยความเข้าใจผิด ผู้ที่นางพยายามปกป้องด้วยวิถีทางอันโดดเดี่ยวของตนเอง
เยี่ยเฉินหยุดฝีเท้าลง เขาส่งยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยาและอาจารย์ในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งราวกับจะบอกนางว่า *'ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าปลอดภัยแล้ว'*
"จื่อเวย... ข้ากลับมาแล้ว"
คำพูดเพียงไม่กี่คำ ทว่ากลับทรงพลังยิ่งกว่าคัมภีร์เซียนบทใดๆ ในใต้หล้า มันคือสัญญาอัสนีที่ก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคนที่ได้สดับตรับฟัง
ฉับพลันนั้น แรงกดดันจากมหาเทพที่แท้จริงก็แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นดินสั่นสะเทือน เลือดในกายของเหล่าผู้อาวุโสทรยศต่างพากันตีกลับจนกระอักโลหิตออกมาคำโต บัลลังก์เซียนเหนือเมฆาที่เคยสั่นคลอนด้วยเงื้อมมือมาร บัดนี้กลับถูกชำระล้างด้วยแสงสว่างเจิดจ้า อักขระโบราณนับหมื่นตัวลอยเคว้งคว้างบนท้องนภา วาดลวดลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่
เยี่ยเฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม เขากระดิกนิ้วเพียงคราเดียว กระบี่อัคคีสวรรค์ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภา กรีดผ่าม่านเมฆทมิฬที่ปกคลุมสำนักมานับพันปีให้มลายหายไปในพริบตา พลังปราณบริสุทธิ์หลั่งไหลลงมาราวกับสายฝนทิพย์ ฟื้นฟูชีวาให้กับทุกสรรพสิ่งในอาณาเขต
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความยิ่งใหญ่ของการกอบกู้ แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า รอยแยกสีดำสนิทราวกับปากอสูรปรากฏขึ้นใจกลางลานพิธี กลิ่นอายความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าราชันมารตนใดพุ่งทะยานขึ้นเสียดฟ้า
เยี่ยเฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที
เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ... และบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาในยามนี้ คือผู้ที่ควรจะดับสูญไปเมื่อหมื่นปีก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคและเส้นด้ายแห่งโชคชะตาไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — หลิวเยี่ยนซี
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 28
บัลลังก์ใหม่เหนือเมฆา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!