กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่เบื้องล่างตำหนักเหมันต์นิรันดร์ เสียงประกาศกร้าวของผู้อาวุโสสำนักกระบี่สวรรค์ที่กล่าวหาเซียนจื่อเวยเรื่องซุกซ่อน ‘มารโลหิต’ ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเยี่ยเฉิน แม้ภายนอกเขาจะเป็นเพียงศิษย์รับใช้ผู้ไร้ซึ่งพลังยุทธ์ที่ถูกส่งมาปรนนิบัติ ทว่าภายใต้รอยยิ้มอ่อนน้อมและดวงตาที่ทอประกายราบเรียบนั้น มหาเทพผู้ร่วงหล่นกลับซ่อนความเย้ยหยันต่อกฎเกณฑ์จอมปลอมของสำนักนี้ไว้อย่างมิดชิด
ในยามวิกาลยามที่สรรพสิ่งตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงแสงจันทร์สีเงินยวดยวงที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษสา ทอดเงาทาบทับร่างโปร่งบางของเยี่ยเฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกนอนเก่าๆ
นี่คือเวลาที่ฟ้าดินเชื่อมโยงพลังหยินหยางบริสุทธิ์ที่สุด เหมาะแก่การโคจรลมปราณทวนกระแสสวรรค์มากที่สุด
เยี่ยเฉินหลับตาลง ชักนำจิตสำนึกเข้าสู่ห้วงทะเลปราณที่แห้งผาก จุดชีพจรทั่วร่างของเขาในยามนี้ถูกผนึกไว้ด้วย ‘โซ่อัสนีพันธนาการ’ ที่สำนักใช้ตรวจสอบผู้ไร้รากปราณ ทว่าสำหรับอดีตมหาเทพผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน โซ่ตรวนเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากใยแมงมุมที่รอวันถูกฉีกกระชาก
"หึ... คิดว่าค่ายกลกักพลังระดับนี้ จะกักขังวิญญาณของเปิ่นจวินได้กระนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคออย่างแผ่วเบา พร้อมกับเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้ใบหน้าจะยังคงความสุขุมเยือกเย็น แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนกลับเกร็งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ใช้วิชา ‘กลืนกินดารา’ ที่สูญหายไปจากยุทธภพมานานนับหมื่นปี ทันใดนั้น อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน อากาศรอบกายกลายเป็นสีขาวโพลนด้วยไอเย็นจัด ละอองปราณบริสุทธิ์จากห้วงนภาถูกดึงดูดให้ไหลทะลักผ่านหลังคาตำหนัก พุ่งตรงเข้าสู่ร่างของเยี่ยเฉินราวกับพายุหมุน
*เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!*
เสียงคล้ายกระดูกลั่นดังขึ้นภายในร่าง เป็นสัญญาณของการเริ่มทะลวงจุดชีพจร ‘จงซู’ ที่ตีบตันมานานนับปี ความเจ็บปวดระดับฉีกกระชากวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ ราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มกำลังกรีดแทงลงบนเส้นประสาททีละนิ้ว ทว่าเยี่ยเฉินไม่แม้แต่จะส่งเสียงคราง เขากัดฟันแน่นจนคาวเลือดสีชาดไหลซึมออกจากมุมปาก ดวงตาที่เปิดขึ้นวับวามด้วยประกายแสงสีทองอร่าม ดุจดั่งเนตรพญามมารที่กำลังมองลงมาจากสรวงสวรรค์
ในขณะเดียวกัน ที่ตำหนักใหญ่อีกฟากหนึ่ง เซียนจื่อเวยซึ่งกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่หน้ากระบี่วิญญาณ พลลืมตาโพลงขึ้นอย่างฉับพลัน นางหันขวับไปทางทิศของตำหนักพักศิษย์รับใช้ด้วยแววตาตื่นตะลึง
ปราณมหาศาลเมื่อครู่นี้... มันคืออะไรกัน?
ความกดดันระดับที่ทำให้จิตวิญญาณของยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมสั่นสะเทือน ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แม้แต่นางผู้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมือแห่งยุค ยังรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงมดปลวกตัวจ้อยเมื่อเผชิญหน้ากับพลังนั้น
"หรือว่า... เขาจะ..." จื่อเวยพึมพำกับตัวเอง หัวใจดวงน้อยที่ด้านชามานานนับร้อยปีกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพของศิษย์รับใช้ผู้มีแววตานิ่งสงบเกินวัยผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง
นางลุกขึ้นยืน ชายผ้าคลุมสีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามแรงลมยามค่ำคืน ร่างระหงทะยานออกไปอย่างไร้สุ้มเสียง มุ่งตรงไปยังตำหนักของเยี่ยเฉินทันทีด้วยความร้อนรน
กลับมาที่ห้องพักอันคับแคบ เยี่ยเฉินยังคงเร่งเร้าพลังปราณระลอกสุดท้าย จุดชีพจรสุดท้ายที่ชื่อ ‘เสวินกง’ กำลังจะถูกเปิดออก หากสำเร็จ เขาจะก้าวข้ามขีดจำกัดและฟื้นคืนพลังสู่ขอบเขต ‘แก่นแท้ดาราจักร’ ขั้นที่หนึ่งได้ทันที ซึ่งเพียงพอที่จะบดขยี้ผู้อาวุโสตาแก่พวกนั้นให้เป็นจุลในพริบตา
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้เก่าๆ ของตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังปราณอันคุ้นเคย
เยี่ยเฉินสะดุ้งเล็กน้อย การโคจรลมปราณหยุดชะงักกะทันหัน ส่งผลให้พลังย้อนกลับเข้าสู่ร่าง ปราณโลหิตพุ่งทะลักออกจากปากของเขาพ่นเป็นละอองสีแดงสดสาดกระเซ็นลงบนพื้นห้อง
เงาร่างระหงของสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนนิ่งงันอยู่ที่หน้าประตู แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้างดงามล่มเมืองที่บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและร่องรอยของความห่วงใยที่ปกปิดไม่มิด
เซียนจื่อเวยมองกองเลือดบนพื้น สลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดแต่ยังคงความเย่อหยิ่งไว้ของเยี่ยเฉิน นางก้าวเข้ามาใกล้ ชายตามองสำรวจร่องรอยพลังปราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศอย่างหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยที่นางพยายามเก็บอาการไว้อย่างสุดความสามารถ
"เจ้า... ซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่, เยี่ยเฉิน?"
เยี่ยเฉินปาดคราบเลือดที่มุมปากออก ช้าๆ เขายันกายลุกขึ้นยืน ประสานสายตากับอาจารย์สาวผู้เย็นชา ทว่าไร้ซึ่งความหวาดกลัว รอยยิ้มที่มุมปากกลับยิ่งลึกล้ำและอันตรายขึ้นกว่าเดิม
"ท่านอาจารย์มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่ใช่เพราะเรื่องตรวจตราความเรียบร้อยกระมังขอรับ?"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ทันใดนั้นเอง... ก่อนที่เซียนจื่อเวยจะได้เอ่ยคำใดต่อ เสียงระฆังเตือนภัยเก้าคราของสำนักก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งขุนเขา พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากกระบี่บินนับร้อยเล่มที่พุ่งตรงมาล้อมรอบตำหนักของพวกเขาเอาไว้!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมทางทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลิวเยี่ยนซี" เสมอมานะคะ
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 3
เคล็ดวิชาหลอมกายเทวะ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!