พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 23

สละชีพเพื่อปกป้อง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โลหิตอุ่นร้อนหยดลงบนพื้นศิลาขาวสะอาด เกิดเป็นเสียงกังวานดุจหยาดฝนฤดูใบไม้ร่วงที่โปรยปรายลงบนแผ่นน้ำแข็ง เซียนจื่อเวยคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ร่างกายบอบบางสั่นสะท้าน กระบี่หยกคู่กายร้าวรานจนเกิดรอยแยกละเอียดดั่งใยแมงมุม ปราณเซียนในร่างปั่นป่วนจนกระอักเลือดคำโตออกมาอีกครั้ง รอบกายของนางคือซากปรักหักพังของลานพิธีบูรพา กลิ่นอายของกองทัพมารนับหมื่นแผ่ซ่านกดทับจนอากาศแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ เบื้องหน้าของนางคือราชครูมารผู้ชั่วร้าย เงาร่างมหึมาของมันปกคลุมท้องฟ้าจนมืดมิด มันหัวรウンドังก้อง สะท้อนความเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆ! อาจารย์เซียนผู้สูงส่งแห่งสำนักกระบี่เมฆา ถึงคราดับสูญแล้วกระมัง! ยอมจำนนและมอบแก่นแท้เซียนเสียเถิด ข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตศิษยานุศิษย์ของเจ้าสักคนสองคน" ดวงตาคู่งามของเซียนจื่อเวยฉายแววเด็ดเดี่ยว นางมิได้หวาดกลัวความตาย หากแต่เจ็บปวดที่มิอาจปกป้องสำนักและคนผู้นั้นได้จนถึงที่สุด ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง นางรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ยกกระบี่ขึ้นชี้ฟ้า เตรียมระเบิดตบะและดวงจิตทั้งหมดเพื่อแลกกับการลากมันลงไปสู่ขุมนรกด้วยกัน "ศิษย์น้อง... ข้าขอโทษ" นางพึมพำกับความว่างเปล่า ภาพใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่แฝงความอบอุ่นของเยี่ยเฉินผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง "เจ้าไม่ต้องขอโทษผู้ใดทั้งสิ้น... จื่อเวย" สุ้มเสียงทุ้มนุ่มลึกที่คุ้นเคยดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับกังวานชัดเจนราวกับดังอยู่ข้างหู ข้ามผ่านเสียงคำรามของเหล่ามารและเสียงลมพายุที่บ้าคลั่ง เซียนจื่อเวยชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางหันขวับไปมองยังทิศทางของต้นเสียง หัวใจที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็งกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ที่นั่น... ท่ามกลางม่านหมอกสีดำทมิฬและกลิ่นอายคาวเลือด ร่างโปร่งในอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านที่มิเคยแปดเปื้อนฝุ่นผงกำลังก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงไป พื้นศิลาที่แตกละเอียดกลับปรากฏดอกบัวน้ำแข็งผ่งบานเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าขับไล่ไอความมืดมนให้ถอยร่น เยี่ยเฉิน... เขาไม่ได้ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังอีกต่อไป รอยยิ้มอ่อนน้อมที่เคยประดับบนใบหน้าบัดนี้มลายหายสิ้น เหลือไว้เพียงใบหน้าที่เรียบเฉย เย็นชา และเปี่ยมด้วยรัศมีกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้สรรพสิ่งต้องสั่นสะท้าน ดวงตาคู่คมกวาดมองกองทัพมารนับหมื่นด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมองมดปลวกไร้ค่า ราชครูมารหุบยิ้มทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม "ทะ...เป็นไปได้อย่างไร! เจ้ามันก็แค่เศษสวะตระกูลเยี่ย เหตุใด..." เยี่ยเฉินไม่แม้แต่จะชายตามองมัน เขาก้าวผ่านร่างของเซียนจื่อเวยไปอย่างนุ่มนวล มือเรียวยื่นไปแตะบ่าบอบบางของนางเบาๆ กระแสพลังปราณบริสุทธิ์สายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างของหญิงสาว ช่วยระงับอาการบาดเจ็บและฟื้นฟูเส้นลมปราณที่ขาดสะบั้นลงในพริบตา "พักผ่อนเสีย" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนอย่างยิ่งยวดเมื่อเอ่ยกับนาง "ที่เหลือ... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีเจ้าเถอะ" คำว่า 'สามี' ทำให้ใบหน้าที่ซีดขาวของเซียนจื่อเวยเจือด้วยสีเรื่อจางๆ ทว่าหัวใจกลับอัดแน่นด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งตื้นตัน ห่วงใย และหวาดหวั่น "เยี่ยเฉิน... พลังของเจ้ายังฟื้นคืนไม่เต็มที่ อย่าฝืน..." เยี่ยเฉินเพียงแค่หันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ รอยยิ้มนั้นอบอุ่นดั่งแสงตะวันแรกยصรุ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็คมกริบดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ "เพื่อปกป้องเจ้า... ต่อให้ต้องพลิกฟ้ารื้อแผ่นดิน หรือร่วงหล่นสู่ขุมนรกโลกันตร์อีกครา ข้าก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย" สิ้นคำพูด ร่างของเยี่ยเฉินก็หายวับไปจากจุดเดิม! *เปรี้ยงงงงงง!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งแหวกฟ้าทะลุเมฆทมิฬ ผ่ากองทัพมารนับพันออกเป็นสองซีกในกระบวนท่าเดียว แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องลงมาดั่งสุริยุปราคาที่ถูกแผดเผาจนสว่างวาบ ราชครูมารคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มันตวัดกรงเล็บมหึมาเข้าใส่เยี่ยเฉินที่ยืนอยู่กลางอากาศ ความเร็วของมันเหนือจินตนาการ ฉีกกระชากมิติรอบข้างจนเกิดรอยแยกสีดำสนิท เยี่ยเฉินแค่นเสียงเย็นชา "รนหาที่ตาย" เขามือขวาคว้าจับความว่างเปล่า กระบี่โบราณที่สถิตด้วยจิตวิญญาณแห่งมหาเทพปรากฏขึ้นในอุ้งมือ ตัวกระบี่เปล่งประกายแสงสีเงินยวงสะท้อนเงาจันทร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เขาวาดกระบี่ออกไปเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมด้วยสัจธรรมแห่งฟ้าดิน วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ทะลวงผ่านทุกสิ่ง! กระแสลมปราณกระบี่พุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บมารอย่างจัง เกิดเป็นคลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ทำลายล้างภูเขาด้านหลังจนราบคาบในพริบตา ราชครูมารเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มันสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ พลังของเยี่ยเฉินในยามนี้... ไม่ใช่ระดับมนุษย์หรือแม้แต่เซียนทั่วไป แต่มันคือพลังของมหาเทพผู้ควบคุมกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์! "เจ้า... เจ้าคือ..." ราชครูมารละล่ำละลักเอ่ยออกมาได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างมหึมาของมันจะถูกแสงสีเงินกลืนกินจนสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปต่อหน้าต่อตา! ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมสนามรบในทันที เหล่ากองทัพมารที่เหลืออยู่ต่างโยนอาวุธทิ้งและคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พลังอันไร้เทียมทานนี้ได้บดขยี้ขวัญกำลังใจของพวกมันจนหมดสิ้น ทว่า... บนใบหน้าของเยี่ยเฉิน กลับไม่มีร่องรอยของความยินดี เขากระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายเซถอยหลังไปสองก้าว กระบี่ในมือเลือนหายไปในอากาศ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว ปราณมหาเทพที่ถูกปลุกขึ้นมาฝืนลิขิตสวรรค์กำลังสะท้อนกลับเข้าทำลายร่างเนื้อของเขาเอง "เยี่ยเฉิน!" เซียนจื่อเวยพุ่งเข้ามาประคองร่างที่กำลังจะล้มลงของเขาไว้ได้ทัน น้ำตาร่วงหล่นลงบนแก้มของนางอย่างห้ามไม่อยู่ เยี่ยเฉินแย้มยิ้มฝืนๆ เขายกมือสั่นเทาขึ้นสัมผัสใบหน้างดงามของนาง ดวงตาเริ่มพร่ามัว "จื่อเวย... ข้า... ทำสำเร็จแล้ว..." ในขณะที่เซียนจื่อเวยกำลังจะเอ่ยตอบ บรรยากาศรอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างกะทันหัน ท้องฟ้าที่เพิ่งกระจ่างใสกลับถูกย้อมด้วยสีเลือด เมฆหมุนวนเป็นเกลียวลึกดั่งปากอสูร เสียงหัวเราะเยือกเย็นและทรงอำนาจยิ่งกว่าผู้ใดดังสะท้อนก้องมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน กดทับจนพวกเขาทั้งคู่แทบจมดิ่งลงกับพื้น "นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะฟื้นคืนพลังได้เร็วถึงเพียงนี้... อดีตมหาเทพผู้ทรยศสวรรค์" เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางมิติที่ฉีกขาด พร้อมกับแรงกดดันที่เหนือล้ำกว่าราชครูมารนับร้อยเท่า และที่สำคัญ... ใบหน้าใต้หมวกคลุมนั้น ทำให้เยี่ยเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสูงสุด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจมาให้กันเสมอนะคะ หลิวเยี่ยนซีสัญญาว่าตอนหน้าจะเดือดและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%