พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 24

ทัณฑ์สวรรค์พิโรธ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ถ้าสันทรายแห่งกาลเวลาและอาญาสวรรค์ต้องการบดขยี้กระดูกชิ้นนี้ของข้าให้แหลกสลาย... เช่นนั้นข้าก็ขอใช้กระบี่เล่มนี้ เฉือนเฉือนโฉมหน้าอันจอมปลอมของสวรรค์ให้สิ้นซาก!" สุ้มเสียงของเยี่ยเฉินก้องกังวานดุจเสียงระฆังสำริดโบราณที่ถูกตีด้วยค้อนเพลิง อณูพลังปราณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานจากจุดตันหยง ทะลวงทะมึนขึ้นสู่ท้องนภากว้างจนมิติรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ความกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ใต้ร่างศิษย์สำนักเมฆาอัคคี บัดนี้หลุดพ้นจากโซ่ตรวนแห่งพันธะสัญญาแล้ว ร่างโปร่งในอาภรณ์สีขาวสะอ้านบัดนี้อาบไล้ด้วยรัศมีอัคคีสีชาด แววตาที่เคยทอประกายอ่อนโยนยามประสานสายตากับนางบัดนี้กลับคมกริบดุจคมกระบี่โบราณที่อาบพิษโลหิต เซียนจื่อเวยสะท้านเฮือก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น นางถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ปลายกระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริกไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อพลังฟ้าดินที่กำลังก่อตัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า... ตัวตนที่แท้จริงของบุรุษผู้นี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่ยุทธภพสามพันภพจะแบกรับไหว "เฉินหลาง... ท่าน..." นามอันสนิทสนมหลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบที่ซีดเผือด นางเป็นถึงเจ้าสำนักผู้เยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งพันปี ทว่ายามนี้กลับรู้สึกราวกับว่าพื้นดินใต้เท้ากำลังพังทลาย "ถอยไป, จื่อเวย." เยี่ยเฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ทว่าเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยอำนาจล้นเหลือ เขาปรายตามองนางเพียงเสี้ยววินาที แววตาคู่นั้นสะท้อนความอาลัยอาวรณ์และคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อาจขัดขืน "หนี้แค้นเมื่อชาติภพก่อน ข้ากับสวรรค์ต้องสะสางในวันนี้" *เปรี้ยง! ครืนนน—!* เสียงอสนีบาตคำรามก้องสะท้านสะเทือนถึงรากเหง้าแห่งปฐพี เมฆสีดำสนิทหนาทึบก่อตัวขึ้นเหนือนภาในชั่วพริบตา ราวกับรอยแยกแห่งความมืดมิดที่อ้าปากรอคืนกินดวงวิญญาณ สายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นตาลฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่เยี่ยเฉินยืนอยู่โดยไร้ซึ่งความปรานี อานุภาพของมันรุนแรงจนยอดเขาหลักแห่งสำนักเมฆาอัคคีสั่นสะเทือน ศิลาผาแตกละเอียดเป็นผุยผง อาคมคุ้ม กันสำนักที่สะสมมานับพันปีแหลกสลายดั่งกระจกบางเบา เยี่ยเฉินไม่หลบเลี่ยง เขายืดกายขึ้นตรง ทอดสายตาท้าทายขึ้นสู่เบื้องบน มือขวาแบออก ปรากฏกระบี่โบราณปราณโลหิตเล่มหนึ่งลอยเด่นอยู่เหนือฝ่ามือ ลวดลายอักขระเซียนโบราณบนคมกระบี่เปล่งแสงเจิดจ้าแข่งกับสายฟ้าสวรรค์ "สวรรค์เจ้าเอ๋ย เจ้าเฝ้ารอคอยวันที่ข้าจะคืนร่างเพื่อลงทัณฑ์เช่นนั้นหรือ? น่าขันนัก... ข้าคือนิยามแห่งกฎเกณฑ์ เหตุใดต้องก้มหัวให้กงเกวียนกำเกวียนที่พวกเจ้าสร้างขึ้น!" สิ้นคำประกาศิตของอดีตมหาเทพ ห้วงอากาศรอบตัวเขาก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง คลื่นพลังปราณสะท้อนกลับซัดเอาเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สำนักที่ยืนอยู่โดยรอบกระเด็นลอยละลิ่วราวกับใบไม้ไหว ทว่าเซียนจื่อเวยกลับฝืนใช้พลังปราณน้ำแข็งปักกระบี่ลงกับพื้นศิลา นางกัดฟันกรอดจนหยาดโลหิตสีแดงฉานรินไหลจากมุมปาก ดวงตางามหยาดเยิ้มจ้องมองแผ่นหลังที่ยืนหยัดต้านทานสายฟ้าของบุรุษที่นางรักสุดหัวใจ "ข้าไม่ยอมให้ท่านเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังเด็ดขาด!" นางตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของฟ้าดิน ร่างเพรียวระหงทะยานขึ้นกลางอากาศ หมายจะเข้าไปเคียงข้างเขา แม้รู้ดีว่าทัณฑ์สวรรค์เก้าสายนี้แม้แต่เซียนแท้จริงยังต้องดับสูญ "อย่าเข้ามา! จื่อเวย! เจ้าอยากให้ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่าหรือ?!" เยี่ยเฉินหันกลับมาตวาดเสียงกร้าว นัยน์ตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและห้วงอารมณ์อันลึกล้ำ "ถ้าเจ้ายังดื้อดึง ข้าจะตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเรา ณ บัดนี้!" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดแทงลงกลางใจของเซียนจื่อเวย นางชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายสั่นเทา หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและห่วงหาเอ่อล้นทะลักขอบตา ร่วงหล่นลงมาผสมกับสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง นางไม่เคยถูกเขาปฏิเสธเยี่ยงนี้มาก่อน... ไม่เคยเลยสักครั้ง *เปรี้ยง! เปริมมม!* สายฟ้าสายที่สองและสามฟาดลงมาพร้อมกัน ราวกับกรงเล็บมังกรเพลิงที่ขย้ำลงบนร่างของเยี่ยเฉิน เลือดสีทองคำอันเป็นโลหิตแห่งเทพพวยพุ่งออกจากปากของเขา ย้อมอาภรณ์สีขาวให้กลายเป็นสีชาดน่ากลัว ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะทรุดลง ร่างกายของเขากลับดูสูงตระหง่านและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่าความเจ็บปวดและสายฟ้าเหล่านี้คือเชื้อเพลิงที่เติมเต็มพลังที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ เซียนจื่อเวยทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาที่เปียกชุ่ม มือทั้งสองข้างกำดินแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางเข้าใจแล้ว... เขากำลังใช้ทัณฑ์สวรรค์เหล่านี้ในการชำระล้างผนึกสุดท้าย เพื่อดึงเอาตบะและอำนาจทั้งหมดในอดีตชาติกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์แบบ แลกมาด้วยความเสี่ยงที่อาจต้องสูญสิ้นจิตวิญญาณ "เยี่ยเฉิน... ท่านมันคนใจร้าย..." นางพึมพำกับตัวเอง หยาดน้ำตาปะปนกับสายฝนจนแยกไม่ออก ในวินาทีนั้นเอง ท้องนภาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกดำทะมึนหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ใจกลางสำนัก แรงกดดันระดับที่ทำให้สรรพชีวิตต้องสยบยอมแพร่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งยุทธภพ สายฟ้าสายที่สี่ซึ่งทรงพลังอำมหิตที่สุดกำลังรวบรวมพลังเพื่อพุ่งเป้าปลิดชีพผู้ฝืนลิขิตฟ้า เยี่ยเฉินเงยหน้าขึ้น ท่ามกลางพายุฝนและแสงสว่างวาบของอสนีบาต รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตมหาเทพผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด เขาตวัดกระบี่ในมือชี้ขึ้นฟ้า ท้าทายอำนาจสูงสุดแห่งสวรรค์อย่างไม่เกรงกลัว "หากวันนี้ข้าไม่พังประตูสวรรค์ให้ราบคาบ ข้าก็ไม่ใช่เยี่ยเฉิน!" กระแสลมปราณระเบิดพลันแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ทะลวงผ่านชั้นเมฆจนเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานสวนทางกับสายฟ้าสีเลือดที่กำลังพุ่งดิ่งลงมา ปะทะกันกลางอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลายเป็นจุล ทว่า ท่ามกลางการปะทะกันอันดุเดือดจนฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่นนั้นเอง... พื้นดินเบื้องล่างที่เซียนจื่อเวยคุกเข่าอยู่กลับเกิดรอยแยกสีดำสนิทขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับไอน้ำแข็งสีนิลและกลิ่นอายมารอันชั่วร้ายที่แผ่พุ่งออกมาพันธนาการข้อเท้าของนางไว้! เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกนั้น พุ่งเข้าประชิดตัวนางในพริบตา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทศโสตประสาทของทุกคนในบริเวณนั้นให้ชาหนึบ "ฮ่าๆๆๆ มหาเทพเยี่ยเฉิน มัวแต่สนใจทัณฑ์สวรรค์เบื้องบน จนลืมระวังภัยร้ายจากขุมนรกเบื้องล่างแล้วกระมัง!" เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเงาดำเหล่านั้นแปรสภาพเป็นโซ่ตรวนมารพุ่งตรงเข้าทะลวงจุดตันหยงของนางเพื่อแย่งชิง "แก่นแท้เซียนพันปี" ไปต่อหน้าต่อตา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจมาให้กันเสมอนะคะ หลิวเยี่ยนซีสัญญาว่าตอนหน้าจะเดือดและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%