พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 8

กระบี่เดียวสยบฟ้า

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ความโกลาหลที่แผ่ซ่านลงมาจากม่านฟ้าเบื้องบน มิได้ทำให้บรรยากาศบนลานประลองของสำนักกระบี่สวรรค์ลดทอนความกดดันลงแม้แต่น้อย หากแต่ความเยือกเย็นของเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะสั่นประสาทนั้น กลับเป็นเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุมเข้าสู่กองเพลิงแห่งความตึงเครียด “บังอาจนัก! บุกรุกเขตแดนศักดิ์สิทธิ์สำนักเรา ยังกล้าส่งเสียงระคายหูเช่นนี้อีกหรือ!” เสียงประกาศกร้าวของผู้วอาวุโสฝ่ายวินัยดังขึ้น พร้อมกับกระบี่นับร้อยเล่มที่สั่นระริกในฝักราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารที่พวยพุ่ง ทว่า เงาร่างเบื้องบนกลับมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เยี่ยเฉินยืนอยู่กลางลานประลอง สายตาคมปลาบดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝัก เขากวาดตามองไปยังผู้มาเยือน ก่อนจะเหลือบไปเห็นเซียนจื่อเวย อาจารย์สาวผู้ยืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นประธาน ใบหน้างามล้ำราวภาพวาดของนางตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ดวงเนตรคู่คมจับจ้องไปยังเงาดำนั้นด้วยความระแวดระวัง นางกำลังแบกรับชื่อเสียงและความปลอดภัยของสำนักไว้บนบ่าทั้งสองข้าง—และนั่นคือสิ่งที่เยี่ยเฉินไม่อินังขังขอบให้ผู้ใดมาทำลายลงได้ “คิดว่าส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนบนยอดเขา แล้วจะทำให้ข้าหวั่นไหวได้กระนั้นหรือ” เยี่ยเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่ากังวานก้องไปทั่วทุกอณูอากาศ ราวกับเสียงระฆังสำริดที่สะท้อนจากห้วงลึกแห่งขุมนรก เงาร่างในชุดดำหยุดหัวเราะ มันก้าวเท้าเดินกลางอากาศราวกับเหยียบย่างบนบันไดนิลกาฬ ดวงตาคู่หนึ่งที่เรืองแสงสีโลหิตลอดรอยแยกของผ้าคลุมจดจ้องมาที่เยี่ยเฉิน “เด็กน้อย... เจ้ามีความอาจหาญเกินตัวนัก คิดว่าล้มศิษย์สายตรงสามคนได้แล้วจะไร้ผู้ต่อกรในใต้หล้า วันนี้ ข้า ‘อวิ๋นเทียน’ ผู้นำทัพเงาทมิฬ จะมาล้างบางศิษย์อกตัญญูเช่นเจ้าให้สิ้นซาก!” สิ้นเสียงคำราม แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ก็ทะลักทะลายลงมาราวกับภูเขาถล่ม เหล่าศิษย์รุ่นเยาว์รอบลานประลองถึงกับกระอักเลือด เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ปราณกดดันนี้รุนแรงเกินกว่าที่ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปจะทานทนไหว เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วเรียวสวย พลังปราณสีครามบริสุทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อปกป้องเหล่าศิษย์ในสำนัก ทว่านางยังไม่ทันได้เคลื่อนไหว เยี่ยเฉินก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “อาจารย์... โปรดรอสักครู่” น้ำเสียงของเยี่ยเฉินอ่อนโยนยามเอ่ยกับนาง ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวที่ปฏิเสธไม่ได้ เซียนจื่อเวยชะงัก นางมองแผ่นหลังของศิษย์หนุ่มผู้นี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีวนอยู่ในอก นางเห็นความเย่อหยิ่ง ทว่าในขณะเดียวกันก็เห็นความมั่นใจที่ไร้ขอบเขตราวกับเขากุมชะตากรรมของฟ้าดินไว้ในกำมือ “เจ้า... ไหวหรือ” เซียนจื่อเวยเอ่ยถาม เสียงของนางแฝงความห่วงใยที่เก็บงำไว้ภายใต้ความเย็นชา “สำหรับสุนัขตัวเดียว... กระบี่เดียวก็เกินพอแล้วค่ะ” เยี่ยเฉินตอบรับด้วยรอยยิ้มบางเบา คำพูดนี้มิได้โอ้อวด แต่มันคือสัจธรรมจากปากของผู้ที่เคยเหยียบย่ำจุดสูงสุดของเก้าสวรรค์มาแล้ว อวิ๋นเทียนโกรธจนตัวสั่น ศาสตราวุธรูปเคียวโลหิตปรากฏขึ้นในมือ ปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งแปรเปลี่ยนเป็นหัวกะโหลกนับร้อยที่กรีดร้องโหยหวนพุ่งเข้าใส่เยี่ยเฉินอย่างบ้าคลั่ง “ตายเสียเถอะไอ้เด็กจองหอง!” ความมืดมิดแผ่ขยายกลืนกินแสงอาทิตย์บนยอดเขา ทุกคนต่างกลั้นหายใจ หัวใจของศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์แทบหยุดเต้น ภาพเบื้องหน้าช่างน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะจินตนาการ ทว่า เยี่ยเฉินยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินสลัก เขามิได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ จนกระทั่งเคียวโลหิตอยู่ห่างจากหน้าผากเพียงแค่คืบ! *ฉับพลัน!* ประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์เจิดจ้าปานดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันก็ระเบิดออกจากร่างของเยี่ยเฉิน มันไม่ใช่แค่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือ ‘จิตกระบี่’ ที่แท้จริง—คมกริบ ไร้เทียมทาน และสะท้านฟ้าสะเทือนดิน! เยี่ยเฉินยกมือขึ้นแตะที่ด้ามกระบี่ข้างกาย นิ้วเรียวยาวขยับเพียงนิดเดียว *คลิック—* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาทของทุกผู้คนในที่นั้น ประหนึ่งเสียงอสนีบาตฟาดผ่าลงกลางใจกระหม่อมของเหล่าผู้อาวุโส! เสี้ยววินาทีนั้น เวลาบนโลกราวกับหยุดเดิน คมกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พาดผ่านความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า แต่งดงามราวกับจันทร์เสี้ยวที่สลักลงบนผืนผ้าใบแห่งรัตติกาล *ฉับ!* เคียวโลหิตที่สะสมพลังทำลายล้างมหาศาลถูกตัดขาดเป็นสองท่อนอย่างไร้แรงต้านทาน ปราณทมิฬสลายกลายเป็นละอองธุลีในพริบตาเดียว และก่อนที่อวิ๋นเทียนจะทันได้ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ คมกระบี่นั้นก็หยุดนิ่งอยู่ที่ลำคอของมัน ปลายกระบี่แตะโดนผิวหนังจนมีหยดเลือดสีสดไหลริน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ลมก็หยุดพัดผ่าน อวิ๋นเทียนเบิกตากว้างจนแทบถล่น ร่างทั้งร่างแข็งค้าง ขาทั้งสองข้างสั่นเทา ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม พลังที่มันภาคภูมิใจนักหนากลับถูกทำลายลงได้ด้วยการตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว... นี่มันสัตว์ประหลาดตัวใดกัน! เยี่ยเฉินลดกระบี่ลงช้าๆ ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูอย่างไรก็ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ “ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์... ก็แค่มดปลวกในสายตาข้า” เยี่ยเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนทำให้ผู้อาวุโสหลายคนถึงกับหน้าถอดสี บนแท่นประธาน เซียนจื่อเวยลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่งามจ้องมองศิษย์หนุ่มเบื้องล่าง หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ พรสวรรค์ระดับนี้... มันเหนือล้ำกว่าตำนานใดๆ ในประวัติศาสตร์ของสำนักกระบี่สวรรค์ไปไกลลิบลิ่วแล้ว ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับชัยชนะอันน่าทึ่งนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนที่เพิ่งสงบลง กลับมืดครึ้มลงอีกครั้งอย่างกะทันหัน เมฆหมอกสีเลือดแผ่ขยายปกคลุมยอดเขาในพริบตา พร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานจากห้วงมิติที่ฉีกขาดออกเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ เงาร่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอวิ๋นเทียนนับร้อยเท่าค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาทจนผู้คนกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน "ช่างเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยม... เยี่ยเฉิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการซ่อนตัวอยู่ในสำนักเล็กๆ นี้ จะช่วยปกป้องคนที่เจ้าแคร์จาก ‘เงื้อมมือของสวรรค์’ ได้?" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลิวเยี่ยนซี" มา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%