โลหิตอุ่นร้อนหยดหนึ่งกระเซ็นต้องพู่กันหยกขาวบนโต๊ะศิลา เกิดเป็นรอยด่างสีชาดราวดอกเหมยต้องหิมะโปรย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับม่านหมอกอัสนีที่ยังคงลอยวนอยู่เบื้องบนห้องโถงใหญ่แห่งสำนักเมฆาพยัคฆ์ ท่ามกลางซากศพของเงาดำที่สลายกลายเป็นละอองปราณสีดำทมิฬ เยี่ยเฉินยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายกระบี่ในมือหยดเลือดสีแดงเข้มลงกระทบพื้นศิลาเป็นจังหวะเงียบงัน ทว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
"บังเกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ เจ้าสำนัก... ท่านยังคิดจะนิ่งดูดายอยู่หรือ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มหากแต่ทรงพลังกังวานดั่งระฆังทองสำริดดังขึ้นทำลายความเงียบงัน เยี่ยเฉินมิได้หันกลับไปมองผู้อาวุโสหลายคนที่กำลังหน้าซีดเผือด เขากวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวสวรรค์ไปยังบัลลังก์ประธาน ที่ซึ่งเจ้าสำนักเมฆาพยัคฆ์กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตื่นตระหนก
เซียนจื่อเวยก้าวเท้าเข้ามาเคียงข้าง แขนเสื้อยาวปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่ยังคงปั่นป่วน ร่างระหงของนางแผ่ไอเย็นเยือกแข็งออكمมาเพื่อกดดันบรรยากาศรอบด้าน นางปรายตามองกลุ่มเงาดำที่ถูกสังหารจนสิ้นซาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉินราวกับธารน้ำแข็งพันปี
"สิ่งที่ตกลงมาจากฟากฟ้ามิใช่เพียงอสนีบาต... แต่เป็นคำสาปแห่งบรรพกาลที่ถูกปลดปล่อยโดย 'มือ' ของคนภายในสำนักเราเองต่างหาก"
คำพูดของนางดั่งค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจคน ผู้อาวุโสใหญ่หลี่เทียนคุนพลันก้าวออกมา ใบหน้าชราภาพบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาชี้หน้าเยี่ยเฉินแล้วตวาดลั่น
"เหลวไหลสิ้นดี! ศิษย์นอกสำนักเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรจึงกล่าวหาผู้อาวุโสด้วยความเท็จ! เหตุการณ์อสนีบาตเมื่อครู่คือภัยพิบัติธรรมชาติ ใครเล่าจะคาดเดาได้!"
เยี่ยเฉินมิได้โกรธเคือง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันและลึกล้ำเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ม้วนคัมภีร์หนังมังกรโบราณที่อาบด้วยคราบเลือดพุ่งแหวกอากาศไปปักตรึงอยู่ตรงหน้าเจ้าสำนัก
"ภัยพิบัติธรรมชาติหรือ... ผู้อาวุโสหลี่ ท่านช่างมีความสามารถในการปัดสวะเข้าหาฟ้าดินเสียจริง แต่ไม่ทราบว่า... คัมภีร์ลับในการควบคุมเงาอสูรโลหิต ซึ่งประทับตราโลหิตประจำกายของ 'ผู้อาวุโสใหญ่' เช่นท่าน ที่ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุเมื่อครู่ มันคือภัยพิบัติจากสวรรค์ข้อใดกันเล่า?"
สิ้นเสียงของเยี่ยเฉิน ห้องโถงใหญ่พลันเงียบกริบลงทันที แม้แต่เสียงลมหายใจของเหล่าผู้อาวุโสก็พลันขาดหายไปหลี่เทียนคุนหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะแก้ตัว แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดไว้
เจ้าสำนักเมฆาพยัคฆ์ยื่นมือไปคว้าคัมภีร์หนังมังกรนั้นขึ้นมาพิจารณา ทันทีที่กระแสจิตสัมผัสโดนตราประทับโลหิต ร่างของเจ้าสำนักก็สั่นสะท้าน ไอสังหารพวยพุ่งออกจากร่างจนเก้าอี้ศิลาแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ นัยน์ตาคมกราบกราดมองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยความผิดหวังและเกรี้ยวกราด
"หลี่เทียนคุน! เจ้ากล้าชักศึกเข้าบ้าน ร่วมมือกับพรรคมารโลหิตเพื่อหมายจะโค่นล้มสำนักตนเองอย่างนั้นหรือ!"
"เจ้าสำนัก โปรดฟังข้าก่อน... มันเป็นแผนการใส่ร้าย! เจ้าเด็กนี่มัน..." หลี่เทียนคุนทรุดฮวบลงคุกเข่า เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"ใส่ร้ายงั้นหรือ?" เยี่ยเฉินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นศิลาดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "ในคัมภีร์นี้มิได้มีเพียงตราประทับของท่าน แต่ยังมีบันทึกการติดต่อซื้อขายศิลาผนึกมารกับสำนักมารโลหิตเมื่อสามวันก่อน... หรือท่านจะบอกว่า ลายมือนี้ถูกปลอมแปลงโดยภูตผีปีศาจกันเล่า?"
เซียนจื่อเวยมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยแววตาที่ซับซ้อน ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน ท่ามกลางวิกฤตที่จวนเจียนจะล่มสลาย สำนักกลับรอดพ้นได้ด้วยสติปัญญาและความเฉียบขาดของบุรุษผู้นี้ ผู้ที่ผู้คนต่างตราหน้าว่าเป็นเพียงศิษย์ไร้ค่า
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าความจริงได้ปรากฏชัดแจ้งแล้วนั้น
กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งสำริดดังแว่วมาจากความมืดมิดเบื้องนอกหน้าต่างห้องโถง เป็นเสียงที่เบาบางราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ แต่กลับทำให้กระแสปราณในร่างของทุกคนปั่นป่วนจนแทบกระอักเลือด
เยี่ยเฉินชะงักฝีเท้า สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา เขารีบหันกลับไปคว้ามือเซียนจื่อเวยไว้แน่น กระแสปราณคุ้มกายถูกแผ่ขยายออกเป็นเกราะแก้วโปร่งแสงทันที
"ระวัง!" เยี่ยเฉินคำรามต่ำในลำคอ
พื้นศิลาเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นร่องลึก เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มันพุ่งตรงไปยังร่างของเจ้าสำนักที่ยังถือคัมภีร์อยู่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังก้องกังวานไปทั่วทิศทาง
"ฮ่าๆๆๆ... คิดว่าเปิดโปงคนโง่คนหนึ่งแล้วจะจบสิ้นกระบวนความเช่นนั้นหรือ? เยี่ยเฉิน เจ้ามันก็ยังอ่อนหัดเกินไป!"
ร่างเงาดำนั้นระเบิดตัวเองออกเป็นควันพิษสีม่วงเข้ม กลืนกินร่างของเจ้าสำนักและผู้อาวุโสใหญ่หายลับไปกับตา พร้อมกับม่านพลังโบราณที่ถูกปิดตายลงจากภายนอก ขังทุกคนไว้ในห้องโถงที่ตอนนี้กลายเป็นกรงขังมรณะ และเหนือท้องฟ้าเบื้องบน... เสียงอสนีบาตคำรามก้องครั้งใหม่ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของ "ผู้มาเยือน" ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมถึงร้อยเท่ากำลังก้าวลงมาจากรอยแยกของมิติ!
หลิวเยี่ยนซีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันลิขิตสวรรค์มา ณ ที่นี้นะคะ
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 14
การเปิดโปงครั้งยิ่งใหญ่
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!