"ผู้ใด่บังอาจชักนำสัตว์อสูรบรรพกาลมาเหยียบย่ำแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่นภา!"
เสียงตวาดก้องสะท้านสะเทือนผืนแผ่นดินจนผนึกศิลาเบื้องหลังบัลลังก์ร้าวราน แรงกดดันจากปราณเทวะระดับบรรพจารย์แผ่ซ่านกดทับจนผู้อาวุโสหลายคนในห้องโถงใหญ่ถึงกับหน้าถอดสี ทว่าท่ามกลางความตื่นตระหนกนั้น มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเยี่ยเฉิน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันราวกับเขากำลังรอคอยฉากละครนี้มาเนิ่นนานแล้ว
ร่างภายใต้หน้ากากเงินก้าวออกมาจากม่านหมอกสีชาด กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายโลหิตโชยคละคลุ้ง สัตว์อสูรพยัคฆ์อัคคีเก้าเศียรอํามมหิตคำรามก้อง ดวงตาสดุจดั่งโลหิตคู่นั้นจ้องมองตรงมายังผู้อาวุโสใหญ่สือเฉียน ผู้ซึ่งบัดนี้เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ แม้พยายามรักษาท่าทีให้สงบเพียงใด แต่ปลายนิ้วที่สั่นเทาของอีกฝ่ายก็ไม่สามารถรอดพ้นจากเนตรทิพย์ของเยี่ยเฉินไปได้
"ร้อยปี... เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ ผู้อาวุโสรองจ้าว!" สือเฉียนเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงอำนาจกดดันกลับคืนด้วยการระเบิดพลังปราณธาตุทองคำขาวออกมาขู่ขวัญ
เซียนจื่อเวยในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆา ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชา กระบี่หยกในมือยังคงอยู่ในฝัก ทว่าไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวนางกลับทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงลดลงจนกลายเป็นเหมันต์ นางมิได้กล่าววาจาใด เพียงแต่กวาดสายตาคมปลาบดุจกระบี่เยือกแข็งไปยังทุกคนในที่ประชุม ท่วงท่าสง่างามแต่น่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้าสบตา
"แผนการซ่อนเร้นเพื่อครอบครองคัมภีร์บรรพกาล ดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้แล้ว ท่านยังคิดจะปั้นน้ำเป็นตัวอยู่อีกหรือเจ้าสำนักสือ?" เยี่ยเฉินก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างโปร่งบางในชุดบัณฑิตสีครามดูสุขุมเยือกเย็นสวนทางกับสถานการณ์นองเลือดเบื้องหน้า เขายกมือขึ้นประสานคารวะอย่างไม่ยี่หล่า "ข้าอุตส่าห์อดทนเล่นละครฉากใหญ่ร่วมกับพวกท่าน ก็เพื่อให้สุนัขจิ้งจอกหางด้วนเช่นท่าน เผยหางออกมาให้หมดจด"
บรรยากาศในห้องโถงใหญ่เงียบสงัดลงทันที เสียงลมหายใจของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงดังระงม ความกดดันระดับมหภาคเข้าปกคลุมจนแทบหายใจไม่ออก แผนการที่ถูกวางไว้เป็นชั้นๆ กำลังถูกรื้อถอนทีละเปลาะอย่างเลือดเย็น
"เหลวไหล! เยี่ยเฉิน เจ้าเป็นเพียงศิษย์ไร้รากฐาน กล้าดียังไงมากล่าวหาผู้อาวุโสเช่นนี้!" ผู้อาวุโสฝ่ายกฎหมายตบโต๊ะฉาดใหญ่ ลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าเยี่ยเฉินกลับเพียงหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ไร้รากฐานกระนั้นหรือ?" เยี่ยเฉินสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณเทวะแท้จริงสายหนึ่งพลุ่งพล่านออกมาจากตันtian (ตันเถียน) แสงสีทองเจิดจรัสสว่างวาบจนทุกคนต้องหรี่ตาลง แรงกดดันระดับมหาเทพที่ถูกผนึกไว้ค่อยๆ ปลดปล่อยออกมาทีละน้อยจนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งลูกสั่นสะเทือน!
ดวงตาของเซียนจื่อเวยฉายแววซับซ้อน นางมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยแต่กลับเต็มไปด้วยความลับของบุรุษผู้นี้ หัวใจที่ด้านชามานับร้อยปีกลับไหววูบอย่างรุนแรง นางรู้ดีว่าเยี่ยเฉินไม่ได้เป็นเพียงแค่นักบำเพ็ญเพียรธรรมดา แต่การที่เขาระเบิดพลังในเวลานี้ ย่อมหมายความว่า... เขาพร้อมจะเปิดศึกหักดิบกับเบื้องบนแล้ว
"เจ้า... เจ้าไม่ใช่เยี่ยเฉินคนเดิม!" ผู้อาวุโสสือเฉียนถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เมื่อตระหนักได้ว่าทุกก้าวที่ตนเองเดิน ล้วนอยู่ในฝ่ามือของบุรุษผู้นี้ตั้งแต่ต้น
"ถูกเผง" บุรุษใต้หน้ากากเงินหัวเราะแหบพร่าพร้อมกับค่อยๆ เอื้อมมือไปปลดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวแต่ทว่าโครงหน้ายังคงความสง่างามเย่อหยิ่ง "อาจารย์น้องสือ... เจ้าจำข้าได้หรือไม่ หรือว่าผ่านไปร้อยปี ความจำของเจ้าจะเลอะเลือนไปตามกาลเวลาเสียแล้ว?"
สิ้นคำกล่าวของอดีตประมุขผู้หายสาบสูญ เสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังขึ้นทั่วทั้งห้องโถง ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ปมปัญหาที่ผูกเงื่อนมานานนับศตวรรษกำลังจะถูกคลี่คลายในค่ำคืนนี้ ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับร่างของอดีตประมุขที่ควรจะตายไปแล้วนั้น
*เปรี้ยง!*
เสียงอสนีบาตฟาดผ่าลงมากลางห้องโถงใหญ่โดยไม่มีเค้าลางบอกเหตุ ผนึกศิลาโบราณที่กักขังอสูรบรรพกาลแตกละเอียดเป็นจุล พร้อมกับร่างเงาดำนับร้อยที่พุ่งทะยานเข้ามาจากภายนอก พร้อมด้วยกระบี่อาบยาพิษนับพันเล่มที่พุ่งตรงมายังจุดที่เยี่ยเฉินและเซียนจื่อเวยยืนอยู่!
หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าลิขิตสวรรค์ไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 13
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!