พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 26

ดาบผ่าสวรรค์

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ความมืดมิดมิใช่ความว่างเปล่า หากแต่เป็นห้วงมหรรณพแห่งจิตสังหารที่ไร้ก้นบึ้ง ณ ใจกลางค่ายกลผนึกสวรรค์—สถานที่ซึ่งแม้แต่หมู่เมฆยังต้องสลายกลายเป็นธุลี ไอทมิฬนับหมื่นสายกำลังบิดม้วนตัวราวกับงูพิษนับร้อยชีวิตที่ถูกปลุกให้ตื่นจากจำศีล เสียงหัวเราะเยาะหยันของผู้อยู่เบื้องหลังยังคงสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท บีบอัดอากาศรอบกายจนแทบไม่เหลือออกซิเจนให้หายใจ เยี่ยเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นที่เคยประดับอยู่บนริมฝีปากบัดนี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงประกายตาที่คมกริบดุจคมกระบี่โบราณที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ความกดดันระดับมหาเทพโบราณแผ่ซ่านออกมาจากร่างทีละน้อย จนอักขระเวทสีเลือดที่ตรึงอยู่บนพื้นศิลาเริ่มสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว “คิดจะฝังพวกเราไว้ที่นี่ด้วยกลวิธีตื้นเขินเช่นนี้... ดูถูกวิถีแห่งเซียนจนเกินไปแล้วกระมัง” น้ำเสียงของเยี่ยเฉินราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวน้ำหนักของขุนเขาไท่ซาน เขาไม่ได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของเซียนจื่อเวยไว้แน่นอย่างมั่นคง เซียนจื่อเวยสะดุ้งเล็กน้อย นางปรายตามองฝ่ามือที่กุมกันไว้ แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นชาราวกับน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูของนาง กลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด นางไม่ได้ดึงมือกลับ ทว่ากลับกระชับนิ้วเข้าหาเขาแน่นขึ้น พร้อมกับกระบี่เซียนในมือที่ส่งเสียงร้องเตือนภัยกังวานใส “เยี่ยเฉิน... ค่ายกลนี้เชื่อมต่อกับชีพจรวิญญาณของหุบเขาอสูรทมิฬ หากทำลายสุ่มสี่สุ่มห้า แรงสะท้อนอาจย้อนกลับมาทำลายเส้นลมปราณของเราจนหมดสิ้น” จื่อเวยเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความสุขุม แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมอันงดงาม นางแบกรับความรับผิดชอบของสำนักและชีวิตของเขาไว้บนบ่า ความกลัวมิใช่สิ่งที่มีอยู่ในพจนานุกรมของเซียนผู้สูงส่ง ทว่าความเสียดายหากต้องดับสูญร่วมกัน... คือสิ่งที่นางไม่อาจปฏิเสธได้ “วางใจเถอะจื่อเวย” เยี่ยเฉินหันมาสบตานาง แววตาคู่นั้นล้ำลึกดั่งห้วงจักรวาลที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ “ในเมื่อพวกมันกล้าเปิดประตูต้อนรับยมทูต เราก็สมควรแสดงความ ‘มีน้ำใจ’ ของผู้มาเยือนให้สาสมเช่นกัน” สิ้นคำพูดของเขา กองทัพมารนับพันนายที่สวมชุดเกราะกระดูกดำสนิทและถืออาวุธอาบไอพิษก็พุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอกทมิฬ เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่น พวกมันพรูเข้ามาจากทุกสารทิศ ปิดตายทุกหนทางถอยร่น ประหนึ่งคลื่นยักษ์มรณะที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพชีวิตให้จมดิ่งสู่ขุมนรก นี่คือกองทัพมารเดรัจฉานที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อสังหารเซียนโดยเฉพาะ! “ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่เศษวิญญาณ!” เสียงคำสั่งเหี้ยมเกรียมดังขึ้นจากเงามืด เซียนจื่อเวยขยับกายวับ ร่างระหงพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศดุจหงส์เหิน นางตวัดกระบี่เซียนวาดเป็นวงโค้ง ปราณกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งออกไปราชาดวงอาทิตย์แรกอรุณ กวาดล้างแถวหน้าของกองทัพมารให้กลายเป็นจุลในพริบตา เศษซากเกราะและเนื้อหนังปลิวว่อนท่ามกลางสายฝนโลหิต ทว่าจำนวนของพวกมันกลับมีแต่จะเพิ่มขึ้นราวกับไร้จุดสิ้นสุด ยิ่งฆ่ายิ่งหลั่งไหลออกมาจากรอยแยกมิติ “ศิษย์น้อง... ระวังด้านซ้าย!” จื่อเวยตะโกนลั่นเมื่อเห็นเงาสีดำสายหนึ่งถือหอกอัคคีพุ่งเข้าประชิดหลังของเยี่ยเฉิน ทว่าเยี่ยเฉินกลับมิได้สะดุ้งสะเทือน เขายืนสงบนิ่งราวนักปราชญ์ผู้บรรลุธรรม ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพหอกอัคคีที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและอำนาจที่แท้จริงซึ่งถูกกดทับไว้มานานแสนนาน “วันนี้ ข้าจะแสดงให้เจ้าดู...” เยี่ยเฉินพึมพำเบาๆ กับสายลม “ว่าวิชาบรรพกาลที่พวกมันลืมเลือนไปแล้ว หน้าตาเป็นเช่นไร” มือขวาของเขาแบออกช้าๆ ปราณสีทองอร่ามบริสุทธิ์พลุ่งพล่านออกจากฝ่ามือ รัศมีแห่งมหาเทพแผ่ขยายออกไปจนกดทับให้เหล่าอสูรมารที่กำลังพุ่งเข้ามาต้องทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบของพวกมันกรีดร้องบอกให้หนี ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว เยี่ยเฉินก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว—แผ่นดินใต้ร่างสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย ท้องฟ้าที่เคยดำมืดด้วยไอทมิฬถูกฉีกกระชากออกเป็น2ซีกด้วยแสงสว่างเจิดจ้าปานสายฟ้าบรรพกาล เขายกมือขึ้นวาดอากาศเบื้องหน้าช้าๆ ทว่าทรงพลัง ดุจดั่งจิตรกรกำลังตวัดพู่กันวาดมหากาพย์แห่งการทำลายล้าง อักขระโบราณนับล้านตัวผุดขึ้นจากความว่างเปล่า หมุนวนรอบตัวเขากลายเป็นพายุหมุนแห่งพลังปราณที่แท้จริง “เคล็ดวิชาบรรพกาล... ดาบผ่าสวรรค์!” สิ้นเสียงคำรามที่ดังสะท้อนก้องกังวานไปถึงสรวงสวรรค์และขุมนรก เยี่ยเฉินฟันมือลงเบื้องล่างราวดาบคมกริบที่ตัดผ่านห้วงเวลา *ตูมมมมมมมมมม—!* เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทที่รุนแรงจนแก้วหูแทบแตก แรงกระแทกมหาศาลแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ทะลลวงทะลุค่ายกลผนึกสวรรค์จนพังทลายลงเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา คลื่นพลังสีทองผสมผสานกับอัคคีสวรรค์พุ่งกวาดล้างกองทัพมารนับพันนายอย่างไร้ความปรานี ร่างของอสูรมารเหล่านั้นแม้แต่จะกรีดร้องยังไม่มีโอกาสทำได้ด้วยซ้ำ พวกมันถูกพลังอันไร้เทียมทานแผดเผาจนสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงหลุมอุกกาบาตขนาดมหึมาลึกนับร้อยเมตรที่ใจกลางหุบเขา ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่โดยพลัน เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของธรรมชาติที่ถูกแผดเผาจนแห้งผาก เซียนจื่อเวยยืนนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง นางมองภาพเบื้องล่างที่ถูกกวาดล้างจนราบคาบด้วยกระบวนท่าเดียว—นี่มิใช่เพียงแค่พลังในการต่อสู้ ทว่ามันคือพลังที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ตามใจปรารถนา! เยี่ยเฉินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ลมหายใจของเขายังคงสม่ำเสมอ ทว่าใบหน้ากลับซีดเซียวลงเล็กน้อยจากการใช้พลังงานมหาศาล เขาหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้กับนาง ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยคำใด รอยแยกมิติเบื้องหน้าซึ่งควรจะว่างเปล่า กลับปริแตกออกอีกครั้ง... *เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...* เสียงคล้ายกระจกแตกดังขึ้นเบื้องหน้า ท่ามกลางความว่างเปล่าที่บิดเบี้ยว เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่าม ประดับด้วยลวดลายมังกรโบราณ ค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างช้าๆ กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของบุคคลปริศนานี้... รุนแรงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากองทัพมารทั้งหมดรวมกันเสียอีก! มุมปากของเงาร่างนั้นยกย่องขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาด้วยความชื่นชมระคนเย้ยหยัน “ไม่เลว... สมกับที่เป็นมหาเทพผู้ร่วงหล่น เยี่ยเฉิน... เจ้าทำให้ข้าผิดหวังเสียที่ไหน แต่น่าเสียดายนัก ที่ความพยายามทั้งหมดของเจ้าในวันนี้... เป็นเพียงแค่การเปิดทางให้พิธีบูชาโลหิตของข้าสมบูรณ์แบบเท่านั้นเอง!” สิ้นคำกล่าวนั้น แสงสีเลือดนับหมื่นสายก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินรอบตัวของเยี่ยเฉินและเซียนจื่อเวย ก่อตัวเป็นกรงเล็บอสูรขนาดยักษ์พุ่งเข้าตรึงร่างของทั้งสองคนไว้ในพริบตา โดยที่เยี่ยเฉินยังไม่ทันได้ตั้งตัว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคเคียงข้างเยี่ยเฉินและเซียนจื่อเวยมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%