พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 5

กำราบศิษย์พี่จอมโอหัง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังระคนกับเสียงลมปราณที่แผดเผาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว "เจ้าสวะน้อย... สำนักกระบี่เมฆาอัคคีมิใช่สถานเลี้ยงดูสุนัขรับใช้ ไยวันนี้จึงบังอาจก้าวเข้ามาเหยียบถึงลานพิธีลับเล่า?" น้ำเสียงเปี่ยมด้วยจิตสังหารของ ‘หานเทียน’ ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาอัคคีทุ้มต่ำและก้องกังวาน เขายืนตระหง่านอยู่บนแท่นหินอัคนี ร่างกายกำยำห่อหุ้มด้วยเกราะปราณสีชาดเพลิง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองบุรุษหนุ่มชุดขาวที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน เยี่ยเฉินหยุดฝีเท้าลง ปลายรองเท้าผ้าสีดำสนิทแตะลงบนพื้นศิลาที่สลักอักขระโบราณ มุมปากของเขาประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่มิได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัว หากแต่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันอันล้ำลึกที่แฝงไว้ซึ่งคมดาบซ่อนเร้น "สุนัขรับใช้... หรือผู้ที่กำลังจะกลายเป็นเศษธุลีใต้ฝ่าเท้ากันแน่ ศิษย์พี่หาน?" เยี่ยเฉินเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบบริเวณลดฮวบลงจนหนתเหน็บ เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง เซียนจื่อเวยที่ยืนหลบอยู่หลังม่านเสาหินทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างของศิษย์รับใช้ผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน หัวใจของนางเต้นรำรัวผิดจังหวะจนแทบหลุดออกมาจากอก ความระทึกใจอันประหลาดล้ำแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วร่างราวกับพิษร้ายที่ไร้ซึ่งยาแก้ นางไม่เข้าใจตนเอง เหตุใดเซียนผู้สูงส่งไร้ความรู้สึกเช่นนาง จึงรู้สึกหวั่นไหวกับเงาร่างของเด็กหนุ่มผู้ต่ำต้อยที่นางเคยคิดจะขับไล่ไสส่งพ้นสำนัก "สามหาม!" หานเทียนคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รังสีอำมหิตพวยพุ่งทะลักออกจากร่างราวกับคลื่นทะเลคลั่ง กระบี่เพลิงอัคคีในมือถูกชักออกจากฝัก เสียงกรีดร้องของเปลวเพลิงดังระงม เขามิรอช้า สะบัดข้อมือส่งกระบวนท่า "อัคคีผ่าสวรรค์" พุ่งเข้าใส่เยี่ยเฉินทันที ประกายไฟสีแดงฉานแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางทาง อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนหินผารอบด้านเริ่มหลอมละลายกลายเป็นลาวา ทว่า เยี่ยเฉินหาได้ขยับเขยื้อนหลบหนีไม่ ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์วิถีดาบที่พุ่งเข้ามาอย่างใจเย็น ราวกับกำลังมองดูการร่ายรำของเด็กน้อย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ไร้ซึ่งความเร่งรีบ "ช้าไป..." เยี่ยเฉินพึมพำเบาๆ ร่างกายของเขาไหววูบคล้ายภาพลวงตา ในวินาทีที่กระบี่เพลิงกำลังจะทะลวงผ่านหน้าอก เขากลับก้าวเท้าออกไปเพียงครึ่งก้าวด้วยเคล็ดวิชา "ย่างก้าวท่องดารา" ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบตัวโดยไร้เสียงคำราม *ฉับ!* ประกายแสงสีเงินยวณสว่างวาบขึ้นเพียงเสี้ยววินาที รวดเร็วจนแม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงยังมองตามไม่ทัน หานเทียนชะงักกึก ร่างกายที่พุ่งทะยานหยุดลงกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดกลัว เขาพยายามจะขยับตัว ทว่าความเจ็บปวดกลับยังไม่ทันแล่นริ้วขึ้นมาสมอง ปราณกระบี่อันคมกริบและเย็นเยียบสายหนึ่งได้ทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างของเขาไปเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเลือดหยดสักหยด... ไม่มีร่องรอยบาดแผลภายนอกให้เห็นแม้แต่น้อย "เจ้า... ทำอะไร..." หานเทียนเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทิากลืนไม่เข้าคายไม่ออก พลังปราณในตันtian (ตันเถียน) ของเขากลับถูกผนึกสนิทในชั่วพริบตา ราวกับมหาสมุทรที่ถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งหมื่นปี "ข้าเพียงแต่สั่งสอนศิษย์พี่ใหญ่... ให้รู้จักความอ่อนน้อมถ่อมตนที่แท้จริง" เยี่ยเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาเอามือไขว้หลัง ก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างที่แข็งทื่อของหานเทียนทีละก้าว "เคล็ดวิชากระบี่เมฆาอัคคีของสำนักเรา แท้จริงแล้วเน้นความยืดหยุ่นดั่งสายน้ำและรุนแรงดั่งอสุนีบาต แต่วิชาที่ท่านฝึกฝนกลับมีช่องโหว่ถึงสามสิบหกแห่ง เพราะความโลภอยากสำเร็จวิชาเร็ววันจนละเลยรากฐาน..." คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของหานเทียน ความลับในวิชาบำเพ็ญเพียรที่เขาปิดบังมานานนับปี บัดนี้กลับถูกเปิดโปงอย่างหมดเปลือกต่อหน้าศิษย์รับใช้ที่เขาเคยเหยียดหยาม เซียนจื่อเวยที่แอบมองอยู่เบื้องหลังถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก นางตกตะลึงจนริมฝีปากบางสั่นระริก วิชาที่เยี่ยเฉินใช้เมื่อครู่... มิใช่เคล็ดวิชาสามัญของสำนักอย่างแน่นอน แต่มันคือวิชากระบี่โบราณที่สาบสูญไปนับหมื่นปี! เขา... เป็นใครกันแน่? เหตุใดเด็กหนุ่มผู้มีฐานะต่ำต้อยในคราบศิษย์รับใช้จึงมีความรู้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้? หานเทียนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ความทะนงตนทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี "เจ้า... ปีศาจ... เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา!" หานเทียนกรีดร้องด้วยความสติแตก เยี่ยเฉินเพียงแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามทว่าเยือกเย็นดั่งยมทูตที่กำลังยืนมองวิญญาณรอวันดับสลาย เขาเอื้อมมือไปตบเบาๆ ที่ไหล่ของหานเทียนสามครั้ง *เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!* เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของหานเทียนที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาอัคคี ปราณแท้จริงในร่างของหานเทียนถูกทำลายจนหมดสิ้น กลายเป็นคนพิการทางวิชาชีพอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ทิ้งร่องรอยการลงมือที่รุนแรงให้ใครจับผิดได้ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และเซียนจื่อเวยกำลังจะก้าวเท้าออกมาเผชิญหน้ากับเขา ทันใดนั้น ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬหนาทึบ สายฟ้าสีทองคำคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน พื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังตื่นขึ้นจากขุมนรกใต้พิภพ ร่างเงาลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาศิลาโบราณอย่างเงียบเชียบ ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งร่องรอยการมาเยือน ปราณกดดันระดับมหาเทพแผ่ข่ายปกคลุมไปทั่วทั้งสำนักจนทุกคนต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว "เยี่ยเฉิน... ในที่สุด ข้าก็หาตัวเจ้าพบเสียที... มหาเทพผู้ร่วงหล่น" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับกระบี่โบราณในมือของเงาลึกลับที่ค่อยๆ ถูกชักออกจากฝัก เปล่งประกายแสงสีโลหิตพุ่งทะยานเสียดฟ้า ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและเคียงข้างไปกับตัวละครนะคะ หลิวเยี่ยนซีขอสัญญาว่าจะรังสรรค์เรื่องราวให้ลุ่มลึกและตราตรึงใจยิ่งขึ้นในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักพยศใจท่านเซียนผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%