กลิ่นอับชื้นของโคลนตมและคาวเลือดจางๆ ผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ ศรุตยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูเหล็กขึ้นสนิมของห้องใต้ดินร้าง ใต้ซากปรักหักพังของโบราณสถานเก่าแก่ ปลายกระบอกไฟฉายในมือสั่นไหวเล็กน้อย—เป็นความเคลื่อนไหวเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่คนอย่างเขาไม่เคยแสดงออกมาให้ใครเห็น ทว่าในยามนี้ หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งด้วยความชาญฉลาดและศัลยศาสตร์ กลับเต้นกระหน่ำราวกับกลองเพลในอก
รินรดาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่สามชั่วโมงก่อน หลังจากที่เธอรั้นจะเข้าไปตรวจสอบสัญลักษณ์โบราณที่สลักไว้บนแท่นบูชาหินแกรนิตด้วยตนเอง โดยไม่ยอมฟังคำทัดทานของเขาที่บอกว่าพื้นที่บริเวณนี้ถูกเซ็ตอัพไว้เป็น "กับดัก"
“ดื้อรั้นจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ นะคุณ” ศรุตพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยประกายความกังวลที่ร้อนรุ่มเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง
ก้าวแรกที่เขาเหยียบย่างลงไปในห้องใต้ดิน พื้นรองเท้าหนังบดขยี้เข้ากับเศษกระดูกสัตว์และหยดเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท ความเงียบงันภายในห้องนี้ช่างกดดัน ราวกับอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบลงบนพื้นหินดัง *ติ๋ง... ติ๋ง...* เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังชีวิตของใครบางคน
แสงจากไฟฉายกวาดผ่านเสาหินโบราณ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างระหงที่ถูกมึงตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้าเข้ากับแท่นบูชาตรงใจกลางห้อง รินรดานอนหมดสติอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ เสื้อผ้าเปอะเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและรอยขีดข่วน ศีรษะของเอนพับไปด้านข้างอย่างอ่อนแรง ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของศรุตสะดุดกึก คือ "เงาตะคุ่ม" ขนาดยักษ์ที่กำลังเงื้อมมีดสั้นโบราณขึ้นเหนือร่างของเธอ พร้อมที่จะปักลงกลางอกในเสี้ยววินาทีนี้!
*ฉับพลัน!*
สมองส่วนการตัดสินใจของศรุตทำงานเร็วกว่าความคิด ความรู้ทางกายวิภาคและสัญชาตญาณดิบเถื่อนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เขาไม่ได้มีเวลาแม้แต่จะคิดหาอาวุธอื่น ร่างสูงพุ่งทะยานออกไปราวกับเสือดาวที่ตะครุบเหยื่อ ปลายมีดผ่าตัดสเตนเลสสตีลเกรดพรีเมียมที่พกติดตัวไว้เสมอถูกตวัดออกมาจากซองหนังอย่างไร้เสียง
*ฉึบ!*
คมมีดพุ่งแหวกอากาศเข้าปักเข้าที่ต้นแขนของเงาลึกลับนั้นอย่างแม่นยำราུ་จับวาง เสียงคำรามต่ำด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากลำคอของฆาตกร ร่างนั้นสะดุ้งสุดตัวและหันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ในความมืด ดวงตาสีเทาเข้มของศรุตจ้องมองกลับไปอย่างไร้ความหวาดกลัว มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาข่มขวัญอีกฝ่าย
“ถ้าแกแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว... ฉันจะทำให้แกได้รู้จักความตายที่ทรมานยิ่งกว่านรกสิบขุม” ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงพลัง และเหี้ยมเกรียมจนน่ากลัว
ฆาตกรปริศนาแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ศรุตพุ่งตัวเข้าประชิดร่างของรินรดา ปัดป้องการโจมตีครั้งที่สองด้วยการเตะตัดขาอย่างรวดเร็ว แล้วอาศัยความมืดและม่านหมอกที่ลอยทะลักเข้ามาทางช่องระบายอากาศพุ่งหายลับไปในความเวิ้งว้างของซอกหินอย่างไร้ร่องรอย
ศรุตไม่ได้ไล่ตาม เขาทิ้งตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าร่างที่ไร้สติทันที มือเรียวยาวที่เคยตวัดมีดผ่าตัดช่วยชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน ยามนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เอื้อมไปสัมผัสกับข้อมือบางเพื่อเช็กชีพจร
“รินรดา... ได้ยินฉันไหม?” เขาเรียกชื่อเธอซ้ำๆ พลางดึงร่างของเธอลุกขึ้นมาแนบอก ไออุ่นจากร่างกายของเธอยังคงอยู่ แม้จะแผ่วเบาเต็มทีก็ตาม
รินรดาค่อยๆ เปลือกตาขึ้นช้าๆ ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ดวงตากลมโตคู่สวยมองผ่านความพร่ามัวไปเห็นใบหน้าอันคมคายของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความกังวล—ภาพที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นคนนี้
“คุณ... มาทันได้ยังไงคะ?” เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ริมฝีปากซีดเซียวเผยอยิ้มบางๆ อย่างฝืนทน “ฉันบอกคุณแล้ว... ว่าฉันเอาตัวรอดได้”
“ความดื้อรั้นของคุณมันเกือบจะทำให้คุณเอาชีวิตไม่รอดต่างหาก” ศรุตดุเสียงเข้ม ทว่าแววตาที่ทอดมองเธอกลับเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด “อย่าทำตัวเป็นฮีโร่ในพื้นที่อันตรายแบบนี้อีก ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้สักวินาทีเดียว... คุณคงกลายเป็นแค่วัตถุพยานในห้องชันสูตรของฉันไปแล้ว”
ขณะที่ศรุตกำลังพยุงรินรดาให้ลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมพาออกไปจากสถานที่อัปมงคลแห่งนี้ แสงไฟฉายจากมือถือของรินรดาที่ตกอยู่บนพื้นก็ส่องกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชาหิน
มันคือสมุดบันทึกหนังสีดำปกเก่าแก่ ที่มุมปกสลักตราสัญลักษณ์ประหลาด—ตราสัญลักษณ์เดียวกับรอยแผลเป็นบนศพปริศนาคดีแรกที่พวกเขาเคยร่วมมือกันไขปริศนา และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือบนหน้ากระดาษแผ่นแรกที่เปิดค้างไว้ มีลายมือภาษาละตินโบราณเขียนด้วยหมึกสีแดงสดที่ยังคงส่งกลิ่นคาวคลุ้ง... เป็นรายชื่อบุคคลเป้าหมายรายต่อไป
และหนึ่งในชื่อนั้น... คือชื่อของศรุตเอง
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงามืดไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 11
พันธะแห่งความตาย
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!