กลิ่นคาวสนิมของโลหิตเจือจางในอากาศ ยามที่ปลายเข็มฉีดยาขนาดใหญ่กดจมลงบนผิวเนื้อเรียบเนียนบริเวณข้อพับแขนของรินรดา ชีพจรของเธอบนจอมอนิเตอร์ข้างเตียงเต้นถี่กระชั้น เสียง *บีบ... บีบ... บีบ...* ที่ดังเป็นจังหวะกระชั้นชิดในห้องปลอดเชื้อชั่วคราวนี้ ราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังเม็ดสุดท้ายกำลังจะร่วงหล่น
ศรุตยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน มือสวมถุงมือยางสีขาวเปื้อนคราบเลือดสีเข้ม—เลือดของตัวเขาเองที่เพิ่งถูกถ่ายทอดผ่านสายยางพลาสติกใส เข้าสู่หลอดเลือดดำของหญิงสาวบนเตียงเพื่อยื้อยุดชีวิตที่กำลังเลือนหาย ปรากฏการณ์ "โรคเลือดประหลาด" ที่คืบคลานเข้าสู่ร่างกายของรินรดาหลังจากการลงไปสำรวจถ้ำโบราณแห่งนั้น กำลังกัดกินเกล็ดเลือดของเธอจนแทบไม่เหลือค่ามาตรฐาน ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เคยเชื่อมั่นในหลักการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างสุดหัวใจ ยามนี้กลับต้องหันพึ่งพาวิถีทางที่อยู่นอกเหนือตำราแพทย์... พิธีกรรมสายเลือดที่สืบทอดในบันทึกโบราณของตระกูลศรุตเอง
"คุณ... กำลังทำอะไรบ้าๆ อีกแล้วนะ..." เสียงแห้งผากของรินรดาดังขึ้นแผ่วเบา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเฉลียวฉลาดและดื้อรั้น บัดนี้โรยราลงจนน่าใจหาย เปลือกตาของเธอขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก มองผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วย
"เงียบซะ รินรดา" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว แต่หากสังเกตให้ดี กล้ามเนื้อกรามของเขากำutterlyเกร็งจนนูนเด่น "ผมเป็นหมอ และผมเป็นคนกำหนดว่าใครควรมีชีวิตรอด... แม้กระทั่งตัวคุณเองก็ตาม"
"คุณกำลังฝ่าฝืนจรรยาบรรณ... และกฎธรรมชาติ..." เธอยิ้มเยาะหยันตัวเองทั้งที่ลมหายใจรวยริน "การใช้เลือดของสายเลือดสายตรง... แลกกับการถอนคำสาป... มันไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์... ศรุต"
"วิทยาศาสตร์เหรอ?" ศรุตแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุขโดยสิ้นเชิง ดวงตาคู่คมสีเทาเข้มใต้กรอบแว่นโลหะฉายแววความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต "ในห้องผ่าตัดที่ผมยืนถือมีดมาเป็นพันครั้ง ผมเคยเชื่อว่าความตายคือความล้มเหลวทางชีววิทยา... แต่ความจริงที่ผมได้เจอในคดีนี้ มันตบหน้าผมฉาดใหญ่ว่าโลกนี้ยังมีบางสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังเอื้อมไม่ถึง... และถ้าการรักษาคุณมันต้องแลกกับการแหกกฎทุกข้อบนโลกใบนี้ ผมก็ยินดีจะทำมัน"
เขากดวาล์วปล่อยสารละลายสีชาเข้มข้น ซึ่งผสมผสานระหว่างเลือดของเขาและสมุนไพรโบราณตามตำตำนานที่รินรดาเคยถอดรหัสไว้ ให้ไหลซึมเข้าสู่กระแสเลือดของหญิงสาวช้าๆ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วแขนของศรุต แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความตึงเครียดในจิตใจ เขารู้ดีว่าการทำเช่นนี้มีความเสี่ยงมหาศาล เลือดของเขามีความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนเร้นมาตั้งแต่เหตุการณ์ไฟไหม้บ้านในอดีต—ความลับที่เขาไม่เคยบอกใคร
รินรดากัดริมฝีปากแน่นเมื่อความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง ราวกับมีไฟลุกโชนขึ้นตามเส้นเลือดฝอย ความเจ็บปวดทรมานทำให้เธอเผลอขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับยู่ยี่ แต่ในขณะเดียวกัน เสียง *บีบ* ของเครื่องวัดชีพจรก็เริ่มกลับมาสม่ำเสมอขึ้นทีละน้อย สีหน้าที่เคยซีดขาวราวกับกระดาษเริ่มมีเลือดฝาดเจือจางขึ้นมาบ้าง
"ทำไม... ถึงต้องเสี่ยงเพื่อฉันขนาดนี้..." เธอกระซิบถาม ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่ใกล้ชิด เมื่อศรุตก้มลงถอดถุงมือยางออกแล้วใช้มือข้างหนึ่งแตะลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อของเธอ เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิร่างกาย
สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ ทั้งที่พวกเขาอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์มาโดยตลอด—เขาคือนักวิทยาศาสตร์ผู้เย็นชา ส่วนเธอคือผู้หลงใหลในความเร้นลับของอดีต แต่ในยามวิกฤตนี้ ระยะห่างระหว่างพวกเขากลับพังทลายลงเหลือเพียงลมหายใจที่สอดประสาน
"เพราะคุณเป็นคนเดียว... ที่ยังมองเห็นความเป็นมนุษย์ภายใต้ซากศพพวกนั้น" ศรุตตอบเสียงกระซิบ ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ผสมกับกลิ่นเฉพาะตัวของเขา "และถ้าผมปล่อยให้คุณตายในห้องนี้... โลกของผมคงเหลือเพียงความมืดมิดที่แท้จริง"
บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เคมีระหว่างคนทั้งสองเข้มข้นเสียจนอากาศรอบตัวราวกับจะลุกเป็นไฟ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ที่ทำงานแข่งกับเวลา
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความเปราะบางและเร่าร้อนนั้นถูกกระชากให้ขาดวิ่นลงอย่างฉับพลัน
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูไม้เก่าแก่ของห้องพักฟื้นถูกผลักเปิดออกช้าๆ อย่างไร้ซุ่มเสียง สายลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกเข้ามาในห้องจนเปลวไฟจากตะเกียงวูบไหว รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ศรุตดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณนักสืบและศัลยแพทย์กระตุ้นให้เขาเอื้อมมือไปคว้า skalpel (มีดผ่าตัดขนาดเล็ก) ที่วางอยู่บนถาดสแตนเลสโดยอัตโนมัติ
ไม่มีเงาของมนุษย์ยืนอยู่ที่กรอบประตู มีเพียงกลิ่นหอมแปลกประหลาดของดอกไม้ป่าที่บานในยามวิกาล—กลิ่นเดียวกับที่พบในศพของเหยื่อรายแรก และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ บนพื้นไม้ปาร์เกต์หน้าประตู มีรอยหยดของเลือดสดๆ เป็นทางยาว ลากผ่านเข้ามาในห้อง มุ่งตรงมายังเตียงที่พวกเขากำลังยืนอยู่... และที่ปลายสุดของหยดเลือดนั้น มีกระดาษโนัตแผ่นเล็กสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าตกอยู่ พร้อมลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงฉานที่เพิ่งเขียนเสร็จใหม่ๆ
ศรุตย่างสามขุมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมือข้างที่สั่นเทาเล็กน้อย สายตากวาดมองข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็ง
*‘การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น... แต่อายุขัยของเธอยังไม่เพียงพอ คืนนี้... เอาชีวิตของแกมาแลกแทน’*
สิ้นเสียงอ่านในใจของศรุต ไฟฟ้าในห้องทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้พวกเขาจมอยู่ท่ามกลางความมืดมิด และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวขึ้นบันไดไม้มาทีละขั้น... ทีละขั้น... ใกล้เข้ามาทุกที
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ปริศนามืดมนนี้ร่วมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 18
การแลกเปลี่ยนด้วยเลือด
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!