กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำยาฟอร์มาลินยังคงอบอวลอยู่ในห้องชันสูตรชั่วคราวใต้ถุนอาคารไม้สักโบราณ แสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนดวงเดียวสั่นไหวตามกระแสไฟฟ้าที่ตกวูบวาบ เงาทอดยาวของศรุตทาบทับลงบนร่างไร้วิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายรายล่าสุด ร่างนั้นถูกกรีดสลักด้วยอักขระโบราณลึกถึงชั้นไขมัน เป็นร่องรอยแห่งพิธีกรรมที่เขาซึ่งเป็นศัลยแพทย์ผู้ยึดมั่นในหลักวิทยาศาสตร์และกายวิภาค ปรารถนาจะใช้มีดผ่าตัดกรีดเปิดเพื่อค้นหาเส้นทางของรอยแผลและวิเคราะห์วิถีของคมมีดอย่างแม่นยำ
หากแต่ปลายนิ้วเรียวบางของรินรดา กลับทาบทับลงบนคมมีดสเตนเลสสตีลในมือเขาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
"คุณกำลังจะทำลายวงจรกรรมสิทธิ์ของวิญญาณค่ะ ศรุต" เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้ความสุขุม
ศรุตชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก นัยน์ตาสีเข้มคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองเธอด้วยความเย็นชาที่เฉียบคมบาดลึก "วิญญาณไม่มีจริงในตำรานิติเวชครับ—อ้อ ขอโทษที ดิฉันหมายถึง... ในโลกแห่งความจริงที่จับต้องได้ รินรดา" เขาแก้ไขสรรพนามและน้ำเสียงเยาะหยันนั้นทันที เมื่อเห็นประกายตาโกรธขึ้งที่วับวามขึ้นในดวงตาคู่สวยของนักมานุษยวิทยาตรงหน้า
"โลกของคุณมันแคบเกินไปหรือเปล่าคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "คุณมองมนุษย์เป็นเพียงก้อนเนื้อ เส้นเลือด และรหัสพันธุกรรมที่รอการชำแหละ คุณถึงได้มองข้าม 'เจตจำนง' และ 'ความเชื่อ' ที่ผลักดันให้คนคนหนึ่งยอมให้คนอื่นควักหัวใจออกมาขณะที่ยังมีลมหายใจ รอยแผลพวกนี้ไม่ใช่แค่รอยมีดผ่าตัด แต่มันคือแผนที่นำทางไปสู่ความตายที่มีความหมายทางมานุษยวิทยา!"
"ความหมายงั้นหรือ?" ศรุตแค่นยิ้มหยัน มุมปากหยักลึกหยาดเยิ้มด้วยความเย้ยหยันที่ทรงเสน่ห์แต่น่าเจ็บปวด "ความหมายของการฆาตกรรมเนื่องจากความงมงายไร้สาระเนี่ยนะ? คุณกำลังพยายามบอกว่าฆาตกรที่ฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมสมควรได้รับความเห็นอกเห็นใจจากตำนานพื้นบ้านบ้าๆ ที่คุณศึกษาอยู่หรือไง?"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึก รินรดากลั้นหายใจ หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด เธอขยับเข้าประชิดเขาโดยไม่เกรงกลัวความสูงและออร่าอันคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวศัลยแพทย์หนุ่มแม้แต่น้อย กลิ่นอายเฉพาะตัวของเธอกลิ่นชาขาวผสมความชื้นยามฝนตกปะทะเข้ากับกลิ่นกายเย็นยะเยือกของเขา เกิดเป็นเคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันอย่างน่าประหลาด
"ฉันไม่ได้เห็นใจฆาตกรค่ะ ศรุต!" เธอเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและทรงพลัง "แต่ฉันกำลังพยายามเข้าใจเหยื่อ... เข้าใจสิ่งที่พวกเขากลัว สิ่งที่พวกเขากราบไหว้ และสิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องยอมจำนนต่อความตายอย่างเงียบงัน หากคุณเอาแต่มองผ่านเลนส์มีดผ่าตัด คุณก็จะเห็นแค่ 'ผลลัพธ์' แต่ไม่มีวันเข้าใจ 'แรงจูงใจที่แท้จริง' ที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกแห่งความตายนี้ได้เลย"
ศรุตเงียบกริบ สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัด เขาลดสายลงมองริมฝีปากที่กำลังขยับเอื้อนเอยถ้อยคำท้าทายสติปัญญาของเขา ความโกรธเกรี้ยวในแววตาสีเทาของเธอกำลังจุดประกายบางอย่างในตัวเขา—ความปรารถนาที่จะทำลายความเชื่อมั่นอันดื้อรั้นนั้นให้แหลกคราบด้วยความจริงอันไร้ความปรานีของวิทยาศาสตร์
"ถ้าอย่างนั้น เชิญคุณใช้ความเชื่อของคุณหาตัวฆาตกรให้เจอสิครับ รินรดา" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว เขาวางมีดผ่าตัดลงบนถาดสเตนเลสเสียงดังเคร้ง "ในขณะที่คุณกำลังนั่งแปลอักษรโบราณบนซากศพ ฉันจะใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ลากคอฆาตกรตัวจริงเข้าห้องขังโดยไม่ต้องพึ่งพิงเทพเจ้าองค์ไหนทั้งสิ้น"
เขาก้าวถอยหลัง ปัดเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่ด้วยท่าทีหงุดหงิดระคนเย่อหยิ่ง ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องชันสูตร ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางความหน็บหนาวและแสงไฟกะพริบเพียงลำพัง
"เดี๋ยวก่อนค่ะ..." เสียงของรินรดารั้งเขาไว้
ศรุตชะงักฝีเท้าแต่ไม่ได้หันกลับมามอง
"บางที... สิ่งที่คุณกำลังตามหา อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของศพ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาลง ทว่าทุกคำกลับดังก้องกังวานในความเงียบ "แต่อาจจะกำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณ ตลอดเวลาที่ผ่านมาต่างหาก"
บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนเย็นเยียบ ศรุตขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปตามสันหลัง เขาค่อยๆ หันกลับไปมองรินรดา ทว่าดวงตาของเธอไม่ได้มองมาที่เขา กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก จ้องมองไปยังมุมมืดทึบหลังชั้นวางเครื่องมือแพทย์
เสียงฝีเท้าหนักหน่วง... ลากยาว... ดังขึ้นจากความมืดมิดของทางเดินใต้ถุนตึกที่ควรจะรกร้างว่างเปล่า ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสองคนในยามวิกาลนี้
และก่อนที่ศรุตจะทันได้ขยับตัวเพื่อคว้าอุปกรณ์ป้องกันตัว ร่างของใครบางคนก็ก้าวพ้นเงาดำออกมา พร้อมกับกลิ่นหอมหวานฉุนกึกของดอกไม้ป่ามรณะที่อบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่สลักอยู่บนใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้ไม่ได้รับเชิญ—บุคคลที่ควรจะนอนแน่นิ่งอยู่ในหลุมศพเมื่อสามวันก่อน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอุดมการณ์นี้ไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 25
กำแพงกั้นกลางอุดมการณ์
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!