กลิ่นอายความอับชื้นของสารละลายฟอร์มาลินในห้องเก็บศพใต้ดินยามวิกาล ไม่เคยน่าสะพรึงกลัวเท่ากับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องประชุมลับของสำนักงานนิติเวชแห่งนี้ เอกสารรายงานผลการชันสูตรพลิกศพจำนวนสามฉบับ ซึ่งบันทึกร่องรอยการฆาตกรรมอำพรางผ่านพิธีกรรมโบราณ ค่อยๆ มลายหายไปกับเปลวไฟสีฟ้าจากไฟแช็กราคาแพงของใครบางคน
"คุณคิดจริงๆ หรือคะคุณศรุต ว่ากระดาษไม่กี่แผ่นนี้จะสามารถสั่นคลอนรากเหง้าของอำนาจที่กัดกินระบบนี้มานานหลายทศวรรษได้"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของรินรดาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางแสงสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ เธอยืนพิงขอบหน้าต่างกระจกฝ้า มองลอดผ่านคราบหยดน้ำฝนออกไปเบื้องล่าง รถยนต์ประจำตำแหน่งสีดำสนิทติดฟิล์มทึบกำลังแล่นออกจากลานจอดรถอย่างเงียบเชเชียบ มันคือสัญลักษณ์อันเงียบงันแต่เด็ดขาดว่า หลักฐานชิ้นเอกที่พวกเขาใช้เวลาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อคืนก่อน ได้ถูกลบเลือนจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้าเรียบร้อยแล้ว
ศรุตไม่ได้ขยับเขยื้อน ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อกาวน์สีขาวยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นสะท้อนประกายความเยียบเย็นและดุดันอย่างที่ไม่มีใครคาดเดาความคิดได้ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นโต๊ะไม้เนื้อแข็งเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของฆาตกรตัวจริงที่ลอยนวลอยู่เบื้องบน
"อำนาจไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความยินยอมพร้อมใจที่จะปิดตาข้างหนึ่งของคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้รักษากฎหมายค่ะคุณริน..." ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสลมหายใจที่หนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย "แต่พวกเขาลืมไปอย่างหนึ่ง... รอยกรีดบนกระดูกซี่โครงชิ้นนั้น ไม่ได้ถูกบันทึกไว้แค่บนกระดาษที่พวกมันเพิ่งเผาทำลายหรอกนะคะ"
รินรดาหันขวับมามองเขา ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววตื่นตะลึงระคนความทึ่ง เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรผสมกับกลิ่นอานิสงส์ความเครียดที่ลอยวนรอบตัวเขา "คุณหมายความว่าอย่างไรคะ? หรือว่าคุณ..."
"ฉันเก็บสำเนาชุดที่สองไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด..." ศรุตมุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่หาดูได้ยาก มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอจังหวะขย้ำเหยื่อ "ที่ซึ่งอำนาจมืดเบื้องบนเอื้อมมือมาไม่ถึง... หรือต่อให้เอื้อมถึง มันก็จะต้องสะดุดตอจนเลือดสาดกันไปข้างหนึ่ง"
บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยเคมีอันเร่าร้อนและอึดอัดในคราวเดียวกัน ความต่างขั้วระหว่างศรุต ศัลยแพทย์ผู้ใช้เหตุผลและวิทยาศาสตร์เย็นชา กับรินรดา นักมานุษยวิทยาผู้เชื่อมั่นในจิตวิญญาณและพิธีกรรมโบราณ หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในห้วงเวลาวิกฤตนี้ พวกเขาเปรียบเสมือนเฟืองจักรสองตัวที่หมุนสวนทาง แต่กลับขบเข้าล็อกกันได้อย่างแม่นยำท่ามกลางฟันเฟืองใหญ่ที่พยายามบดขยี้ให้แหลกคาที่
"คุณบ้าไปแล้วหรือคะ..." รินรดาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ พลางส่ายหัว แต่ริมฝีปากของเธอกลับซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่ยากจะปฏิเสธความนับถือที่มีต่อชายตรงหน้า "การเก็บหลักฐานชิ้นนั้นไว้กับตัว เท่ากับคุณเอาคอไปพาดไว้บนเขียงของท่านรัฐมนตรีโดยตรงนะคะ"
"แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวความตายหรือคะรินรดา?" ศรุตขยับตัวเข้าประชิดก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกาย ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นจดจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความลังเลใจ "ตั้งแต่ครอบครัวของฉันต้องตายอย่างไร้ความยุติธรรมในคืนหมอกลงจัดเมื่อสิบปีก่อน ฉันก็ไม่มีอะไรให้ต้องสูญเสียอีกแล้ว... ยกเว้นเสียแต่ความจริง"
คำพูดนั้นราวกับมีพลังงานบางอย่างที่ดึงดูดรินรดาให้จมดิ่งลงไป ความดื้อรั้นในแววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง เธอยื่นมือเรียวออกไปสัมผัสแขนเสื้อกาวน์ของเขาแผ่วเบา สัมผัสที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจและพันธะสัญญาทางใจที่ไม่อาจเอ่ยคำพูดใดมาทดแทนได้
"ถ้าอย่างนั้น... ให้ฉันร่วมเดินทางไปบนเส้นทางที่เดิมพันด้วยชีวิตนี้กับคุณด้วยนะคะ" รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นก้องกังวานในความเงียบ
ก่อนที่ศรุตจะได้เอื้อMคำตอบใดๆ ออกมา เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามของอาคารนิติเวชก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงชาดกะพริบวาบสลับกับความมืดมิด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาตามบันไดหนีไฟ มุ่งตรงมายังห้องทำงานของเขาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง
ปัง!
ประตูห้องไม้สักถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยและถืออาวุธปืนครบมือพุ่งทะยานเข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสารวัตรยุทธชัย นายตำรวจมือขวาของผู้มีอิทธิพลเบื้องบน ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาอำมหิต
"ไงครับคุณหมอศรุต... ค่ำคืนนี้ยังไม่งอนนอนอีกหรือครับ? ทางผู้ใหญ่เป็นห่วงกลัวว่าเอกสารสำคัญจะทำให้คุณเครียดเกินไป เลยส่งคนมาช่วย 'ทำลาย' ความเครียดให้" สารวัตรยุทธชัยหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างถือดี "ไหนล่ะครับ... สำเนาอีกชุดที่คุณซ่อนไว้ ส่งมอบมาให้ผมดีๆ ดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวกันทั้งสองฝ่าย"
ศรุตยืนนิ่งสงบ ร่างกายไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายังคงยืนบังรินรดาไว้เบื้องหลังอย่างปกป้อง สายตาคมกราบกรานมองกลุ่มชายฉกรรจ์ด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
"ตำรวจยุคนี้รับใช้ประชาชน... หรือรับใช้สุนัขรับจ้างกันแน่คะสารวัตร?" รินรดาโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังของศรุต น้ำเสียงของเธอเยือกเย็นและเฉียบคมไม่แพ้กัน
สารวัตรยุทธชัยหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำเหน็บแนมนั้น เขาผายมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องเตรียมยกปืนเล็งตรงมาที่ทั้งคู่ "ปากกล้าดีนี่ครับคุณนักมานุษยวิทยา... งั้นก็เชิญไปให้ปากคำในนรกกันเถอะครับ!"
นิ้วของสารวัตรกำลังจะเหนี่ยวไกสั่งการให้ลูกน้องลงมือ แต่ทว่า... ทันใดนั้น ไฟฟ้าทั่วทั้งตึกนิติเวชก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงเรื่อๆ ที่สาดส่องลงมาจากเพดาน
พร้อมกันนั้น เสียงเคาะโลหะดัง *กริ๊ง... กริ๊ง...* สามครั้งดังขึ้นมาจากท่อระบายอากาศเหนือศีรษะ ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่จำแนกเพศไม่ได้ ลอยละลิ่วเข้ามาในความมืดมิด
*"พวกแก... กำลังยืนอยู่บนหลุมศพของฉัน..."*
สารวัตรยุทธชัยสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองความมืดเบื้องบนด้วยใบหน้าซีดเผือก ขณะที่ศรุตกลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นเมื่อเหลือบไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์สำรองบนโต๊ะ ที่จู่ๆ ก็เปิดขึ้นเองอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ—**"ระบบอัปโหลดข้อมูลคดีทั้งหมดไปยังเซิร์ฟเวอร์สากล สำเร็จ 100% แล้ว"**
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอุดมการณ์นี้ไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 26
คดีที่ถูกปิดตาย
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!