กลิ่นอับชื้นของกระดาษสมุดบันทึกหน้าเก่าผสมกับกลิ่นไอฝนที่ลอยมาจากหุบเขาลึก ทำให้บรรยากาศในรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อคันเก่าค่อนข้างอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ศรุตไม่ได้หันมามองรินรดาเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่กับเส้นทางเบื้องหน้าที่ถูกกลืนกินด้วยหมอกหนาทึบ ยางรถยนต์ส่งเสียงบดขยี้กับเศษกรวดและดินโคลนดังครืดคราดราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในความมืด รอยยับย่นที่หางตาและสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงความอดทนที่ใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที
"คุณกำลังพาเราไปสู่หลุมศพของตัวเอง, รินรดา" ศรุตเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาจนเย็นเยียบ ปราศจากความลังเล "แผนที่แผ่นนั้นไม่ได้นำไปสู่การสำรวจทางมานุษยวิทยา แต่มันคือเส้นทางเดียวกับที่ครอบครัวของฉันใช้เมื่อสิบปีก่อน... ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นเพียงศพไร้ชื่อในแฟ้มคดีปิดตาย"
รินรดาชะงัก นิ้วเรียวที่กำลังพลิกหน้ากระดาษบันทึกโบราณหยุดนิ่ง เธอนิ่งเงำไปชั่วขณะเพื่อซึมซับความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชาของศัลยแพทย์หนุ่ม ก่อนจะหันไปสบตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน
"ถ้าคุณกลัวความจริง ทำไมถึงยังขับรถตามฉันมากล่ะคะ, คุณศรุต?" รินรดาย้อนถาม น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ "คุณไม่ได้ถูกบังคับให้มาที่นี่ด้วยซ้ำ... แต่เป็นคุณเองที่กระโจนเข้าหาความมืดนี้ เพราะลึกๆ แล้ว คุณก็อยากรู้ว่าใครเป็นคนพรากทุกอย่างไปจากชีวิตคุณกันแน่"
คำพูดนั้นทำให้ศรุตต้องหักพวงมาลัยหลบก้อนหินขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมากลางทางอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่เซเข้าหากัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของศรุต—กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับความเย็นเยือกยามค่ำคืน—ปะทะเข้ากับโสตประสาทของรินรดาอย่างจัง เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาทีเมื่อพบว่าใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ดวงตาสีเทาเข้มของเขาลึกซึ้งและว่างเปล่า ราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่ง
"ระวังปากของคุณไว้หน่อย, รินรดา" ศรุตกระซิบชิดริมหูกเธอ เสียงของเขาต่ำพร่าจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่รอเราอยู่ข้างหน้ามันน่ากลัวกว่าแค่ศพหรือพิธีกรรมโบราณมากแค่ไหน... และถ้าเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่มีทางช่วยชีวิตคนที่รั้นจะเดินเข้าหาความตายด้วยความสมัครใจหรอกนะ"
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณช่วย" รินรดากล่าวตอบโดยไม่หลบสายตา แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากซี่โครง "เราต่างก็มีปีศาจของตัวเองที่ต้องสะสาง... และหมู่บ้านร้างแห่งนั้น ก็คือที่ที่ปีศาจของเรานัดพบกัน"
บทสนทนาถูกตัดขาดลงเมื่อล้อรถแล่นผ่านซุ้มประตูไม้แกะสลักโบราณที่ผุพังจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ป้ายไม้ที่ลบเลือนด้วยกาลเวลาระบุชื่อหมู่บ้านที่ถูกลบออกจากแผนที่ทางการมานานนับทศวรรษ — *'บ้านหุบผาเลือด'*
หมอกหนาทึบด้านนอกม้วนตัวเข้าหาตัวรถราวกับมีชีวิต พวกเขาดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กลั่นตัวจากใบไม้ร่วงหล่นลงหลังคาคาดการณ์ไม่ได้ ความหนบเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนทำให้ผิวหนังลุกชัน
ศรุตผลักประตูรถลงไปก่อน รินรดารีบคว้ากระเป๋าเป้และไฟฉายคู่ใจแล้วก้าวตามลงมา เบื้องหน้าของพวกเขาคือซากปรักหักพังของเรือนไม้โบราณนับสิบหลังที่ถูกความเงียบและกาลเวลาแช่แข็งไว้ บ้านเรือนปิดตาย หน้าต่างแตกละเอียดราวกับถูกทุบทำลายจากด้านใน และเสาเรือนทุกต้นถูกตอกด้วยตะปูสนิมเขรอะเป็นอักขระโบราณที่รินรดาเคยอ่านพบแต่ในตำราต้องห้าม
"บรรยากาศผิดเพี้ยนไปจากที่ฉันคาดไว้มาก..." รินรดากวาดสายตาไปรอบๆ ด้วยความระแวง ไฟฉายในมือส่องกราดไปตามทางเดินแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์ "ตามบันทึกบอกว่าที่นี่อพยพหนีโรคระบาดเมื่อสิบปีก่อน... แต่ทำไมร่องรอยการต่อสู้ถึงยังชัดเจนขนาดนี้ล่ะคะ?"
ศรุตไม่ตอบ เขาเดินนำหน้าไปยังใจกลางหมู่บ้าน สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณด้วยสัญชาตญาณของแพทย์ผู้คุ้นเคยกับความตาย ร่องรอยคราบสีดำคล้ำบนพื้นดินและรอยขูดขีดตามผนังบ้านบ่งบอกเรื่องราวอันโหดร้ายที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ความเงียบงัน
พวกเขาก้าวมาหยุดอยู่หน้าเรือนประธานหลังใหญ่ที่สุดของหมู่บ้าน ประตูไม้บานคู่เปิดอ้าออกครึ่งหนึ่ง ราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ กลิ่นหืนแปลกประหลาดโชยออกมาจากด้านใน—กลิ่นของความตายที่หมักหมมมานานแรมปี
ศรุตยกไฟฉายขึ้นส่องนำทาง แล้วก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไปเป็นคนแรก รินรดากัดฟันแน่นก่อนจะก้าวตามเข้าไปติดๆ
กลางห้องโถงกว้างของบ้านหลังนั้น ไม่มีเครื่องเรือนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว สิ่งเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางคือ 'แท่นบูชา' หินศิลาแลงสีดำสนิท บนนั้นมีร่องรอยคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มที่แห้งกรังเป็นวงกว้าง และรอบๆ แท่นบูชากลืนกินไปด้วยเส้นด้ายสีแดงถักทอเป็นปมประหลาดนับร้อยเส้นโยงใยไปทั่วห้อง
ศรุตเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา มือหนายื่นออกไปสัมผัสเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกเสียบไว้ด้วยมีดโบราณเล่มขึ้นสนิม รินรดารemก้าวเข้าไปชิดเพื่อช่วยส่องไฟ
"นี่มัน..." รินรดาอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น
ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มระบุวันที่ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน—ไม่ใช่เมื่อสิบปีก่อนอย่างที่ควรจะเป็น และชื่อที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้าย ทำให้ลมหายใจของศรุตสะดุดกึกในลำคอ
*ชื่อของผู้ตายคนล่าสุด... คือชื่อของศรุตเอง*
ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากชั้นสองของตัวบ้าน ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอยละล่องมาตามสายลมหนาว:
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... คุณหมอ"*
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงามืดไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 8
เส้นทางสู่เมืองที่ถูกลบ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!