กลิ่นฟอร์มาลีนผสมกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณในห้องเก็บศพใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลบูรพาพิทักษ์ ช่างเป็นส่วนผสมที่ชวนให้คลื่นไส้อย่างประหลาด
ศรุตยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะชันสูตรชั่วคราว แสงไฟจากโคมไฟพกพาฉาบผิวเนื้อของร่างไร้ลมหายตรงหน้าให้กลายเป็นสีเทาซีด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองรอยกรีดบนผิวหนังอย่างพินิจพิเคราะห์ รอยแผลเป็นเก่าแก่ที่ซ้อนทับด้วยรอยแผลใหม่ รอยกรีดรูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้น—มันคือลายเซ็นเดียวกันกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อยี่สิบปีก่อน
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ เงาร่างของเธอยาวทาบทับลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ดวงตาคู่สวยไม่ได้มองศพ แต่จ้องมองแผ่นหนังโบราณที่ถูกกางไว้บนโต๊ะข้างๆ ลายเส้นอักขระขอมโบราณที่ถูกเขียนด้วยเลือดแห้งกรังสะท้อนความวิปริตในจิตใจมนุษย์
"ไม่ใช่แค่คนโรคจิตเลียนแบบพฤติกรรมหรอกค่ะคุณศรุต" น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนในความหมาย เธอยกปลายนิ้วขึ้นแตะขอบกระดาษอย่างระมัดระวัง "ลายมือนี้... โครงสร้างของกระดูกชิ้นนี้ และวิธีลงมีด... มันคือพันธุกรรม"
ศรุตเงยหน้าขึ้นจากร่างบนเตียง ชันสูตรศพด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่ากลัว สันจมูกโด่งคมรับกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง "คุณกำลังจะบอกฉันว่า ความโหดร้ายนี้สืบทอดทางดีเอ็นเออย่างนั้นหรือคะ รินรดา มันเป็นเรื่องงงงายทางวิทยาศาสตร์"
"วิทยาศาสตร์อาจอธิบายรหัสพันธุกรรมไม่ได้ทุกเรื่องหรอกนะคะ ศรุต" รินรดาหันมาสบตาเขา แววตาสีเทาเข้มของเธอเต็มไปด้วยความหมองเศร้าและข้อเท็จจริงที่น่าสะพรึงกลัว "แต่ประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาพิสูจน์แล้วว่า 'ความเชื่อ' ที่ถูกฝังรากลึกในสายเลือด สามารถกลายพันธุ์เป็นความกระหายเลือดที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้... บรรพบุรุษของพวกเขาไม่ได้แค่สอนวิชาแพทย์แผนโบราณ แต่มันคือพิธีกรรมบูชาที่ต้องแลกด้วยชีวิต เพื่อต่ออายุขัยของคนในตระกูล"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำเก่าๆ ที่ดังสะท้อนก้องในความมืด
ศรุตหันกลับไปมองร่างไร้ลมหายใจบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้เขาสังเกตเห็นรอยสักรูปงูกินหางที่ต้นคอของศพ—สัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเคยเห็นในแฟ้มคดีเก่าของพ่อแม่ผู้ล่วงลับ ปมปริศนาที่เขาตามล่ามาครึ่งชีวิต บัดนี้มันไม่ได้ถูกซ่อนไว้ในความมืดอีกต่อไปแล้ว หากแต่มันไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของใครบางคน... คนที่กำลังยืนอยู่ใกล้พวกเขามากกว่าที่คิด
"ถ้ามันคือสายเลือด..." ศรุตแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "งั้นฉันนี่แหละที่จะเป็นคนล้างบางตระกูลนี้ให้สิ้นซากด้วยมือของฉันเอง"
รินรดาก้าวเข้าไปประชิด ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะลงบนแขนเสื้อกราวด์ของเขาเบาๆ เพื่อดึงสติ "ระวังนะคะศรุต... การที่คุณจ้องมองความมืดนานเกินไป บางทีความมืดนั้นอาจจะกำลังมองทะลุเข้ามาในตัวคุณเช่นกัน และบางที... สายเลือดที่คุณอยากทำลาย อาจจะมีสายเลือดเดียวกับคนใกล้ตัวคุณที่สุดก็ได้"
ยังไม่ทันที่ศรุตจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดโต้แย้ง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดอันเชื่องช้าแต่หนักแน่น ก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ นอกห้องเก็บศพ เสียงก้าวเหล่านั้นหยุดลงตรงหน้าประตูก่อนที่บานประตูเหล็กจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ก้าวออกมาจากหมอกควันยามวิกาล พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่สลักอยู่บนใบหน้า...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 28
พิธีกรรมที่ข้ามผ่านกาลเวลา
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!