กลิ่นฟอร์มาลีนผสมกับคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรใต้ดินที่แสงไฟนีออนกระพริบถี่ราวกับจะหมดอายุขัย ศรุตยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลส ภายใต้ชุดกาวน์สีขาวที่สะท้อนแสงไฟจนดูราวกับเกราะป้องกันความตาย ปลายนิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางสีดำสนิทกำลังคีบชิ้นส่วนกระดูกซี่โครงท่อนที่เจ็ดขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ แสงสีฟ้าจากโคมไฟผ่าตัดส่องกระทบพื้นผิวเนื้อเยื่อที่แห้งกรัง เผยให้เห็นรอยบากคมกริบที่กระทำโดยฝีมือของเครื่องมือแพทย์ชั้นดี ไม่ใช่รอยฉีกกระชากจากสัตว์ร้ายอย่างที่คนในเมืองหลวงกำลังหวาดกลัวกัน
"รอยตัดเฉียงสאสิบห้าองศา... ความลึกสี่มิลลิเมตรพอดิบพอดี" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงัน ดวงตาคมกราบกิ่งก้านความเย็นชาไร้ก้นบึ้งจดจ้องร่องรอยนั้นด้วยสัญชาตญาณของศัลยแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับร้อยหน "คนที่ลงมือ... ไม่ได้สักแต่จะฆ่าบูชาพวกมันสติเฟื่อง แต่มันกำลัง ‘สร้าง’ อะไรบางอย่าง"
รินรดาที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะชันสูตร ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟสะท้อนเลนส์จนมองไม่เห็นประกายในดวงตาของเธอ หญิงสาวก้มลงมองแผนผังกระดูกมนุษย์ที่เรียงรายอยู่บนกระดานไวท์บอร์ดด้านหลัง เอกสารโบราณจากคัมภีร์ล้านนาถูกกางทับด้วยภาพถ่ายเอกซเรย์โครงกระดูกของเหยื่อรายล่าสุด เส้นด้ายสีแดงโยงใยจากกระดูกกะโหลกไปยังกระดูกสันหลัง ปักหมุดพิกัดแผนที่ป่าทึบหลังหมู่บ้าน
"คุณกำลังบอกว่าโครงกระดูกพวกนี้ไม่ใช่แค่เหยื่อ แต่เป็นส่วนประกอบของแผนที่สินะคะ" เสียงหวานทุ้มเจือความเคร่งเครียดเอ่ยขึ้น เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างระหว่างเคนกับเธอบนโต๊ะชันสูตรแคบลงทุกที กลิ่นอายอันตรายและความดึงดูดใจลึกลับลอยวนอยู่ในอากาศที่อัดแน่นด้วยความกดอากาศต่ำ "ถ้าทฤษฎีมานุษยวิทยาของฉันไม่ผิด รอยบากพวกนี้ไม่ได้ทำเพื่อแยกชิ้นส่วน แต่ทำเพื่อให้กระดูก 'ปลดปล่อย' พลังงานบางอย่างตามทิศทางลมในคืนจันทร์ดับ"
ศรุตแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบและเย้ยหยันราวกับดูแคลนความเชื่อปรัมปราของเธอ เขาวางกระดูกชิ้นนั้นลงบนถาดสเตนเลสเสียงดัง *กริ๊ง* "ผมเป็นศัลยแพทย์ รินรดา ผมศรัทธากล้ามเนื้อ เส้นเลือด และรอยต่อของกระดูกที่อธิบายได้ด้วยฟิสิกส์ ไม่ใช่พลังงานลมเพลมพัดอะไรนั่น... แต่ยอมรับเถอะว่า รอยบากพวกนี้มันสอดคล้องกับพิกัดที่คุณหากลับมาจริงๆ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันผ่านซากกระดูกมนุษย์ แววตาของศรุตฉายแววสีเทาอันซับซ้อน เขากำลังมองเธอ—ไม่ใช่แค่ในฐานะคู่หูภาคสนาม แต่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับความมืดในใจเขาอย่างไม่เกรงกลัว รินรดาเองก็ไม่ได้หลบตา ความดื้อรั้นในดวงตาสุกใสคู่นั้นสะท้อนภาพความเยือกเย็นของเขาไว้อย่างชัดเจน
"ถ้าคุณมองแค่ฟิสิกส์ คุณก็จะเห็นแค่วัตถุค่ะ ศรุต" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรอีกนิด ปลายจมูกแทบจะชนกับกลิ่นโคโลญจน์ผสมกลิ่นยาฆ่าเชื้อจากตัวเขา "แต่ถ้าคุณลองถอดเสื้อกาวน์สีขาวนั่นแล้วมองผ่านเลนส์ของประวัติศาสตร์ คุณจะเห็นว่าคนที่ลงมือทำพิธีกรรมนี้... มันกำลังเขียนจดหมายท้าทายคุณอยู่"
ศรุตชะงักไปเล็กน้อย ปลายนิ้วที่เคยนิ่งสนิทกระตุกเกร็งวูบหนึ่ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตราย เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะข้างแก้ม "ท้าทายผมงั้นเหรอ? ถ้ามันคิดจะเล่นเกมจิตวิทยากับผม มันเลือกคนผิดแล้วล่ะ"
"งั้นเหรอคะ?" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความท้าทายจนน่าหมั่นไส้ เธอยื่นมือเรียวไปหยิบปากกาไวท์บอร์ดมาขีดเส้นโยงกระดูกซี่โครงท่อนที่เจ็ดไปยังจุดกึ่งกลางของแผนที่ป่าลึก "ลองคำนวณระยะห่างระหว่างรอยบากกับจุดฝังศพดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า... ทำไมฆาตกรถึงจงใจเลือกเหยื่อที่เป็นสายเลือดเดียวกับคุณ"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ ศรุตชะงักงัน ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ความทรงจำอันดำมืดและเสียงกรีดร้องในคืนเพลิงผลาญเมื่อสิบปีก่อนพวยพุ่งขึ้นมาในหัวจนลมหายใจสะดุด ดวงตาที่เคยไร้อารมณ์ไหววูบอย่างรุนแรง เขากระชากข้อมือของเธอเข้าหาตัวด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวโดยสัญชาตญาณ จนรินรดาเซถลามาปะทะแผงอกกว้าง
"คุณรู้อะไรมา รินรดา?" เสียงกระซิบของเขาต่ำลอดไรฟัน ร้อนรุ่มและอันตรายจนน่ากลัว ปลายนิ้วที่บีบอยู่บนข้อมือเธอสั่นระริกเล็กน้อย "บอกผมมาก่อนที่ผมจะหมดความอดทน"
รินรดาไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่กำลังลุกโชนด้วยไฟแห่งอดีต มุมปากเธอยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ายวนแต่ทว่าเศร้าสร้อย "ฉันไม่ได้รู้อะไรมากไปกว่าที่คุณกำลังพยายามซ่อนไว้หหรอกค่ะ... ศรุต"
ก่อนที่ศรุตจะได้เค้นคำตอบใดๆ ออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและผิดจังหวะก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก—*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*—เสียงรองเท้าหนังเหยียดย่ำบนพื้นปูนซีเมนต์ดังใกล้เข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องชันสูตรที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา
ทั้งสองคนนิ่งงัน สัญชาตญาณดิบในตัวตื่นตัวพร้อมกัน ศรุตปล่อยมือจากข้อมือเธออย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปหยิบ scalpel (มีดผ่าตัด) สแตนเลสขึ้นมาถือไว้มั่นในความมืดสลัว
ไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวสามครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท เหลือเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ส่องใบหน้าของทั้งคู่ให้กลายเป็นสีเทา
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง... พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังลอดมาจากรอยแยกของบานประตูเหล็ก
*ก๊อก... เปิดประตูให้ผมหน่อยสิครับ... คุณหมอ*
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงามืดไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 16
ถอดรหัสกระดูกมนุษย์
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!