กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับศตวรรษ ลอยอวลอยู่ในความมืดมิดของหอจดหมายเหตุประจำจังหวัด แสงไฟจากกระบอกไฟฉายขนาดเล็กส่องแหวกความเวิ้งว้าง เผยให้เห็นชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่ดูคล้ายซี่โครงของอสุรกายยักษ์ในยามวิกาล
ศรุตดึงถุงมือหนังสีดำกระชับเข้ากับเรียวนิ้ว มือข้างหนึ่งถือกระบอกไฟฉายส่องนำทาง ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปแตะสันแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่า สัมผัสของความเย็นเฉียบจากโลหะผสมในเครื่องมือผ่าตัดที่เหน็บอยู่ข้างเอวช่วยย้ำเตือนสติว่า เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อรำลึกความหลัง แต่เพื่อล่าคำตอบที่ถูกฝังกลบ
"ถ้าคุณยังเดินเร็วขนาดนั้น เราคงได้สะดุดแฟ้มคดีฆาตกรรมโบราณหัวคะมำลงไปนอนกองกับพื้นก่อนจะเจอสัญลักษณ์ที่ว่านะคะ คุณหมอ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลัง รินรดาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟจากไฟฉายของเธอกระทบเข้ากับโครงหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งรอยยิ้มของศรุต เธอก้าวตามเขามาติดๆ แม้ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการถูกจับกุมข้อบุกรุกยามวิกาล แววตาของนักมานุษยวิทยาเช่นเธอกลับพราวระยับด้วยความตื่นเต้น ราวกับเด็กสาวที่กำลังค้นพบสมบัติล้ำค่า
ศรุตหยุดฝีเท้า ชายหนุ่มหันกลับมามองเธอด้วยสายตานิ่งเรียบ ทว่าประกายในดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววับอย่างอันตราย ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนไออุ่นจากร่างกายเจือจางความหนาวเหน็บของห้องเก็บเอกสารลงได้บ้าง
"ผมเตือนคุณแล้วว่ามันอันตราย รินรดา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟัน "ที่นี่ไม่ใช่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่คุณจะมาเดินเลือกหนังสือตามใจชอบ เอกสารในชั้นนี้... มีไว้เพื่อซ่อนความเน่าเฟะที่ทางการไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย"
"แล้วคุณคิดว่าฉันกลัวความเน่าเฟะหรือไงคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องตอบเขาอย่างไม่ลดละ "ลืมไปแล้วหรือว่าฉันคือนักมานุษยวิทยาผู้ศึกษาพิธีกรรมบูชายัญและความตายมาครึ่งชีวิต ความมืดในตำนานไม่ได้น่ากลัวเท่าความมืดในใจมนุษย์หรอกค่ะ... โดยเฉพาะมนุษย์บางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็น เคมีอันตรายระหว่างความเย็นชาของศรุตและความดื้อรั้นของรินรดาปะทะกันอย่างเงียบเชียบในความมืด มันเป็นความดึงดูดที่แปลกประหลาด ทั้งสองคนต่างยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ คนหนึ่งเชื่อมั่นในหลักฐานเชิงประจักษ์และมีดผ่าตัด อีกคนเชื่อในร่องรอยอารยธรรมและความเชื่อโบราณ แต่ในเวลานี้ ทั้งคู่กลับต้องมาหายใจร่วมกันในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้เพื่อไขปริศนาเดียวกัน
ศรุตเป็นฝ่ายเบือนสายตาหนີก่อน เขากระชับกระบอกไฟฉายในมือแล้วหันกลับไปส่องดูป้ายหมวดหมู่บนชั้นเหล็กขึ้นสนิม
"โซนเจ็ด... บันทึกเหตุการณ์ท้องถิ่นช่วงทศวรรษที่แปด" ศรุตพึมพำกับตัวเอง "นั่นคือช่วงเวลาเดียวกับที่คดีฆาตกรรมควักหัวใจครั้งแรกเกิดขึ้นในเขตป่าดิบชื้น"
รินรดาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เธอมักใช้ประทินผิวลอยปะปนกับกลิ่นอับของกระدار ทำให้ศรุตเผลอผ่อนลมหายใจยาวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวของเธอยื่นไปหยิบแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลเข้มที่ถูกเก็บไว้ในชั้นลึกสุดออกมา เปี่ยมด้วยฝุ่นหนาเตอะจนต้องใช้มือปัดเบาๆ
"เจอแล้วค่ะ..." รินรดาเอ่ยเสียงเบา แสงไฟฉายสาดส่องลงบนหน้ากระดาษที่เหลืองกรอบ ตัวอักษรพิมพ์ดีดสีดำจางๆ ปรากฏภาพสเก็ตช์ลายเส้นพู่กันหมึกจีนที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก
มันคือสัญลักษณ์รูป "ดวงตาแปดแฉกที่ล้อมรอบด้วยกงลอว์โลหิต" — สัญลักษณ์เดียวกันกับรอยแผลบนศพในห้องนิติเวช และเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏในสมุดบันทึกของครอบครัวศรุตในคืนวันเกิดเหตุโศกนาฏกรรม
ดวงตาสีเข้มของศรุตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาในเสี้ยววินาที มือที่สวมถุงมือหนังเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมได้ยาก
รินรดาเหลือบมองปฏิกิริยาของชายหนุ่ม เธอเอื้อมมือไปสัมผัสข้อศอกของเขาแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นพอที่จะดึงศรุตกลับมาจากขอบเหวแห่งความทรงจำอันเลวร้าย
"ศรุต..." เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง นุ่มนวลและจริงใจอย่างที่หาได้ยาก "คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ"
ศรุตหันมามองหญิงสาว แววตาที่เคยว่างเปล่าและเย็นชาบัดนี้สั่นไหวเจือด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย เขาเปิดปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่แล้ว...
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาดังมาจากทางประตูลานทางเข้าหอจดหมายเหตุ ตามมาด้วยฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง บนพื้นไม้เก่าที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด
แสงไฟฉายจากภายนอกสาดส่องกวาดผ่านช่องกระจกฝ้าของประตูห้องเก็บเอกสารเข้ามาเป็นลำแสงสีขาวนวล น่ากลัว และคุกคาม
ร่างของใครบางคนกำลังเดินตรงมายังแถวที่พวกเขากำลังยืนอยู่!
รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือเรียวคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของศรุตไว้แน่น ขณะที่ศรุตดึงเธอก้าวถอยหลังไปหลบหลังชั้นหนังสือเหล็กสูงทึบอย่างไร้เสียง ดวงตาสีเข้มคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง พร้อมมืออีกข้างที่เอื้อมไปกุมด้ามมีดผ่าตัดที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างมั่นคง
เงาดำทึบของใครบางคนหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าปากทางเดินของล็อกหนังสือที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่... พร้อมกับเสียงหัวเราะต่ำๆ เยียบเย็นที่ดังลอดออกมาจากความมืดภายนอก
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงามืดไปพร้อมกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก•ตอนที่ 6
ในเงามืดของหอจดหมายเหตุ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเถื่อนกับพิธีกรรมสีเลือดในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!