"เจ้าคิดว่าขีดเขียนเส้นสายไร้ชีวิตบนผืนกระดาษ จะหยุดยั้งความพินาศที่ข้าหว่านไว้ได้งั้นหรือ หลี่เฟย?"
เสียงหัวเราะของประมุขมารเงาดังก้องกังวานอยู่ในห้วงมิติบิดเบี้ยว ร่างของเขาสูงใหญ่ดุจยักษ์มารที่กลืนกินแสงสว่าง ดวงตาสีโลหิตจ้องมองมายังหลี่เฟยด้วยความสมเพช ผิวหนังของเขาราวกับหินภูเขาไฟที่แตกร้าว มีไอสีดำมืดพุ่งพล่านออกมาไม่ขาดสาย พื้นที่โดยรอบที่เคยเป็นโถงวังหลวง บัดนี้กลับกลายเป็นซากปรักหักพังที่ลอยเคว้งคว้างท่ามกลางความว่างเปล่า
หลี่เฟยยืนนิ่งอยู่บนแผ่นศิลาที่หลงเหลืออยู่เพียงชิ้นสุดท้าย มือซ้ายของเขากุมคัมภีร์อักขระไว้แน่น ปลายนิ้วขวายังคงสั่นไหวเล็กน้อยจากการตวัดอักขระที่สูบพลังปราณไปเกือบหมดสิ้น เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แต่สายตาที่สุขุมนิ่งลึกนั้นกลับจ้องมองผ่านร่างเงาไปถึง "หัวใจ" ของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของจิตวิญญาณแห่งมาร
"สิ่งที่ข้าเขียน ไม่ใช่กระดาษ..." หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางเสียงคำรามของพายุพลังงานที่โหมกระหน่ำ "แต่มันคือคำพิพากษาของดวงดาวที่เจ้าเองก็ไม่อาจหลบพ้น"
เขาสะบัดข้อมือเบาๆ อักขระทองคำที่สลักไว้บนอากาศรอบตัวประมุขมารเงาก็เริ่มเรืองแสงสว่างวาบ ประมุขมารเงาชะงักไปครู่หนึ่ง พยายามจะระเบิดปราณเพื่อทำลายค่ายกลที่ล้อมรอบตัวเขาไว้ แต่ทว่า ในวินาทีที่เขากระตุ้นพลัง อักขระเหล่านั้นกลับเปลี่ยนรูปกลายเป็นโซ่ตรวนแห่งแสงที่ถักทอจากหลักการของสวรรค์
"เจ้าคนจองหอง! อักขระกระจอกเช่นนี้รึจะกักขังข้าได้!" ประมุขมารเงาคำรามลั่น เงาดำมืดพุ่งเข้าปะทะกับกำแพงอักขระจนสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติ
ไป๋หลินที่ยืนอยู่ห่างออกไปบนค่ายกลปกป้อง กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด นางมองดูหลี่เฟยที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือดจากการฝืนใช้พลังจิตวิญญาณควบคุมอักขระขั้นสูงสุด นางรู้ดีว่าหากค่ายกลนี้ล้มเหลว พวกเขาทั้งสองจะถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ แต่นางก็ทำได้เพียงส่งกระแสปราณไปสนับสนุนค่ายกลของเขาอย่างสุดกำลัง
"หลี่เฟย อย่าฝืนเกินไป!" ไป๋หลินร้องเตือน เสียงของนางแทรกผ่านม่านพลังที่สั่นคลอน
หลี่เฟยไม่หันไปมอง เขาเพียงแต่หลับตาลงชั่วครู่ รวบรวมสติที่แตกซ่านให้กลับมารวมศูนย์ใหม่ ในหัวของเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องการเอาชนะเพื่อแก้แค้น แต่เขากำลังมองหาวิถีแห่งการ 'ดับสูญ' ตามที่ตำราอักขระบรรพกาลได้กล่าวไว้—การทำลายไม่ใช่การห้ำหั่น แต่มันคือการคืนความสมดุลให้แก่สิ่งที่บิดเบี้ยว
"จิตวิญญาณของเจ้า... มันไม่มีที่ยืนในกฎเกณฑ์แห่งฟ้านี้" หลี่เฟยพึมพำ ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาใจกลางของประมุขมารเงา
*พรึ่บ!*
อักขระผนึกบรรพกาลนับหมื่นตัวพุ่งเข้าหาเป้าหมายพร้อมกัน ราวกับฝูงผึ้งที่บ้าคลั่ง ประมุขมารเงาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดที่มิอาจบรรยายได้ ร่างของเขาสั่นสะท้านภายใต้แรงกดดันมหาศาล ความมืดมิดที่เคยห่อหุ้มเริ่มร่วงหล่นราวกับเศษแก้วที่แตกสลาย สิ่งที่หลี่เฟยทำไม่ใช่การฟาดฟันด้วยกระบี่ แต่มันคือการ 'เขียนทับ' ตัวตนของอีกฝ่ายด้วยความจริงแห่งจักรวาล
"ไม่! ข้าคือผู้ครองความมืด ข้าคือผู้ที่เป็นอมตะ!" ประมุขมารเงาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง กรงเล็บมืดพยายามคว้าอากาศหวังจะดึงหลี่เฟยลงไปสู่ความพินาศด้วยกัน
"อมตะในโลกที่เน่าเฟะเช่นนี้... เจ้าจะเรียกมันว่ารางวัลหรือโทษทัณฑ์กันแน่?" หลี่เฟยลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีครามเย็นเยียบ ก่อนจะประสานมือสวดภาวนาถึงอักขระตัวสุดท้าย—อักขระแห่งความว่างเปล่า
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่ง อักขระผนึกบรรพกาลหลอมรวมกันเป็นวงแหวนขนาดใหญ่เหนือหัวของประมุขมารเงา ก่อนจะกระแทกลงมาดุจภูเขาทองคำที่หนักอึ้งนับล้านชั่ง
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดของจิตวิญญาณดังขึ้นเบาๆ แต่กลับสะเทือนลึกไปถึงส่วนที่ลึกที่สุดของมิตินั้น ร่างของประมุขมารเงาสลายกลายเป็นละอองสีดำจางหายไปกับอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าใจหาย หลี่เฟยทรุดเข่าลงกับพื้นทันที เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลังในกายแทบไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
ไป๋หลินรีบวิ่งเข้ามาพยุงเขาไว้ สัมผัสที่เย็นเยียบจากร่างของเขาทำให้นางใจสั่นไหว "จบแล้วใช่ไหม? เราทำสำเร็จแล้วใช่ไหม?"
หลี่เฟยฝืนยิ้มที่มุมปากพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ที่บัดนี้เริ่มเห็นรอยแยกของมิติที่กำลังแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเครื่องเคลือบที่ถูกทุบด้วยค้อนหนัก
"ยังไม่จบหรอกครับไป๋หลิน..." หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าแต่ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้ "เพราะเมื่อ 'เงา' หายไป สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังเงาจึงเผยโฉมออกมา"
ในจังหวะนั้นเอง พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าพวกเขากลับค่อยๆ ปรากฏภาพของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ชายผู้นั้นนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ลอยอยู่ในความว่างเปล่า มือถือพู่กันทองคำขยับเขียนเส้นสายบางอย่างลงบนหน้ากระดาษที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ใบหน้าของเขาช่างคุ้นตายิ่งนัก เพราะมันดูเหมือนกับหลี่เฟย... ไม่สิ มันดูเหมือนกับหลี่เฟยเมื่อสิบปีที่แล้วราวกับพิมพ์เดียวกัน
"ข้าเฝ้ามองหมากกระดานนี้มานานเกินไปแล้ว หลี่เฟย" ชายชุดขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้อารมณ์ "เจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้เล่นที่เดินหมาก... แต่ความจริงแล้ว เจ้าก็เป็นเพียงหนึ่งในตัวหมากที่ข้าขยับมาตลอดเวลา"
เขาตวัดพู่กันครั้งสุดท้าย รอยแยกมิติที่กำลังจะแตกสลายพลันหยุดนิ่ง แล้วค่อยๆ หดตัวลง บีบอัดหลี่เฟยและไป๋หลินเข้าสู่ใจกลางของความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งอีกครั้ง
หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสจากความพลิกผันที่เกิดขึ้นในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนจบครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์•ตอนที่ 19
ชะตาฟ้ากำหนดเอง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!