"เจ้าจะทิ้งทุกอย่างไว้ที่นี่จริงๆ หรือ?"
เสียงของไป๋หลินแผ่วเบาเหมือนไอหมอกที่ระเหยหายไปในยามเที่ยงวัน นางยืนอยู่บนยอดเขาสูงชันที่ซึ่งหมากกระดานพิฆาตสวรรค์เคยสำแดงเดช แต่บัดนี้เหลือเพียงร่องรอยของการขีดเขียนอักขระที่จางหายไปตามกาลเวลา สายตานางจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังม้วนแผนที่ดวงดาวเก็บเข้าไว้ในแขนเสื้อ
หลี่เฟยไม่ได้หันกลับมา เขายังคงมองไปยังทิศใต้ ที่ซึ่งอาณาจักรและพงไพรเพิ่งพ้นจากมหันตภัยร้ายแรงของประมุขมารเงา "ใต้หล้าไม่ต้องการเซียนที่เหนือกว่าฟ้าอีกต่อไปแล้วไป๋หลิน พวกเขาต้องการเพียงความสงบที่ปราศจากเงาของผู้บงการ"
"แต่ท่านคือวีรบุรุษ บัลลังก์เซียนและอำนาจทั้งหมดที่ท่านคว้ามาได้..."
"อำนาจคือหมากกระดานที่โหดร้ายที่สุด" หลี่เฟยขัดขึ้นเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับทอประกายอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ตอนที่ข้าทำลายค่ายกลมารเงา ข้าไม่ได้ใช้เพียงพลังปราณ แต่ข้าใช้หัวใจที่ปล่อยวางความแค้นของตระกูลหลี่ไปหมดสิ้นแล้ว เมื่อไร้ซึ่งความแค้น ข้าก็ไร้ซึ่งเหตุผลที่จะต้องถือครองกระบี่ต่อไป"
เขาก้าวเข้ามาใกล้ไป๋หลิน หยุดยืนตรงหน้าเพียงคืบ หญิงสาวสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนและกระดาษเก่าที่ติดตัวเขามาเนิ่นนาน
"แล้วท่านจะไปที่ไหน?" นางถาม พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น
"ข้าเคยสัญญากับตัวเองว่า หากวันหนึ่งท้องฟ้ากระจ่างใส ข้าจะกลับไปทำในสิ่งที่ข้าทิ้งไว้ก่อนจะกลายเป็นอัจฉริยะเซียน..." หลี่เฟยคลี่ยิ้มบาง "กลับไปเขียนบันทึกเรื่องราวที่ไม่มีใครอ่าน เป็นเพียงชายชราที่สอนเด็กๆ เขียนอักขระในหมู่บ้านห่างไกล... ท่านจะไปกับข้าไหม?"
ไป๋หลินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจผุดขึ้นบนใบหน้างาม "ข้าไม่ได้ต้องการนางกำนัล หรือตำราโบราณที่ต้องเฝ้ารักษามาตลอดชีวิตหรอกนะ... ข้าแค่ต้องการใครสักคนที่จะนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ายกลพิฆาต"
หลี่เฟยยื่นมือออกไป ไม่ใช่เพื่อร่ายอาคม แต่เพื่อประคองมือของนางไว้ด้วยความทะนุถนอม ทั้งสองเดินเคียงข้างกันลงจากยอดเขา ทิ้งไว้เพียงตำนานที่เล่าขานกันว่า ในวันนั้นท้องฟ้าเหนือหุบเขาเซียนได้เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามราวกับมีรอยยิ้มจากสวรรค์ส่งลงมา
ข่าวการหายสาบสูญของ 'เซียนอักขระหลี่เฟย' สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งสี่ทิศ บ้างก็ว่าเขาบรรลุเซียนขั้นสูงสุดจนละสังขารไปสู่มิติคู่ขนาน บ้างก็ว่าเขาพ่ายแพ้ต่อบาดแผลจากการศึกจนต้องไปซ่อนตัวรักษาแผลใจ ทว่าไม่มีใครกล้าขึ้นไปรบกวนบนยอดเขาแห่งนั้นอีกเลย
หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ถูกปิดผนึกด้วยอักขระที่แม้แต่ปราชญ์ที่เก่งที่สุดก็มิอาจแกะออกได้ มันไม่ใช่ค่ายกลที่เน้นการทำลาย แต่เป็นค่ายกลแห่ง 'ความลืมเลือน' เพื่อให้ผู้คนจดจำเพียงความสงบสุขที่ได้รับ มากกว่าจะมาแย่งชิงความลับของพลังที่เคยทำลายตระกูลใหญ่ได้ทั้งตระกูล
กาลเวลาหมุนผ่านไปนับสิบปี ณ หมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของยุทธภพ
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดผ้าป่านสีเรียบกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวเก่า เขากำลังใช้พู่กันจุ่มหมึกเขียนอักขระลงบนกระดาษสาด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและงดงาม ข้างกายเขามีสตรีในชุดเรียบง่ายกำลังจัดเรียงหนังสือเก่าๆ บนชั้นไม้
"ท่านอาจารย์ หลี่เฟย... วันนี้สอนวิธีเขียนยันต์กันฝนให้พวกเราหน่อยได้ไหม?" เด็กน้อยกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมกล้าจนศัตรูต้องหวาดหวั่น บัดนี้เหลือเพียงความเมตตาและรอยยิ้มที่อ่อนโยน "ได้สิ แต่จำไว้ว่าอักขระไม่ใช่สิ่งที่จะเอาไว้ใช้ควบคุมฟ้าดินเสมอไป แต่มันคือการเข้าใจจังหวะของธรรมชาติ... มาสิ เข้ามาใกล้ๆ"
เขาไม่ได้โอ้อวดว่าเขาเคยเป็นใคร เขาไม่ได้พูดถึงกระบี่ที่เคยสังหารประมุขมารเงา หรือค่ายกลที่เคยสั่นคลอนสวรรค์ สำหรับเขาแล้ว ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การพิชิตใต้หล้า แต่คือการได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยไม่ต้องมีใครมาเรียกขานว่าเป็น 'เซียน' อีกต่อไป
เมื่อแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันลับขอบฟ้า ไป๋หลินเดินมานั่งเคียงข้างเขา วางมือลงบนไหล่ที่เคยแบกรับชะตากรรมของโลกเอาไว้
"ท่านมีความสุขไหม?" นางกระซิบถาม
หลี่เฟยวางพู่กันลง เขาหยิบกระดาษที่เพิ่งเขียนเสร็จขึ้นมาดู มันเป็นอักขระคำว่า 'สันติ' ที่ดูเรียบง่ายแต่กลับมีพลังลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลัง เขาส่งยิ้มให้คู่ชีวิต "การที่ได้เห็นโลกใบนี้ดำเนินไปโดยไม่มีข้าเข้ามาแทรกแซง นั่นแหละคือชัยชนะที่ข้าพยายามตามหามาตลอดชีวิตครับ"
ภายใต้ความเงียบสงบของหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้ว่าบุรุษที่กำลังสอนเด็กๆ เขียนหนังสือผู้นี้ คือบุคคลที่เคยพลิกฟ้าพลิกดินให้กลับตาลปัตรมาแล้ว ความลับนั้นได้จมหายไปกับกาลเวลา พร้อมกับตำนานที่กลายเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไปอย่างนุ่มนวล
นิยายเรื่อง 'เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์' ได้จบลงแล้ว แต่จิตวิญญาณของการรู้จักคำว่า 'พอ' และ 'ปล่อยวาง' จะยังคงอยู่ในหัวใจของผู้อ่านทุกท่านตลอดไป
หวังว่าเรื่องราวของหลี่เฟยจะมอบแง่คิดที่ดีให้แก่ทุกท่านในการดำเนินชีวิตนะครับ ขอบคุณที่ติดตามร่วมเดินทางมาจนถึงตอนสุดท้ายครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์•ตอนที่ 20
ตำนานที่หายลับไป
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!