“ความตายไม่ได้มาถึงช้าหรือเร็วเกินไปหรอกครับท่าน แต่มันมักมาถึงในจังหวะที่เรา ‘ประมาท’ ที่สุดเสมอ”
เสียงของหลี่เฟยเรียบเรื่อย ราวกับเขากำลังวิจารณ์รสชาติของน้ำชา มากกว่าจะกล่าวถึงความตายของชายฉกรรจ์ห้าคนที่กำลังรุดหน้าเข้ามาในซอกตึกแคบๆ ของตลาดมืดเมืองจินหลิง
กลุ่มนักฆ่าจากตระกูลหลี่ที่ถูกส่งมาปิดปากเขามีความมั่นใจสูง พวกมันไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เพราะในสายตาของพวกมัน หลี่เฟยเป็นเพียงบัณฑิตตกอับไร้ปราณยุทธ์ที่กำลังสิ้นไร้ไม้ตอก
“เจ้าพูดมากไปแล้วไอ้หนู” หัวหน้ากลุ่มชายร่างกำยำหัวเราะหึในลำคอ แววตาของมันเหยียดหยาม “ตระกูลสั่งให้เด็ดหัวเจ้ามาส่ง ส่วนวิชาอักขระที่เจ้าเฝ้าเพียรเรียนมาน่ะหรือ? ก็เก็บเอาไปลงนรกแล้วค่อยไปเขียนบนพื้นทรายเถอะ!”
หลี่เฟยไม่ได้ขยับกายหนี เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อเบาๆ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบพื้นที่รอบตัวอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังประเมินรอยร้าวของกำแพงและทิศทางลม
“พวกท่านรู้ไหมครับว่า... กฎที่สำคัญที่สุดของค่ายกล ไม่ใช่การลงมือหนักหน่วงที่สุด แต่คือการ ‘ขีดเขียนให้ถูกจุด’ บนความวิปลาสของโลกใบนี้”
ทันใดนั้น หลี่เฟยดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงกังวานเบาหวิวคล้ายเสียงสายพิณขาดสะบั้นดังก้องขึ้นในอากาศ แผ่นยันต์สีหม่นที่ถูกแปะไว้บนคานไม้เก่าแก่เหนือหัวพวกมันเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนพลันเรืองแสงสีครามซีดจางออกมาเพียงเสี้ยววินาที
*พรึ่บ!*
ร่างของเหล่านักฆ่าทั้งห้าหยุดชะงักลงราวกับถูกโซ่ตรึงไว้กลางอากาศ อาวุธที่ควรจะจู่โจมกลับค้างคาอยู่เพียงห่างจากลำคอของหลี่เฟยไม่ถึงสามชั่วนิ้ว ชายเหล่านั้นเบิกตากว้าง เส้นเลือดปูดโปนตามใบหน้าแต่กลับไม่มีใครสามารถขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
“นี่มันวิชาอะไรกัน!?” เสียงหัวหน้ากลุ่มเค้นออกมาจากลำคอได้เพียงเท่านี้ พลังปราณของมันถูกสกัดกั้นอย่างสมบูรณ์โดยอักขระที่จารึกไว้ในอากาศรอบตัวมันเอง
หลี่เฟยเดินผ่านหน้าพวกมันไปอย่างช้าๆ เขาหยุดลงที่ตรงหน้าหัวหน้ากลุ่ม แล้วจัดปกเสื้อที่ยับย่นของชายผู้นั้นให้เรียบร้อย “ยันต์สะกดจุดน่ะครับ ท่านอาวุโส ผมไม่ได้ใช้พลังปราณของผมสักหยวนเดียวในการหยุดพวกท่าน แต่ผมใช้ ‘พลังที่พวกท่านพุ่งเข้ามา’ นั่นแหละเป็นตัวล็อกคอตัวเอง ยิ่งท่านดิ้นรน กระแสปราณในร่างก็ยิ่งไหลย้อนเข้าจุดสกัดตัวเองหนักขึ้น... น่าเสียดายที่คนอย่างพวกท่าน มักจะมองไม่เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ตรงหน้าเสมอ”
ไป๋หลินที่เฝ้ามองอยู่จากมุมมืดของตรอก เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เผยความทึ่ง นางมองร่องรอยการเขียนอักขระบนพื้นดินที่ซ่อนตัวกลมกลืนกับคราบสกปรกของตลาดมืดแล้วต้องถอนหายใจ “เจ้าช่างโหดร้ายเสียจริงหลี่เฟย เล่นงานคนโดยไม่ต้องเสียเหงื่อแม้แต่หยดเดียวแบบนี้ ศัตรูคงแค้นใจจนกระอักเลือดตายก่อนจะถูกฆ่าเสียอีก”
“ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบของปัญญาครับไป๋หลิน” หลี่เฟยกล่าวพลางหยิบแผ่นยันต์ชิ้นเล็กๆ ออกจากอกเสื้อ “แต่มันคือเครื่องเตือนใจว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนกุมหมากกระดานนี้”
เขากำลังจะก้าวเดินต่อไป แต่จู่ๆ อักขระที่เขาวางไว้ก็เกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลจากภายนอกพุ่งเข้ามาปะทะกับค่ายกลจนเกิดเสียงระเบิดเบาๆ ในมิติอากาศ หลี่เฟยชะงักกึก สีหน้าที่เคยเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นทันตาเห็น
“หลี่เฟย? เกิดอะไรขึ้น?” ไป๋หลินขยับเข้ามาใกล้ แววตาของนางเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
หลี่เฟยไม่ตอบ เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนหลังคาที่ว่างเปล่า ที่นั่นไม่มีเงาของนักฆ่าคนใด แต่มันกลับมีกลิ่นไอความตายที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของปราณมารที่เขาสาบานว่าจะต้องดับสูญด้วยมือของเขาเอง
“ดูเหมือนว่า ‘ประมุขมารเงา’ จะไม่ได้ส่งแค่หมาล่าเนื้อมาหาเราแล้วล่ะครับ” หลี่เฟยพึมพำขณะใช้นิ้วจิ้มลงไปบนรอยเลือดของหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าที่เริ่มไหลซึมลงสู่พื้นดิน รอยเลือดนั้นไม่ได้เจิ่งนอง แต่กลับค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูป ‘ตราประทับตระกูลมาร’ ขึ้นมาบนพื้น
“เขาไม่ได้ตามล่าเพื่อฆ่าเราทิ้ง... แต่เขากำลัง ‘ทำเครื่องหมาย’ บนร่างของพวกมัน เพื่อใช้พวกมันเป็นจุดเชื่อมต่อสื่อสารผ่านมิติกับเราโดยตรง”
ทันใดนั้น ดวงตาของหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าที่ถูกสะกดอยู่ก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับห้วงเหวไร้ก้นบึ้ง มันค่อยๆ หันคอมาทางหลี่เฟยอย่างฝืนธรรมชาติ เสียงแหบพร่าดุจเสียงคนตายจากขุมนรกดังออกมาจากลำคอของนักฆ่าผู้นั้น
“หลี่เฟย... เจ้าคิดว่าค่ายกลของเจ้าจะกักขังวิญญาณของข้าไว้ได้ตลอดไปงั้นหรือ? ของเล่นชิ้นใหม่ที่ข้ากำลังสร้าง จะทำให้เจ้าได้รู้ว่าความเจ็บปวดที่แท้จริง... มันเริ่มต้นจากตรงนี้”
ร่างของนักฆ่าทั้งห้าระเบิดออกเป็นละอองเลือดสีดำ แต่ละอองสีดำนั้นไม่ได้สลายไป กลับรวมตัวกันกลางอากาศกลายเป็นเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยเล่ม พุ่งเข้าใส่หลี่เฟยและไป๋หลินด้วยความเร็วเหนือเสียง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงก้าวที่สามนี้ ก้าวต่อไปคือการเผชิญหน้ากับเงาที่ไม่มีตัวตน โปรดระวังหลังให้ดี เพราะบางครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุด... คือเงาของตัวเราเองครับ / หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์•ตอนที่ 3
ยันต์แผ่นแรกพลิกชะตา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!