เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์•ตอนที่ 13

การตื่นขึ้นของพลังอักขระ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้าโง่! ถอยออกไป อย่าได้เข้ามาใกล้ข้า!" เสียงของไป๋หลินแหบพร่าราวกับกระดาษทรายกรีดลงบนแก้วหู นางทรุดกายลงคุกเข่าบนยอดเขาหินปูนที่สั่นสะเทือน เลือดสีนิลสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปาก ลมปราณรอบกายของนางปั่นป่วนจนเป็นพายุหมุนขนาดย่อมที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งในรัศมีสามจ้าง หลี่เฟยไม่ฟังคำสั่งนั้น เขาก้าวผ่านม่านพลังที่บิดเบี้ยวด้วยท่าเดินที่มั่นคง ดั่งขุนเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อกระแสธาร แม้ผิวหนังจะถูกไอสังหารบาดจนเป็นรอยเลือดซิบ แต่แววตาของเขายังคงนิ่งสงบดั่งบึงน้ำลึกที่ไม่มีวันก้นบึ้ง "ไป๋หลิน... เจ้าไม่ได้กำลังถูกลมปราณตีกลับ" หลี่เฟยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน "แต่เจ้ากำลังถูก 'โซ่ตรวนแห่งสวรรค์' ที่ฝังอยู่ในชีพจรดึงรั้งเอาไว้ หากข้าไม่ดึงมันออก เจ้าจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้วิญญาณของพวกมัน" "เจ้าจะรู้อะไร... มันไม่ใช่แค่โซ่ตรวน..." ไป๋หลินแค่นยิ้ม มือที่สั่นเทาพยายามยันกายลุกขึ้น แต่กลับล้มพับลงไปอีกครั้ง "พลังที่ข้าแบกรับไว้... มันคือคำสาปที่สืบทอดมาแต่บรรพกาล... หลี่เฟย... หนีไปเถิด ก่อนที่สิ่งที่ข้ากักขังไว้ข้างในจะตื่นขึ้น" หลี่เฟยไม่ตอบ เขาหยุดยืนห่างจากนางเพียงก้าวเดียว ชายเสื้อสะบัดไหวท่ามกลางพายุพลังงานที่บ้าคลั่ง เขาหลับตาลงชั่วขณะ สัมผัสถึงความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างของหญิงสาว มันไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือโครงสร้างอักขระที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุมที่พันธนาการดวงจิต เขาเข้าใจแล้ว... นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นกับดักที่ประมุขมารเงาวางไว้ให้เขาเลือก ระหว่างการรักษาชีวิตของสหาย กับการเฝ้าดูดวงวิญญาณของนางแตกสลาย "หากสวรรค์ไม่เปิดทางให้เจ้า" หลี่เฟยลืมตาขึ้น แววตาคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งชักออกจากฝัก "ข้า... จะเป็นผู้เขียนอักขระใหม่ขึ้นมาเอง" เขายกมือขวาขึ้น นิ้วชี้จรดลงกลางอากาศว่างเปล่า ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะลากผ่านอากาศอย่างแช่มช้อย ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา เส้นแสงสีทองคำเริ่มปรากฏขึ้นตามรอยนิ้วมือ ไม่ใช่การวาดบนกระดาษยันต์ ไม่ใช่การจารึกบนศิลา แต่เป็นการเขียนลงบนความว่างเปล่าของมิติ! *ฟิ้ว... ปัง!* เสียงพลังงานปะทะกันดั่งเสียงสายฟ้าฟาด อักขระ "ทลายพันธนาการ" ค่อยๆ เป็นรูปร่างขึ้นกลางอากาศ เส้นสายของมันส่องสว่างเรืองรองและดุดัน มันหมุนวนรอบตัวไป๋หลินราวกับมังกรทองคำที่กำลังขับไล่ความมืดมิด "เป็นไปไม่ได้... การเขียนอักขระในอากาศ... นี่คือวิชาที่สาบสูญไปนับพันปี!" ไป๋หลินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตะลึง พลังงานสีนิลในร่างของนางเริ่มสั่นคลอน อักขระสีทองของหลี่เฟยแทรกซึมเข้าไปในจุดชีพจรของนางราวกับน้ำที่ไหลลงสู่ร่องหินที่แห้งผาก หลี่เฟยกัดฟันแน่น เหงื่อเม็ดโตผุดพรายบนหน้าผาก การควบคุมอักขระในอากาศต้องใช้สมาธิและพลังวิญญาณมหาศาล เขาไม่ใช่แค่กำลังเขียนยันต์ แต่เขากำลัง 'แก้สมการ' ของกฎเกณฑ์สวรรค์ที่พันธนาการนางไว้ "อย่าได้ต้านทาน... ข้ากำลังเปิดประตูให้เจ้า" หลี่เฟยกล่าวเบาๆ ขณะที่มือยังคงตวัดลากเส้นอักขระที่สอง... ที่สาม... และที่สี่! ยิ่งเขาเขียน อักขระยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มแยกออก ปรากฏให้เห็นวงแหวนค่ายกลโบราณที่ฝังอยู่ลึกใต้ภูเขา มันคือค่ายกลดูดกลืนพลังงานที่ประมุขมารเงาซ่อนไว้! พวกมันไม่ได้แค่ต้องการจับตัวไป๋หลิน แต่พวกมันต้องการเปลี่ยนทั้งภูเขานี้ให้กลายเป็นเตาหลอมมนุษย์! "ช้าไปแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังแทรกเข้ามาจากความมืดข้างหลัง หลี่เฟยชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เขายังคงไม่หยุดมือ เงามืดร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากอากาศธาตุ มันไม่ใช่ประมุขมารเงาตัวจริง แต่เป็นร่างเงาที่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศโดยรอบกลายเป็นน้ำแข็ง ใบหน้าของมันไร้รูปโฉม มีเพียงดวงตาสีเลือดที่จ้องมองมายังหลี่เฟยด้วยความสมเพช "เจ้าอัจฉริยะผู้โง่เขลา เจ้าคิดว่าการตื่นขึ้นของพลังอักขระจะช่วยนางได้งั้นหรือ? การที่เจ้าเขียนอักขระลงบนความว่างเปล่านั่น... แท้จริงแล้วเจ้ากำลังช่วยข้าเปิดประตูมิติที่ข้าเข้าไม่ถึงต่างหาก" หลี่เฟยไม่หันไปมอง เขาบรรจงเขียนอักขระตัวสุดท้ายลงบนหน้าผากของไป๋หลิน แสงทองคำเจิดจ้าขึ้นจนกลบรัศมีสีเลือดของร่างเงานั้นจนสิ้น "ข้ารู้ดีอยู่แล้ว" หลี่เฟยตอบเสียงเรียบ ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ทำให้ศัตรูต้องหยุดชะงัก "การจะจับปลาใหญ่ ต้องยอมทิ้งเบ็ดให้มันกลืนเข้าไปก่อน... เจ้าอยากได้ประตูมิติใช่หรือไม่? งั้นเจ้าก็รับไปเถิด" ทันทีที่เขาสะบัดนิ้วปิดจังหวะสุดท้าย วงแหวนอักขระทองคำไม่ได้ปลดปล่อยพลังงานออกมา แต่มันกลับ 'พลิกกลับ' ด้านในเป็นด้านนอก! ร่างเงาที่กำลังก้าวเข้ามานั้นเบิกตากว้าง ก่อนจะแผดเสียงร้องโหยหวนเมื่อร่างของมันถูกอักขระของหลี่เฟยดูดกลืนเข้าไปในมิติที่ไม่มีทางออก! ไป๋หลินลุกขึ้นยืน ดวงตาของนางกลับมาเป็นปกติ ทว่านางกลับมองไปที่หลี่เฟยด้วยความหวาดหวั่นที่มากกว่าเดิม "เจ้า... เจ้าไม่ได้ทำลายค่ายกลของมัน" นางพึมพำอย่างยากลำบาก "เจ้าดัดแปลงมัน... เพื่อใช้เป็นกับดักสังหารข้ามมิติ!" หลี่เฟยเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างแช่มช้อย เขามองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือด สัญญาณเตือนถึงบางสิ่งที่ใหญ่กว่ากำลังเคลื่อนที่เข้ามา "ไป๋หลิน... เราไม่มีเวลาแล้ว" หลี่เฟยหันไปมองทิศทางที่ประมุขมารเงาอยู่อย่างแท้จริง "เมื่อครู่ที่ข้าเปิดประตูมิติ... ข้าไม่ได้ส่งแค่ร่างเงานั่นกลับไป แต่นั่นคือการ 'ฝังชื่อ' ของข้าลงในกระดานหมากของมัน... ตอนนี้ มันรู้แล้วว่าข้าอยู่ที่ไหน" บนยอดเขาที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เมฆาหมุนวนเป็นเกลียวดิ่งลงมาสู่จุดที่พวกเขาอยู่ ราวกับมีมหาเทพผู้โกรธเกรี้ยวจ้องมองลงมา และที่ใจกลางพายุนั้น... ร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินลงมาจากชั้นฟ้าอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวที่เขาเหยียบลงมา พื้นปฐพีเบื้องล่างก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกนับร้อยวา "หมากกระดานนี้... ท่านเป็นคนเริ่ม" หลี่เฟยยืนเผชิญหน้ากับพายุพลังงานที่โถมเข้าใส่ "แต่คนที่จบเกม... จะต้องเป็นข้า" หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสจากอักขระแห่งโชคชะตาที่กำลังถักทอในบทนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%