"ท่านเดินหมากตานี้ผิดถนัด ท่านไป๋หลิน... ในยามที่ศัตรูรายล้อมด้วยอาวุธลับ การเปิดเผยช่องโหว่คือวิธีที่ดีที่สุดในการล่อแมลงเม่าเข้ากองไฟ"
หลี่เฟยกล่าวเบาๆ ขณะวางหินหยกสีดำสนิทลงบนกระดานไม้ที่วางอยู่บนตัก มืออีกข้างของเขาบรรจงหยิบพู่กันขนสัตว์ป่าแตะหมึกสีชาดที่ผสมเลือดอสูรชั้นต่ำ เขากำลังตวัดลากเส้นอักขระลงบนพื้นใต้โต๊ะไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่กลางตลาดเมืองจิ่วโจวที่พลุกพล่าน เสียงจอแจของผู้คนและกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกคือม่านพรางชั้นดีสำหรับกลิ่นอายพลังปราณที่เขากำลังถ่ายทอดลงสู่พื้นดิน
ไป๋หลินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขยับพัดในมือเบาๆ ดวงตาคมกริบของนางกวาดมองไปรอบตลาดผ่านทางหางตา "เจ้ากำลังจะเปลี่ยนกระดานหมากของตลาดทั้งแห่งให้กลายเป็นค่ายกลสังหาร แต่มันต้องใช้เวลา เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าพวกสุนัขรับใช้ของประมุขมารเงาจะอดทนรอให้เจ้าลากเส้นสุดท้ายเสร็จ"
"พวกมันไม่เคยมีความอดทนอยู่แล้ว เพราะความโอหังคือเครื่องหมายการค้าของตระกูลใหญ่" หลี่เฟยตอบโดยไม่เงยหน้า "ยิ่งเราทำตัวเหมือนเหยื่อที่กำลังลนลาน พวกมันยิ่งจะรุกคืบเข้ามาใกล้โดยไม่ระวังตัว... อีกเพียงสามอักขระ ค่ายกลเปลี่ยนทิศก็จะสมบูรณ์"
ในเสี้ยววินาทีนั้น บรรยากาศรอบข้างที่เคยอึกทึกกลับเงียบงันลงอย่างประหลาด พ่อค้าขายผลไม้ที่อยู่ห่างออกไปสามช่วงตึกหยุดมือที่กำลังหยิบผลท้อลงตะกร้า เข็มที่เล่มหนึ่งแหลมคมดุจเขี้ยวอสรพิษถูกดีดออกจากแขนเสื้อของชายชุดดำที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มฝูงชน เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นจุดตายที่หลังคอของหลี่เฟย
ทว่า ก่อนที่เข็มพิษจะพุ่งถึงตัว หลี่เฟยกลับเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ ครั้งหนึ่ง
*เพล้ง!*
เสียงเหมือนแก้วกระจกแตกกระจายดังก้องในโสตประสาทของเหล่ามือสังหาร ทันใดนั้น เข็มที่ควรจะพุ่งตรงกลับหักเหทิศทางราวกับชนเข้ากับกำแพงอากาศที่มองไม่เห็น มันสะท้อนกลับไปปักเข้าที่กลางหน้าผากของชายชุดดำผู้เป็นคนลั่นไกอย่างแม่นยำ เลือดสีคล้ำทะลักออกจากบาดแผล แต่ร่างนั้นกลับไม่ล้มลงทันที มันกลับยืนแข็งทื่อราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
"ค่ายกลเปลี่ยนทิศไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันตัว" หลี่เฟยขยับยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา "มันมีไว้เพื่อเปลี่ยนทิศทางโชคชะตาของพวกเจ้าให้กลับไปสนองตัวเอง"
กลุ่มนักฆ่าอีกหกคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของร้านค้าพุ่งทะยานออกมาพร้อมอาวุธครบมือ พลังปราณสีม่วงเข้มของตระกูลมารแผ่ขยายปกคลุมตลาดจนชาวบ้านแตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน ทว่าหลี่เฟยยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง เขาเพียงแค่ตวัดพู่กันเป็นครั้งสุดท้าย อักขระสีชาดบนพื้นดินพลันส่องสว่างวาบเป็นวงแหวนสีทองล้อมรอบโต๊ะตัวเล็กของเขา
"ท่านไป๋หลิน หลบหลังข้า"
สิ้นคำสั่ง ทันทีที่มือสังหารคนแรกก้าวเข้ามาในรัศมีวงแหวน ร่างของมันก็บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ แรงกดดันมหาศาลจากค่ายกลกดทับจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ พวกมันไม่ได้ถูกสังหารด้วยคมดาบ แต่ถูกแรงบีบอัดจากมิติที่บิดเบือน พลังปราณที่พวกมันปล่อยออกมาถูก 'เปลี่ยนทิศ' ให้กลายเป็นดาบสะท้อนกลับเข้าทำลายอวัยวะภายในของตัวเอง
เสียงกรีดร้องสลับกับเสียงอวัยวะถูกบดขยี้ดังประสานกันเป็นท่วงทำนองแห่งความตาย หลี่เฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นบนแขนเสื้อราวกับเพิ่งเสร็จสิ้นจากการจิบน้ำชา เขาเดินผ่านร่างที่แน่นิ่งของมือสังหารด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสาร ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่ง มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
"คนของประมุขมารเงาเริ่มลดจำนวนลงแล้ว แต่นี่เป็นเพียงแค่การส่งสัญญาณ" หลี่เฟยกล่าวพลางมองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือด "พวกมันไม่ได้ส่งมาเพื่อฆ่าข้า... พวกมันส่งมาเพื่อเช็คว่า 'ตราประทับแห่งเทพ' ที่ข้าครอบครองอยู่ ถูกเปิดใช้งานแล้วหรือยัง"
ไป๋หลินเดินมาเคียงข้าง สายตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล "หากพวกมันรู้แล้วว่าเจ้าเริ่มใช้อักขระโบราณ... เจ้าจะกลายเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดในใต้หล้า แม้แต่สำนักเซียนที่เคยเป็นพันธมิตรก็อาจจะหันคมดาบมาหาเจ้า"
หลี่เฟยไม่ตอบ เขาหยิบหินหยกที่ใช้บนกระดานขึ้นมาดู มันไม่ได้เป็นเพียงหินหยกธรรมดา แต่ภายในมีไอสังหารของประมุขมารเงาที่เขาดูดซับมาจากการปะทะเมื่อครู่สถิตอยู่ เขาบีบหินหยกนั้นจนแตกละเอียดกลายเป็นผง
ทันใดนั้น เงาสีดำสนิทก็ทาบทับลงบนร่างของทั้งสองจากเบื้องบน ลมพายุหมุนวนขึ้นกลางตลาดอย่างไร้ที่มา พร้อมกับเสียงหัวเราะที่แหบพร่าดุจเสียงกระดูกเสียดสีกันดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งเมือง
"ข้าไม่นึกเลยว่าบุตรชายที่ข้าทิ้งไว้ในกองเพลิง จะกลายเป็นแมลงที่ดื้อรั้นขนาดนี้... หลี่เฟย"
ประมุขมารเงาไม่ได้ปรากฏกาย แต่ไอสังหารที่รุนแรงจนแผ่นดินแตกแยกทำให้ทุกคนที่เหลืออยู่ในตลาดต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองความว่างเปล่าเบื้องบน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบราวกับดวงตาสัตว์เทพในตำนาน
เขาไม่ได้หวาดกลัว กลับกัน เขากลับส่งยิ้มที่ทำให้ผู้ที่เห็นต้องหนาวสั่นไปถึงกระดูกดำ "ท่านพ่อ... ท่านมาสายไปหนึ่งก้าว ค่ายกลเปลี่ยนทิศนี้ไม่ได้ดักแค่พวกสุนัขรับใช้ แต่ข้าสร้างมันไว้เพื่อ 'ต้อน' วิญญาณของท่านลงสู่ขุมนรกที่ท่านสร้างขึ้นเองต่างหาก"
สิ้นเสียงของหลี่เฟย พื้นดินทั่วทั้งตลาดก็ทรุดตัวลงเป็นหลุมลึกขนาดมหึมา ลวดลายอักขระที่ส่องสว่างเริ่มเปลี่ยนสีจากทองเป็นดำสนิท และจากก้นบึ้งของหลุมนั้น มือที่ทำจากหมอกสีดำมืดทมิฬนับร้อยนับพันข้างพลันพุ่งขึ้นมาคว้าจับข้อเท้าของทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้น!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของยอดอักขระร่วมกับผมนะครับ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เช่นกันครับ
เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์•ตอนที่ 8
ค่ายกลเปลี่ยนทิศ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!