"เจ้ากำลังมองหาศัตรู หรือกำลังมองหาหลุมศพของตัวเองกันแน่ ไป๋หลิน?"
หลี่เฟยเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองข้างหลัง นิ้วเรียวยาวของเขาเกลี่ยผ่านหยดน้ำค้างบนราวสะพานหินมุ่งหน้าสู่ประตูเมืองหลวง มวลอากาศรอบตัวเขานิ่งสงัดผิดกับความวุ่นวายของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ทยอยเดินทางเข้าสู่ใจกลางจักรวรรดิเพื่อรอวันเปิดสุสานบรรพกาล
ไป๋หลินที่ยืนอยู่ห่างออกไปหนึ่งช่วงตัวกระชับผ้าคลุมไหล่สีซีดจาง สายตาของนางไม่ได้มองไปยังทหารยามที่สวมชุดเกราะอาคมหนาหนัก แต่มองไปยังเงาดำที่ทอดผ่านพื้นอิฐมวลเบา ซึ่งมันเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติราวกับมีชีวิต
"ข้าเห็นป้ายประกาศของสำนักเมฆาจันทร์ที่หน้าประตูเมืองแล้ว พวกมันประกาศจับมือกระบี่นิรนามที่บุกทำลายค่ายกลกักวิญญาณเมื่อสามวันก่อน" นางตอบเสียงเรียบ แต่กระแสลมที่หอบเอาไอสังหารจากกลุ่มผู้คุ้มกันเมืองมาปะทะตัวนาง ทำให้หลี่เฟยสัมผัสได้ว่านางกำลังสั่นสะท้าน "พวกเขาตั้งค่าหัวเจ้าสูงพอที่จะซื้อหัวเมืองเล็กๆ ได้ทั้งเมืองเชียวนะ หลี่เฟย"
หลี่เฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่มั่นคงและเงียบเชียบดั่งแมวป่า "ค่าหัวน่ะเป็นเรื่องของคนไร้ค่า ส่วนการเอาชีวิตรอด... คือเรื่องของคนที่มีหัวคิด ประมุขมารเงาไม่ได้ส่งแค่พวกโง่เขลามาหรอก แต่มันกำลังเปลี่ยนเมืองหลวงให้กลายเป็นกระดานหมากขนาดยักษ์ เพื่อล่อให้ข้าเดินลงไปในกับดักที่เขาวางไว้"
ทั้งสองก้าวเข้าสู่เขตกำแพงเมือง เมืองหลวงแห่งนี้แตกต่างจากที่ใดที่เขาเคยไป กลิ่นอายของปราณบริสุทธิ์ถูกกลบเกลื่อนด้วยกลิ่นคาวเลือดที่จางจางและไอกลิ่นของน้ำมันอักขระที่รุนแรง ประชาชนที่เดินขวักไขว่ล้วนแต่เป็นผู้มีวรยุทธ์ ทว่าในดวงตาของพวกเขาแต่ละคนกลับมีความว่างเปล่าดั่งถูกดูดกลืนจิตวิญญาณไปจนเกือบหมดสิ้น
หลี่เฟยหยุดเดินกะทันหัน เขาหยิบเหรียญทองแดงเก่าๆ ขึ้นมาโยนในอากาศ ก่อนจะตบมันลงบนฝ่ามือแล้วซ่อนไว้ในแขนเสื้อ
"เราจะไม่เข้าไปทางประตูหน้า" เขาตัดสินใจพลางหันไปทางตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกองขยะอาคม "ไป๋หลิน เจ้าจำที่ข้าเคยบอกได้ไหม? ในกระดานหมากที่สลับซับซ้อนที่สุด ทางเดินที่ดูเหมือนทางตัน แท้จริงแล้วคือช่องว่างที่ผู้เล่นมองข้าม"
พวกเขาเร้นกายเข้าสู่ความมืดมิดของตรอก หลี่เฟยหยิบพู่กันขนสัตว์ป่าออกมาจากอกเสื้อ เขาไม่ใช้กระดาษยันต์ แต่เขาวาดอักขระลงบนอากาศเบื้องหน้า พื้นที่ว่างเปล่าสั่นไหวและแยกออกเป็นรูโหว่ขนาดเล็กที่มองเห็นทะลุไปยังหลังคาจวนของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ติดกับเขตพระราชฐาน
"เจ้ากำลังจะทำลายค่ายกลป้องกันเมืองงั้นหรือ?" ไป๋หลินกระซิบ น้ำเสียงของนางปนความประหลาดใจ
"ข้าจะไม่ทำลายมัน" หลี่เฟยกล่าวขณะที่ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยร่องรอยของพลังที่เหนือกว่า 'ข้าแค่จะยืมพลังของมันมาใช้เป็นเกราะพรางตาให้เราต่างหาก'
ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วงประหลาดก็วาบผ่านเหนือท้องฟ้าเมืองหลวง เสียงระฆังเตือนภัยดังก้องไปทั่วทิศทาง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของเหล่าองครักษ์มารที่เคลื่อนพลเข้าปิดล้อมตรอกที่พวกเขากำลังยืนอยู่ หลี่เฟยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จ้องมองลงมาจากยอดหอคอยสูงเสียดฟ้า
นั่นไม่ใช่พลังของทหารทั่วไป แต่มันคือพลังจิตที่เข้มข้นจนแทบจะบดขยี้ประสาทสัมผัสของผู้ที่อ่อนแอ
"มันรู้ตัวแล้ว..." ไป๋หลินหน้าซีดเผือด
หลี่เฟยหันกลับมามองนาง แววตาของเขาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี เขาวางมือลงบนไหล่ของนางเบาๆ เพื่อถ่ายทอดปราณรักษาความสงบ "จำไว้ว่า การเผชิญหน้าไม่ใช่การปะทะด้วยกำลัง แต่คือการบังคับให้คู่ต่อสู้เดินหมากตามที่เราขีดเส้นไว้"
เขาหยิบหมากสีดำขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วดีดมันขึ้นไปบนฟ้า หมากตัวนั้นแตกตัวออกเป็นอักขระค่ายกลนับพันตัว ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศราวกับฝูงผีเสื้อที่กำลังร่ายระบำ ทันใดนั้น ร่างของพวกเขาทั้งสองก็เลือนหายไปจากสายตาของผู้ที่กำลังรุดหน้าเข้ามา ทิ้งไว้เพียงอากาศที่ว่างเปล่าและเศษเหรียญที่ตกพื้น
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวพ้นจากเขตกำแพงชั้นใน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นขวางหน้าพวกเขาไว้
"เจ้าเดินหมากได้ฉลาดนัก... แต่ลืมไปหรือเปล่าว่า ในหมากกระดานนี้ เจ้าไม่ใช่ผู้เล่นคนเดียว"
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด มันเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับมีอักขระสีเลือดหมุนวนอยู่ภายใน หลี่เฟยหยุดชะงัก ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุ้นเคย... กลิ่นอายของคนที่ทำลายตระกูลของเขาในวันนั้น
ชายผู้นั้นขยับยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะชี้ปลายนิ้วมาที่หลี่เฟย "ยินดีต้อนรับสู่เมืองหลวง เจ้าหนู... ข้าเฝ้ารอวันที่ 'เบี้ย' ตัวสุดท้ายจะเดินกลับมาติดกับด้วยตัวเองมานานมากแล้ว"
กระบี่ของหลี่เฟยสั่นไหวในฝักดั่งรับรู้ถึงอันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และเมื่อเขาเหลือบมองไปยังมือของชายผู้นั้น เขาต้องเบิกตากว้าง... ในมือของมันคือพัดโบราณที่สลักชื่อตระกูลของเขา ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องหมายเชิดชูชัยชนะของประมุขมารเงามาตลอดหลายปี
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวที่ห้านี้ เพราะหมากตานี้อาจหมายถึงชีวิตของตัวเอกเราแล้วนะครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์•ตอนที่ 5
เปิดประตูสู่โลกบำเพ็ญเพียร
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกฟ้า: หมากกระดานพิฆาตสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!