"ฝีมือแค่นี้คิดจะมายืนบนเวทีเดียวกับพวกเรางั้นเหรอครับน้องเพลง? ระวังสายกีตาร์จะขาดบาดมือเอาเสียก่อนนะ ถ้าเล่นแล้วทำพังกันหมดทั้งวงแบบนี้"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันของ 'ตะวัน' มือกีตาร์ตัวเต็งจากต่างคณะยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเพลง แม้มันจะผ่านไปร่วมสิบนาทีแล้วก็ตาม เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปของกลุ่มคู่แข่งทิ้งไว้เพียงความเงียบงันในห้องซ้อมดนตรีที่ดูจะกว้างขึ้นถนัดตาสำหรับเด็กสาวปีหนึ่งที่กำลังยืนกอดกีตาร์โปร่งคู่ใจแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
เพลงหลุบตาลงมองปลายนิ้วที่ด้านจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง คำพูดพวกนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยิน แต่ความกดดันที่ถาโถมเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการแข่งขัน 'Music Varsity Cup' กลับทำให้ความมั่นใจที่สั่งสมมาพังทลายลงเหมือนปราสาททรายที่โดนคลื่นซัด
"ไม่ได้เรื่อง... เราไม่ได้เรื่องจริงๆ สินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาหวิวราวกับจะปลิวหายไปกับอากาศ
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า วางกีตาร์ลงข้างกายอย่างหมดแรง หยดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านไรผมไม่ใช่เพราะความร้อนในห้องซ้อม แต่มันคือความกลัวที่เกาะกินใจ กีตาร์ตัวเดิมที่เคยให้ความสุข กลับกลายเป็นภาระหนักอึ้งที่เธอกลัวว่าจะสร้างความผิดพลาดให้วง
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องซ้อมเปิดออกจังหวะหนักแน่น คีย์เดินเข้ามาพร้อมแผ่นโน้ตเพลงในมือ ใบหน้าคมคายยังคงนิ่งเรียบตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้เจ้าระเบียบ ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบมองท่าทางที่ผิดปกติของเพลงตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา
"ซ้อมเพลงโซโล่ท่อนนั้นใหม่หรือยังครับ?" คีย์ถามขึ้นขณะวางโน้ตเพลงลงบนคีย์บอร์ดไฟฟ้า เขาไม่ได้เงยหน้ามอง แต่เขารู้ว่าเพลงไม่ได้ตอบ
คีย์หยุดนิ้วที่กำลังจะกดคีย์ตัวแรก เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ "ผมถามว่าซ้อมหรือยังครับ เพลง"
"ฉัน..." เพลงสูดหายใจลึก พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น "คีย์คะ... ไม่ใช่สิ คีย์ครับ ถ้าเกิดว่าฉันเล่นพลาดบนเวทีขึ้นมาจริงๆ คนทั้งคณะจะว่าอย่างไร? ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงของทุกคน"
คีย์ขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้จนเพลงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความจริงจังที่คาดไม่ถึง
"ใครเป็นคนบอกคุณว่าคุณเป็นตัวถ่วง?" คีย์ถาม เสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกลับทรงพลังจนเพลงต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
"ก็... คนเขาพูดกันเยอะแยะ"
"คนเขา หรือแค่ตะวัน?" คีย์สวนกลับทันควัน เพลงสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาของเธอไหววูบเหมือนคนทำความลับแตก "ถ้าคุณยอมรับคำสบประมาทของคนที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับความพยายามของคุณมาเป็นตัวกำหนดมาตรฐานตัวเอง วันนั้นก็คือวันที่คุณแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นเวทีครับ"
คีย์เดินไปหยิบกีตาร์ของเพลงขึ้นมา แล้วยื่นส่งให้เธอ "หยิบขึ้นมาครับ แล้วเล่นให้ผมดูอีกรอบ"
"แต่ฉันกลัว..."
"ความกลัวคือส่วนประกอบของดนตรีที่ดีครับเพลง มันคือความตื่นเต้นที่ทำให้เรามีชีวิต แต่ความกลัวที่ทำให้คุณหยุดเดิน คือความผิดพลาดที่คุณไม่มีสิทธิ์ทำ" คีย์พูดพลางนั่งลงข้างๆ เขาเริ่มกดคีย์บอร์ดคลอเป็นจังหวะที่มั่นคงและหนักแน่น "เริ่มครับ... ไม่ต้องมองคนอื่น มองแค่สายกีตาร์และใจของตัวเอง"
เพลงก้มมองกีตาร์ในมือ เสียงดนตรีที่คีย์กำลังบรรเลงมันโอบอุ้มความรู้สึกของเธอไว้ จังหวะที่เขาปูทางให้มันราวกับจะบอกว่า 'ไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่' เธอกลั้นหายใจ นิ้วเรียวเริ่มขยับไปตามคอร์ดที่คุ้นเคย แต่อารมณ์ในใจกลับยังคงสับสน
ทว่าเมื่อเสียงกีตาร์เริ่มเปล่งประกายออกมาในจังหวะที่สอง ความมั่นใจที่เคยหายไปก็เริ่มกลับคืนมาทีละน้อย เพลงเริ่มหลับตาลง ดื่มด่ำไปกับท่วงทำนอง เธอไม่ได้เล่นเพื่อเอาชนะตะวัน เธอเล่นเพื่อพิสูจน์ว่าหัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะเดียวกับดนตรี
เสียงดนตรีประสานกันอย่างลงตัวในห้องซ้อมที่เงียบสงัด คีย์มองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น เขารู้ดีว่าเพลงมีความสามารถแค่ไหน และเขาก็ตั้งใจจะผลักดันเธอให้ถึงจุดที่เธอจะภาคภูมิใจในตัวเอง
เมื่อท่อนสุดท้ายจบลง ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่กดดันเหมือนก่อนหน้า มันเป็นความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
"เห็นไหมครับ?" คีย์เอ่ยทำลายความเงียบ "นั่นคือเสียงของคุณ ไม่ใช่เสียงของคนที่คุณไปรับคำวิจารณ์ไร้ค่าพวกนั้นมา"
เพลงพยักหน้า หอบหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งอก เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าความกดดันที่เธอแบกรับมาตลอดหลายวันนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาเอง
"ขอบคุณนะคีย์... ที่เตือนสติฉัน" เพลงยิ้มออกมาได้ในที่สุด เป็นยิ้มที่สดใสเหมือนวันแรกที่พวกเขาเริ่มตั้งวงกัน
คีย์มองรอยยิ้มนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปที่คีย์บอร์ด "อย่าดีใจเร็วไปครับ การแข่งขันจริงมันยากกว่านี้อีก และผมมั่นใจว่าฝ่ายนั้นคงไม่ยอมให้เราผ่านไปง่ายๆ แน่"
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเพลงด้วยแววตาที่จริงจังกว่าเดิม
"มีเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกคุณเกี่ยวกับการแข่งขันรอบคัดเลือกวันพรุ่งนี้..." คีย์เว้นจังหวะ เสียงเขาทุ้มต่ำและดูมีเงื่อนงำจนเพลงเริ่มใจคอไม่ดี "คณะกรรมการปีนี้ตัดสินใจเปลี่ยนกติกาการแสดงสดกะทันหัน ซึ่งคนที่รู้เรื่องนี้ก่อนใครเพื่อน..."
คีย์ก้มมองนาฬิกาข้อมือ "คือคนที่จะขึ้นเวทีต่อจากเรา... และคนคนนั้นก็คือตะวัน"
ประตูห้องซ้อมถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อนในชมรม แต่เป็นร่างสูงโปร่งของตะวันที่ยืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มเหยียดที่มุมปาก ในมือเขามีแผ่นพับกติกาใหม่ที่เพิ่งถูกประกาศออกมาเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง
"ไงครับคู่แข่ง" ตะวันก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม "หวังว่าพวกคุณคงจะไม่ได้วางแผนซ้อม 'เพลงเดิม' ที่เขาเพิ่งยกเลิกการอนุญาตให้เล่นบนเวทีไปแล้วนะครับ?"
ความเงียบที่น่ากลัวเข้าปกคลุมห้องซ้อมอีกครั้ง เพลงเบิกตากว้าง หันไปมองคีย์ด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์ยังคงนั่งนิ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบและเย็นชาจนน่าขนลุก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองแห่งหัวใจในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 12
ความกดดันที่ถาโถม
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!