ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 12

ความกดดันที่ถาโถม

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ฝีมือแค่นี้คิดจะมายืนบนเวทีเดียวกับพวกเรางั้นเหรอครับน้องเพลง? ระวังสายกีตาร์จะขาดบาดมือเอาเสียก่อนนะ ถ้าเล่นแล้วทำพังกันหมดทั้งวงแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันของ 'ตะวัน' มือกีตาร์ตัวเต็งจากต่างคณะยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเพลง แม้มันจะผ่านไปร่วมสิบนาทีแล้วก็ตาม เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปของกลุ่มคู่แข่งทิ้งไว้เพียงความเงียบงันในห้องซ้อมดนตรีที่ดูจะกว้างขึ้นถนัดตาสำหรับเด็กสาวปีหนึ่งที่กำลังยืนกอดกีตาร์โปร่งคู่ใจแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เพลงหลุบตาลงมองปลายนิ้วที่ด้านจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง คำพูดพวกนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยิน แต่ความกดดันที่ถาโถมเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการแข่งขัน 'Music Varsity Cup' กลับทำให้ความมั่นใจที่สั่งสมมาพังทลายลงเหมือนปราสาททรายที่โดนคลื่นซัด "ไม่ได้เรื่อง... เราไม่ได้เรื่องจริงๆ สินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเบาหวิวราวกับจะปลิวหายไปกับอากาศ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า วางกีตาร์ลงข้างกายอย่างหมดแรง หยดเหงื่อที่ไหลซึมผ่านไรผมไม่ใช่เพราะความร้อนในห้องซ้อม แต่มันคือความกลัวที่เกาะกินใจ กีตาร์ตัวเดิมที่เคยให้ความสุข กลับกลายเป็นภาระหนักอึ้งที่เธอกลัวว่าจะสร้างความผิดพลาดให้วง ทันใดนั้น เสียงประตูห้องซ้อมเปิดออกจังหวะหนักแน่น คีย์เดินเข้ามาพร้อมแผ่นโน้ตเพลงในมือ ใบหน้าคมคายยังคงนิ่งเรียบตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้เจ้าระเบียบ ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบมองท่าทางที่ผิดปกติของเพลงตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามา "ซ้อมเพลงโซโล่ท่อนนั้นใหม่หรือยังครับ?" คีย์ถามขึ้นขณะวางโน้ตเพลงลงบนคีย์บอร์ดไฟฟ้า เขาไม่ได้เงยหน้ามอง แต่เขารู้ว่าเพลงไม่ได้ตอบ คีย์หยุดนิ้วที่กำลังจะกดคีย์ตัวแรก เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ "ผมถามว่าซ้อมหรือยังครับ เพลง" "ฉัน..." เพลงสูดหายใจลึก พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น "คีย์คะ... ไม่ใช่สิ คีย์ครับ ถ้าเกิดว่าฉันเล่นพลาดบนเวทีขึ้นมาจริงๆ คนทั้งคณะจะว่าอย่างไร? ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงของทุกคน" คีย์ขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้จนเพลงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากความโกรธ แต่มาจากความจริงจังที่คาดไม่ถึง "ใครเป็นคนบอกคุณว่าคุณเป็นตัวถ่วง?" คีย์ถาม เสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกลับทรงพลังจนเพลงต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ก็... คนเขาพูดกันเยอะแยะ" "คนเขา หรือแค่ตะวัน?" คีย์สวนกลับทันควัน เพลงสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาของเธอไหววูบเหมือนคนทำความลับแตก "ถ้าคุณยอมรับคำสบประมาทของคนที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับความพยายามของคุณมาเป็นตัวกำหนดมาตรฐานตัวเอง วันนั้นก็คือวันที่คุณแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นเวทีครับ" คีย์เดินไปหยิบกีตาร์ของเพลงขึ้นมา แล้วยื่นส่งให้เธอ "หยิบขึ้นมาครับ แล้วเล่นให้ผมดูอีกรอบ" "แต่ฉันกลัว..." "ความกลัวคือส่วนประกอบของดนตรีที่ดีครับเพลง มันคือความตื่นเต้นที่ทำให้เรามีชีวิต แต่ความกลัวที่ทำให้คุณหยุดเดิน คือความผิดพลาดที่คุณไม่มีสิทธิ์ทำ" คีย์พูดพลางนั่งลงข้างๆ เขาเริ่มกดคีย์บอร์ดคลอเป็นจังหวะที่มั่นคงและหนักแน่น "เริ่มครับ... ไม่ต้องมองคนอื่น มองแค่สายกีตาร์และใจของตัวเอง" เพลงก้มมองกีตาร์ในมือ เสียงดนตรีที่คีย์กำลังบรรเลงมันโอบอุ้มความรู้สึกของเธอไว้ จังหวะที่เขาปูทางให้มันราวกับจะบอกว่า 'ไม่ต้องกลัว ผมอยู่นี่' เธอกลั้นหายใจ นิ้วเรียวเริ่มขยับไปตามคอร์ดที่คุ้นเคย แต่อารมณ์ในใจกลับยังคงสับสน ทว่าเมื่อเสียงกีตาร์เริ่มเปล่งประกายออกมาในจังหวะที่สอง ความมั่นใจที่เคยหายไปก็เริ่มกลับคืนมาทีละน้อย เพลงเริ่มหลับตาลง ดื่มด่ำไปกับท่วงทำนอง เธอไม่ได้เล่นเพื่อเอาชนะตะวัน เธอเล่นเพื่อพิสูจน์ว่าหัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะเดียวกับดนตรี เสียงดนตรีประสานกันอย่างลงตัวในห้องซ้อมที่เงียบสงัด คีย์มองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น เขารู้ดีว่าเพลงมีความสามารถแค่ไหน และเขาก็ตั้งใจจะผลักดันเธอให้ถึงจุดที่เธอจะภาคภูมิใจในตัวเอง เมื่อท่อนสุดท้ายจบลง ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่กดดันเหมือนก่อนหน้า มันเป็นความเงียบที่เปี่ยมไปด้วยพลัง "เห็นไหมครับ?" คีย์เอ่ยทำลายความเงียบ "นั่นคือเสียงของคุณ ไม่ใช่เสียงของคนที่คุณไปรับคำวิจารณ์ไร้ค่าพวกนั้นมา" เพลงพยักหน้า หอบหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งอก เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าความกดดันที่เธอแบกรับมาตลอดหลายวันนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาเอง "ขอบคุณนะคีย์... ที่เตือนสติฉัน" เพลงยิ้มออกมาได้ในที่สุด เป็นยิ้มที่สดใสเหมือนวันแรกที่พวกเขาเริ่มตั้งวงกัน คีย์มองรอยยิ้มนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปที่คีย์บอร์ด "อย่าดีใจเร็วไปครับ การแข่งขันจริงมันยากกว่านี้อีก และผมมั่นใจว่าฝ่ายนั้นคงไม่ยอมให้เราผ่านไปง่ายๆ แน่" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเพลงด้วยแววตาที่จริงจังกว่าเดิม "มีเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกคุณเกี่ยวกับการแข่งขันรอบคัดเลือกวันพรุ่งนี้..." คีย์เว้นจังหวะ เสียงเขาทุ้มต่ำและดูมีเงื่อนงำจนเพลงเริ่มใจคอไม่ดี "คณะกรรมการปีนี้ตัดสินใจเปลี่ยนกติกาการแสดงสดกะทันหัน ซึ่งคนที่รู้เรื่องนี้ก่อนใครเพื่อน..." คีย์ก้มมองนาฬิกาข้อมือ "คือคนที่จะขึ้นเวทีต่อจากเรา... และคนคนนั้นก็คือตะวัน" ประตูห้องซ้อมถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อนในชมรม แต่เป็นร่างสูงโปร่งของตะวันที่ยืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มเหยียดที่มุมปาก ในมือเขามีแผ่นพับกติกาใหม่ที่เพิ่งถูกประกาศออกมาเมื่อไม่กี่นาทีนี้เอง "ไงครับคู่แข่ง" ตะวันก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม "หวังว่าพวกคุณคงจะไม่ได้วางแผนซ้อม 'เพลงเดิม' ที่เขาเพิ่งยกเลิกการอนุญาตให้เล่นบนเวทีไปแล้วนะครับ?" ความเงียบที่น่ากลัวเข้าปกคลุมห้องซ้อมอีกครั้ง เพลงเบิกตากว้าง หันไปมองคีย์ด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์ยังคงนั่งนิ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบและเย็นชาจนน่าขนลุก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองแห่งหัวใจในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%