ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 11

คู่แข่งตัวฉกาจ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ถ้าคิดจะขึ้นเวทีใหญ่ด้วยฝีมือแค่นี้ ก็อย่าให้ถึงขั้นต้องทำให้ดนตรีของคณะเราเสื่อมเสียเลยครับ น้องๆ” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังก้องไปทั่วห้องซ้อมดนตรีชั้นใต้ดิน กลิ่นอับของพรมเก่าๆ ผสมกับกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นสายกีตาร์ดูจะจางหายไปทันทีเมื่อชายหนุ่มร่างสูงโปร่งห้าคนในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาแทนที่ รุ่นพี่ปี 4 กลุ่ม ‘Echoes’ ตำนานแห่งชมรมดนตรีที่ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์แบบระดับไร้ที่ติหยุดยืนอยู่กลางห้อง เพลงกำกีตาร์ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเพิ่งจะก้าวผ่านความประหม่าในการเล่นโซโล่ท่อนสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ความภูมิใจที่เพิ่งก่อตัวกลับถูกบดขยี้ด้วยประโยคเพียงประโยคเดียวจาก ‘พี่ธันย์’ มือกีตาร์อัจฉริยะที่ใครต่อใครต่างก็เกรงขาม “พวกเราซ้อมกันมาหนักมากนะครับพี่ธันย์” คีย์วางมือลงบนคีย์บอร์ดช้าๆ สบสายตาคนตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบผิดกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว “แล้วที่นี่ก็ไม่ใช่เวทีใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ซ้อมของน้องๆ ครับ” “พื้นที่ซ้อม?” ธันย์แค่นยิ้ม มุมปากกระตุกเป็นจังหวะที่ดูน่ารำคาญใจ “พื้นที่ซ้อมคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ ถ้าพื้นฐานยังห่วยแตก บนเวทีใหญ่ก็เป็นได้แค่ตัวตลก” บรรยากาศในห้องซ้อมตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ ก๊วนเพื่อนในชมรมที่เคยเฮฮาต่างพากันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว เพลงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนหน้าผา สายตาของทุกคนในห้องพุ่งเป้ามาที่เธอ ราวกับรอคอยว่ามือกีตาร์มือใหม่คนนี้จะพังทลายลงหรือจะลุกขึ้นสู้ “ถ้าพี่คิดว่าพวกเราเล่นแย่ขนาดนั้น...” เพลงก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ลมหายใจเข้าลึกพยายามควบคุมอาการสั่นของมือ “งั้นพี่ลองเล่นให้พวกเราดูหน่อยไหมครับ ในฐานะรุ่นพี่ที่เก่งที่สุด...” คีย์หันมามองเพลงด้วยสายตาตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เขาประเมินความกล้าของหญิงสาวตรงหน้าต่ำไปจริงๆ ธันย์หัวเราะลั่นห้อง เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชา “เอาสิ ถ้าพวกเธอต้องการบทเรียนราคาแพง พี่ก็จะจัดให้” ธันย์รับกีตาร์ไฟฟ้าตัวโปรดจากรุ่นน้องร่วมวงมาถือไว้ เขาไม่ได้ต่อเข้ากับตู้แอมป์ แต่เขาเริ่มดีดสายด้วยเทคนิค 'Fingerstyle' ที่ซับซ้อน ความเร็วของนิ้วมือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสายกีตาร์ เสียงดนตรีที่ถ่ายทอดออกมานั้นคมกริบ ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่กดดันคนฟังจนหายใจไม่ออก นี่ไม่ใช่แค่การเล่นดนตรี แต่มันคือการประกาศศักดา เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายจางหายไป ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องอีกครั้ง ธันย์วางกีตาร์ลงกับขาตั้งอย่างใจเย็น “อาทิตย์หน้า...” ธันย์เอ่ยขึ้นโดยไม่มองหน้าใคร “จะมีงานเทศกาลดนตรีประจำคณะ ถ้าวงของพวกเธอรวมถึงวงของพี่ผ่านการคัดเลือก เราจะได้รู้กันว่า... ใครควรเป็นคนครอบครองตำแหน่งดนตรีนำขบวนพาเหรดของมหาลัย” คีย์เดินเข้าไปหาธันย์ในระยะประชิด สายตาของทั้งคู่ปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร “ผมรับคำท้าครับ แต่มีข้อแม้หนึ่งอย่าง” “ว่ามา” ธันย์เลิกคิ้ว “ถ้าพวกเราชนะ... พี่ต้องเลิกดูถูกการทำงานหนักของคนอื่น และถ้าพี่แพ้... พี่ต้องมาเป็นที่ปรึกษาให้วงของพวกเราตลอดทั้งเทอม” ธันย์มองคีย์สลับกับเพลงด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความเหยียดหยามลดลง กลายเป็นความท้าทายที่จุดไฟในแววตา “น่าสนใจ... หวังว่าน้องมือกีตาร์คนนี้จะไม่ร้องไห้วิ่งหนีไปก่อนซ้อมจบน่ะ” หลังจากที่กลุ่มรุ่นพี่เดินจากไป ห้องซ้อมก็กลับมาสู่ความเงียบงันที่หนักอึ้ง เพลงทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้เปียโนข้างๆ คีย์ มือของเธอยังคงสั่นไม่หยุด ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น “ฉันทำอะไรลงไป...” เพลงพึมพำ “ฉันเล่นไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกคีย์ นายก็เห็น... สกิลของพี่เขา... มันคนละชั้นกับฉันเลย” คีย์เอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นเทาของหญิงสาวไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้น้ำตาที่คลอเบ้าของเพลงไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เธอไม่ได้สู้ด้วยฝีมือของพี่เขา แต่เธอสู้ด้วยจิตวิญญาณของเธอเองนะเพลง” “แต่นั่นมันพี่ธันย์นะครับ คีย์... เขาคือมือหนึ่งของคณะ” “และเธอก็คือมือกีตาร์ที่ฉันเลือกเองกับมือ” คีย์จ้องลึกเข้าไปในตาเธอ “จำวันที่เราเริ่มเล่นด้วยกันได้ไหม? วันที่เสียงกีตาร์ของเธอไม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เป็นเสียงที่ทำให้คนฟังยิ้มได้... นั่นแหละคือสิ่งที่พี่ธันย์ไม่มี” ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่กับความกังวล ประตูห้องซ้อมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดย ‘พี่จิน’ หัวหน้าชมรมดนตรีที่ใบหน้าดูซีดเผือด “พวกเธอ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” จินหอบหายใจรัว “รายชื่อวงที่จะได้ขึ้นแสดงในงานเทศกาลดนตรีถูกประกาศออกมาแล้ว และคนที่คัดเลือกคือคณะกรรมการชุดใหม่ที่มาจากข้างนอก... พวกเขาตัดชื่อพวกเราออกจากการคัดเลือกด่านแรกไปแล้วนะ!” เพลงและคีย์หันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ข่าวร้ายที่ถาโถมเข้ามาไม่เพียงแต่จะทำลายโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเอง แต่เหมือนมีใครบางคนจงใจสกัดกั้นเส้นทางของพวกเขาตั้งแต่ยังไม่เริ่ม คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรายชื่อวงที่ผ่านเข้ารอบ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างเมื่อเห็นชื่อวงสุดท้ายที่ผ่านการคัดเลือก... มันไม่ใช่ชื่อวงของพี่ธันย์ แต่มันคือชื่อวงปริศนาที่ไม่เคยปรากฏตัวในชมรมมาก่อน “เพลง... ดูนี่สิ” คีย์ยื่นหน้าจอให้เพลงดู เสียงของเขาสั่นพร่า “วงที่มาแทนที่พวกเรา... คือวงที่ใช้ชื่อว่า ‘The Silent Note’ แต่นี่มัน... นี่มันชื่อวงที่ฉันเคยตั้งไว้ตอนอยู่ปี 1 ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุจนต้องพักเล่นกีตาร์ไปนั่นนา!” ความลับในอดีตที่คีย์พยายามลืมเลือนกำลังย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง พร้อมกับความสงสัยว่า ใครกันที่ขโมยชื่อวงนี้ไป และทำไมถึงต้องจงใจทำลายโอกาสของพวกเขาในจังหวะนี้พอดี? ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองแห่งหัวใจในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%