ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 33

ความกลัวที่แท้จริง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ผมไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนส่งจดหมายนี่มา... แต่ที่ผมมั่นใจคือ มันไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ" ผมกัดฟันแน่น พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดขณะที่คว้าจดหมายปริศนาจากมือเพลง รอยยับย่นบนกระดาษสีครีมสะท้อนให้เห็นว่าเธอถือมันไว้แน่นแค่ไหนในตอนที่ผมไม่อยู่ ในรูปถ่ายใบนั้น... มันเป็นภาพมุมกว้างที่ถ่ายจากระยะไกล ผมกำลังเอื้อมมือไปจัดปอยผมให้เพลงในห้องซ้อมเก่า แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ในภาพทำให้บรรยากาศดูเหมือนฉากในหนังระทึกขวัญมากกว่าความทรงจำอันแสนหวานที่เราเคยมีด้วยกัน เพลงกอดตัวเองแน่น ร่างเล็กของมือกีตาร์ผู้ร่าเริงสั่นเทาเหมือนใบไม้ที่เผชิญกับพายุใหญ่ เธอถอยหลังไปพิงกำแพงห้องซ้อมที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง "พี่คีย์... หนูไม่ขึ้นแสดงแล้วนะ" เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ "ถ้าใครสักคนเฝ้าดูเราอยู่ตลอดเวลาขนาดนี้... ถ้าเขาเอาเรื่องของเราไปแฉ ถ้าเขาทำให้วงต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องส่วนตัวของหนู... หนูทำไม่ได้" "เพลง ฟังผมนะ!" ผมก้าวเข้าไปประชิด จับไหล่บางทั้งสองข้างไว้มั่น "การแสดงคืนนี้คือทุกอย่างที่พวกเราซ้อมกันมาตลอดสามเดือน ถ้าเธอถอยตอนนี้ เธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต และไอ้คนส่งจดหมายนี่แหละที่จะชนะ เพราะมันต้องการให้เธอพัง" "แต่มันไม่ใช่แค่ความกลัวคนแอบดูหรอกค่ะพี่..." เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่เคยเป็นประกายตอนนี้รื้นไปด้วยหยดน้ำ "หนูเล่นพลาดมาตลอดในการซ้อมใหญ่ ความมั่นใจหนูมันไม่มีเหลือแล้ว... หนูเล่นกีตาร์ไม่ออก มือมันสั่นไปหมด หนูไม่กล้าเผชิญหน้ากับคนดูเป็นพันคนหรอกครับ... เอ้อ... หนูไม่ไหวจริงๆ" คำว่า 'ครับ' ที่หลุดออกมาจากปากของเพลงท่ามกลางความตื่นตระหนกทำให้ผมชะงักไปครู่หนึ่ง มันสะท้อนให้เห็นว่าเธอกำลังสูญเสียตัวตนไปมากแค่ไหน ความเครียดที่สะสมมาจากการซ้อมหนัก บวกกับภัยเงียบที่คืบคลานเข้ามา มันกดดันให้คนตัวเล็กๆ คนหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้ไม่ไหว ผมถอนหายใจยาว พยายามใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ผมผละจากเธอแล้วเดินไปที่คีย์บอร์ดตัวโปรด กดคอร์ดเปียโนทิ้งไว้เป็นทำนองเหงาๆ ที่เราเคยแต่งร่วมกัน เสียงดนตรีคลอไปกับความเงียบราวกับกำลังปลอบประโลมจิตวิญญาณที่แตกสลาย "เธอจำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม?" ผมเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองเธอ "วันที่เธอกล้าเดินเข้ามาขอให้ผมสอนคอร์ดที่ยากที่สุดในโลกให้เธอ เพราะเธออยากจะเล่นเพลงนี้ให้คนที่เธอรักฟัง... วันนั้นเธอไม่ได้กลัวคนดู เธอไม่ได้กลัวความผิดพลาด เธอมีแค่ความรักในเสียงเพลง" เพลงเงียบไป ผมได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ "ผมไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นคนส่งจดหมายนั่นมา" ผมหันกลับไปสบตาเธออย่างจริงจัง "แต่ถ้าพรุ่งนี้เราก้าวขึ้นไปบนเวทีแล้วเล่นมันออกมาด้วยหัวใจ ต่อให้โลกทั้งใบจะพังทลายลงตรงหน้า... อย่างน้อยเธอก็ได้ชื่อว่าได้สู้เพื่อสิ่งที่เธอรักที่สุดแล้ว" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนที่ประสานกัน เพลงค่อยๆ ปาดน้ำตาออก เธอเดินเข้ามาใกล้คีย์บอร์ดแล้วหยิบกีตาร์โปร่งคู่ใจขึ้นมา กอดมันไว้เหมือนเป็นปราการด่านสุดท้าย "พี่คีย์... ถ้าหนูพลาดล่ะ ถ้าหนูเล่นหลุดคอร์ดต่อหน้าทุกคน..." "ผมจะรอรับเธออยู่ตรงนี้" ผมตอบพลางวางมือลงบนคีย์บอร์ด "ผมจะไม่ปล่อยให้ตัวโน้ตตัวไหนของเธอโดดเดี่ยว ถ้าเธอหลุด ผมจะนำจังหวะให้ใหม่ ถ้าเธอเซ ผมจะเป็นคนประคอง... เราจะแสดงด้วยกัน เพลงต่อเพลง จังหวะต่อจังหวะ" เธอมองหน้าผม นัยน์ตาคู่นั้นเริ่มมีความแน่วแน่ปรากฏขึ้นมาทีละน้อย เหมือนแสงเทียนที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เธอดีดสายกีตาร์หนึ่งครั้ง เสียงใสๆ กังวานไปทั่วห้องซ้อม แต่มันยังคงมีความไม่มั่นใจเจือปนอยู่ "เรามาลองอีกรอบไหมครับ?" ผมถาม "ค่ะ... ขออีกรอบ" เราเริ่มบรรเลงเพลงนั้นอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีความเขินอาย มีเพียงความกดดันที่ถูกแปลงเป็นพลังงานเสียง เพลงเริ่มฟอร์มตัวขึ้น เสียงกีตาร์ของเธอที่เคยสั่นไหวเริ่มกลับมามั่นคงและหนักแน่น เธอหลับตาลง ดำดิ่งลงไปในท่วงทำนองที่เราสร้างร่วมกัน ผมเฝ้ามองดูเธอด้วยความภูมิใจ นี่คือผู้หญิงที่ผมรัก... ผู้หญิงที่แม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยังเลือกที่จะหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาสู้ เวลาล่วงเลยไปจนเกือบจะถึงเวลาขึ้นเวทีจริง บรรยากาศหลังเวทีวุ่นวายไปด้วยทีมงานและเพื่อนในชมรม ทุกคนต่างเตรียมตัวด้วยความตื่นเต้น แต่สำหรับเรา มันกลับเงียบงัน... จดหมายใบนั้นยังคงอยู่ในกระเป๋ากีตาร์ของเพลง และผมก็ยังคงกังวลกับเงาดำที่แอบมองเราอยู่ ทว่าในขณะที่เรากำลังจะเดินออกจากห้องซ้อมเพื่อไปรอคิวขึ้นเวที ประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง กอล์ฟ เพื่อนสนิทในวงรีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเรา สีหน้าเขามีความตระหนกจนเห็นได้ชัด "ไอ้คีย์! เพลง! พวกแกต้องดูนี่..." กอล์ฟยื่นมือถือให้เราดู "คลิปนี้เพิ่งถูกโพสต์ลงเพจคณะเมื่อนาทีที่แล้ว... มันคือคลิปตอนพวกเราซ้อมกันเมื่อครู่นี้... แต่ไม่ได้ถ่ายแค่พวกเรา" ผมรีบคว้ามือถือมาดู ในคลิปนั้นไม่ได้มีแค่ผมกับเพลง แต่ที่มุมมืดของห้องซ้อม... มีเงาของใครบางคนยืนกอดอกจ้องมองเราอยู่ และเขากำลังถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปอย่างใจเย็น ผมซูมเข้าไปที่ใบหน้าของคนในเงานั้น เลือดในกายผมเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่ไม่มีทางจะมาอยู่ที่นี่ได้ คนที่ผมเพิ่งจะเห็นข่าวว่าไปศึกษาต่อต่างประเทศเมื่อเดือนก่อน "พี่กานต์..." เพลงอุทานออกมา เสียงของเธอขาดห้วงไปทันที และก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร เสียงประกาศเรียกคิววงของเราก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งฮอลล์ ขณะที่ข้อความแจ้งเตือนใหม่เด้งขึ้นมาบนมือถือของเพลง... มันเป็นข้อความจากบัญชีนิรนามว่า "ขอให้สนุกกับการแสดงโชว์สุดท้ายของพวกแกนะ... เพราะหลังจบเพลงนี้ ชีวิตพวกแกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป" คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับตัวละครจนถึงวินาทีที่ตึงเครียดที่สุดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%