"ผมบอกให้คุณเปิดประตูไงครับเพลง! ถ้าคุณไม่เปิด ผมจะพังมันเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นเหมือนทุกครั้งที่ผม—คีย์—เคยทำ แต่มันแฝงไปด้วยความร้อนรนจนผมเองยังรู้สึกแปลกใจที่ตัวเองหลุดปากพูดออกไปแบบนั้น ภายในห้องพักของเพลงเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเดินเข้าใกล้ประตู ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนผมยังเห็นเงาตะคุ่มขยับอยู่หลังบานไม้บานนี้แท้ๆ
ผมกระชับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือแน่นขึ้นจนขอบกระดาษยับย่น ความลับที่อยู่ในนี้คือเหตุผลที่ทำให้ผมต้องบุกมาถึงหน้าหอพักของเธอในเวลาเกือบเที่ยงคืนแบบนี้
"เพลง... ผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยด้วย เกี่ยวกับเรื่อง 'ใบสมัคร' นั่น"
ผมตัดสินใจพูดออกไป ความเงียบยังคงปกคลุมไปทั่วทางเดินจนผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นจังหวะรัวเร็วราวกับกำลังรัวกลองสแนร์ในเพลงร็อกจังหวะเร็ว ผมตัดสินใจหมุนลูกบิดประตูที่ไม่ได้ล็อกไว้แต่แรก... มันเปิดออกอย่างง่ายดายราวกับเธอกำลังรอให้ผมเข้ามาพบกับความจริงที่หลบซ่อนอยู่
แต่สิ่งที่ผมเห็นกลับไม่ใช่เด็กสาวที่นั่งทำหน้าตื่นตระหนก เพลงนั่งอยู่ที่ปลายเตียง มือซ้ายของเธอกำลังกำผ้าเช็ดหน้าสีขาวแน่นจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นวงกว้างบนเนื้อผ้า กีตาร์โปร่งตัวเก่งวางพิงอยู่ข้างตัว สายที่หกขาดสะบั้นเหมือนกับมันเพิ่งถูกดีดอย่างรุนแรงจนดีดกลับมาฟาดมือเธอ
"เพลง!" ผมทิ้งซองเอกสารลงบนพื้นโดยไม่สนใจ แล้วถลาเข้าไปหาเธอทันที "เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงไม่เรียกผม!"
เพลงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไหววูบคล้ายคนกำลังกลั้นน้ำตา ความเจ็บปวดจากแผลดูเหมือนจะน้อยกว่าความตื่นตระหนกที่เห็นผมพุ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "พี่คีย์... พี่มาทำไมที่นี่ดึกขนาดนี้ แล้วซองนั่น..."
"ช่างเรื่องซองก่อนเถอะ!" ผมคว้ามือเธอมาดูอย่างถือวิสาสะ บาดแผลยาวจากการถูกสายกีตาร์บาดลึกเข้าที่นิ้วชี้ข้างซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดของมือกีตาร์ "คุณซ้อมหนักขนาดไหนถึงได้ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ เพลง! นี่มันจะถึงวันแสดงจริงแล้วนะ ถ้ามือคุณใช้งานไม่ได้..."
"ถ้ามือใช้งานไม่ได้... พี่ก็จะหาคนอื่นมาเล่นแทนใช่ไหมคะ?" เพลงถามสวนกลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่ก็แฝงไปด้วยความน้อยใจที่ผมสัมผัสได้ชัดเจน
ผมชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีหยดน้ำตาคลอเบ้า มือที่ผมกำลังประคองไว้สั่นน้อยๆ จากความเจ็บปวดและแรงกดดันที่เธอแบกรับไว้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ของเลือดจมูกผม
"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น" ผมลดน้ำเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "ที่ผมมาที่นี่ เพราะผมรู้ว่าคุณกำลังซ้อมจนลืมชีวิตตัวเอง ผมรู้ว่าคุณกดดัน แต่การที่คุณบาดเจ็บแบบนี้... มันไม่ได้ช่วยให้โชว์ของเราดีขึ้นหรอกนะรู้ไหม"
ผมหยิบกล่องปฐมพยาบาลในกระเป๋าที่ผมพกติดตัวมาตลอด (เพราะนิสัยเจ้าระเบียบเกินเหตุ) ออกมาจัดการทำแผลให้เธออย่างเบามือ บรรยากาศในห้องเงียบลงจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน ผมบรรจงพันผ้าก๊อซรอบนิ้วของเธออย่างพิถีพิถัน สัมผัสที่ปลายนิ้วผ่านถึงกันทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
"พี่คีย์..." เพลงเรียกผมเบาๆ หลังจากที่ผมพันแผลเสร็จ "ทำไมต้องเป็นพี่ที่คอยดูแลเพลงตลอดเลยคะ... ในฐานะมือกีตาร์ เพลงก็แค่ลูกศิษย์คนหนึ่งที่พี่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างไม่ใช่เหรอ"
ผมชะงักมือที่กำลังจะเก็บกล่องพยาบาล ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ สบตากับเธอตรงๆ ครั้งนี้ไม่มีกำแพงของความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องมาขวางกั้น ผมมองเห็นเด็กสาวที่พยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักหน่วงจนเกือบลืมถนอมร่างกายตัวเอง ผมไม่อาจเก็บความรู้สึกที่อัดอั้นมานานไว้ได้อีกต่อไป
"ถ้าผมมองคุณเป็นแค่นักเรียน... ป่านนี้ผมคงปล่อยให้คุณนั่งร้องไห้กับการซ้อมที่ล้มเหลวไปแล้ว" ผมพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้มลงหยิบซองเอกสารที่วางทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา "เพลง... ซองนี้คือตั๋วเครื่องบินไปเรียนต่อดนตรีที่ต่างประเทศของผม"
เพลงเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดที่นิ้วดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูด
"ผมตัดสินใจปฏิเสธมันไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าชมรมเราจะมีงานใหญ่... เพราะผมไม่อยากทิ้งคนที่ผมกำลังสอนให้ไปถึงฝั่งฝัน" ผมเดินเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ยื่นซองเอกสารให้เธอ แต่เธอยังคงนิ่งอึ้ง "แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุดไม่ใช่การที่นิ้วคุณบาดเจ็บหรอกนะเพลง... แต่คือการที่ผมต้องขึ้นแสดงบนเวทีโดยที่ไม่รู้ว่าวันหนึ่งคุณจะยังอยู่ข้างๆ ผมในฐานะมือกีตาร์คู่หู... หรือเปล่า"
เพลงนิ่งงันไป เธอรับซองเอกสารนั้นไปถือไว้แน่น น้ำตาที่เคยคลอเบ้าไหลออกมาเงียบๆ แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องของเธอก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง เสียงเอะอะโวยวายของเพื่อนร่วมชมรมดนตรีกลุ่มใหญ่ที่วิ่งกรูเข้ามาทำเอาผมแทบจะล้มลงไป
"เพลง! เฮ้ย! พี่คีย์! พวกเราได้ข่าวว่าเพลงได้รับบาดเจ็บตอนซ้อม เลยรีบพากันมาดู!" หัวหน้าชมรมตะโกนลั่นห้อง ตามหลังมาด้วยเพื่อนๆ ที่ทำหน้าตาแตกตื่นจนดูไม่ได้
ผมถอยหลังออกมาทันที จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยเหมือนมือคีย์บอร์ดมาดนิ่งคนเดิม แต่ในขณะที่ผมกำลังจะหันไปดุพวกตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะสำคัญ จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมก็สั่นครืดขึ้นมา เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงชื่อ แต่เนื้อหาในนั้นกลับทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล
*‘คีย์... นายคิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องมันจะจบแค่การแสดงในมหาลัย? ฉันส่งซองเอกสารนั่นไปให้เธอเพื่อจะดูว่านายจะสารภาพเมื่อไหร่... และดูเหมือนตอนนี้... เพลงไม่ใช่แค่คู่หูทางดนตรีของนายแล้วสินะ’*
ผมรีบหันขวับไปมองเพลงที่ยังคงถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ในมือด้วยความสับสน และในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็ประสานกับผม แววตาของเธอเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความเศร้าอีกต่อไป แต่มันคือความหวาดกลัวที่กำลังพุ่งขึ้นสู่ขีดสุด เมื่อเธอก้มลงอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่ร่วงออกมาจากซองเอกสารนั้น
"พี่คีย์..." เพลงเงยหน้าขึ้นมองผม เสียงของเธอสั่นระริก "จดหมายนี่... ทำไมมันถึงมีรูปของพวกเราตอนที่พี่แอบไปหาเพลงที่ห้องซ้อมดนตรีเก่าเมื่อสองเดือนก่อน... แล้วใครเป็นคนถ่ายรูปพวกนี้?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองแห่งความรู้สึกในตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 32
อุบัติเหตุเล็กๆ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!