“ถ้านายยังคงเล่นคอร์ดเดิมด้วยจังหวะที่รีบร้อนแบบนี้ ต่อให้เราซ้อมกันอีกกี่ล้านรอบ เพลงนี้ก็ไม่มีวันสมบูรณ์หรอกนะเพลง”
เสียงคีย์บอร์ดไฟฟ้าตัวหรูหยุดกะทันหัน เสียงโน้ตตัวสุดท้ายค้างคาอยู่ในอากาศราวกับมีดที่ปักลงกลางห้องซ้อมอันเงียบเชียบ ผม... คีย์... มองไปที่มือเล็กๆ ของหญิงสาวตรงหน้า เธอสะดุ้งเล็กน้อย สายกีตาร์โปร่งในมือสั่นไหวราวกับคนถือมันกำลังประคองความรู้สึกที่เปราะบางที่สุดเอาไว้
เพลงไม่ได้เงยหน้าสบตาผม เธอเอาแต่มองฟิงเกอร์บอร์ดกีตาร์ แสงไฟนีออนเหนือหัวสะท้อนลงบนสันกรามที่ขบแน่น ความเงียบที่ขยายตัวระหว่างเรามันหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าเสียงดนตรีที่เพิ่งจบลงเสียอีก
“ฉันรู้ค่ะ... เอ้ย... ฉันรู้ครับ” เพลงแก้คำพูดกะทันหัน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนไหล่สั่น “ฉันแค่อยากให้มันออกมาดีที่สุดจนลืมไปว่าจังหวะของฉันมันทำลายจังหวะของรุ่นพี่ไปหมด ผมขอโทษนะครับ”
คำว่า 'ผม' ที่หลุดออกมาจากปากเธอพร้อมกับหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนไม้หน้ากีตาร์ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ผมก้าวลงจากแท่นคีย์บอร์ด เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นสายกีตาร์ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของวัยรุ่นมันช่างคุ้นเคย แต่วันนี้มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดที่ผมเป็นคนก่อขึ้น
“อย่าเรียกตัวเองแบบนั้นเลย” ผมพยายามบังคับให้น้ำเสียงตัวเองนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ลึกๆ จะยังคงมีความรู้สึกหงุดหงิดที่ผมไม่อยากให้มันมี “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ... ฉันกดดันเธอมากเกินไป ทั้งที่ความจริงแล้ว ความเป็นธรรมชาติของเธอต่างหากที่เป็นเสน่ห์ที่สุดในวงนี้”
เพลงเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเธอกลมโตและแดงก่ำ เธอไม่ได้มองผมด้วยความโกรธเคือง แต่มองด้วยความสับสนที่ซื่อตรงที่สุด “รุ่นพี่คีย์... พี่ไม่ได้แค่สอนดนตรี แต่พี่กำลังพยายามปั้นฉันให้เป็นใครที่พี่ต้องการหรือเปล่าครับ?”
คำถามนั้นเหมือนหมัดตรงที่ชกเข้ากลางอกผมเต็มแรง ผมชะงักไปครู่ใหญ่ พลางมองดูนิ้วมือที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักของตัวเอง ความเจ้าระเบียบที่ผมยึดถือมาตลอดสามปีในรั้วมหาลัย วันนี้มันกลับกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นความสุขในการเล่นดนตรีของรุ่นน้องคนหนึ่งไปเสียได้
ผมถอนหายใจ ยอมลดอีโก้ของตัวเองลงแล้วทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เธอ “ฉันแค่กลัว... กลัวว่าถ้าเธอไม่เก่งพอ เธอจะถูกคนอื่นวิจารณ์เหมือนที่ฉันเคยเจอตอนปีหนึ่ง แต่ฉันลืมไปว่า ดนตรีมันไม่ใช่การทำตามโน้ตให้เป๊ะ แต่มันคือการคุยกันผ่านเสียงเพลง”
เพลงค่อยๆ วางกีตาร์ลงข้างตัว เธอมองหน้าผมก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ ยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดในรอบสัปดาห์ “งั้นเราลองใหม่ไหมครับ? ไม่ต้องมีโน้ต ไม่ต้องมีระเบียบ แค่พี่เล่น... แล้วผมจะตอบรับด้วยเสียงกีตาร์ของผมเอง”
ผมมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความมั่นใจที่เคยหายไปเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่ในแววตาของเพลง ผมพยักหน้าช้าๆ แล้วเดินกลับไปที่เปียโน กดคอร์ดอีเมเจอร์ (E Major) นุ่มๆ ออกไปหนึ่งครั้ง เพื่อเป็นการให้สัญญาณ
เสียงกีตาร์โปร่งเริ่มดีดขึ้นมาอย่างช้าๆ จังหวะของเพลงในตอนนี้ไม่ได้เร็วหรือเร่งรีบเหมือนก่อนหน้า แต่มันมีความอ่อนโยนและนุ่มลึกอย่างน่าประหลาด ผมปล่อยมือไปตามความรู้สึก สอดประสานทำนองคีย์บอร์ดเข้ากับเสียงกีตาร์ของเธออย่างลงตัว
เราสองคนไม่ได้พูดอะไรอีกเลยในชั่วโมงถัดมา มีเพียงเสียงเพลงที่คอยบอกเล่าความในใจ ทุกโน้ตที่กด ทุกสายที่สั่นไหว มันคือการขอโทษและการยอมรับในตัวตนของกันและกัน ความห่างเหินที่เคยก่อตัวกลายเป็นสะพานที่เชื่อมให้เราเข้าใกล้กันมากขึ้นจนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนไหมครับ?” ผมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าแสงอาทิตย์ข้างนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทอง “เดี๋ยวผมไปเลี้ยงไอศกรีมร้านหน้ามอเป็นการไถ่โทษ”
เพลงหัวเราะออกมาเบาๆ “รุ่นพี่คีย์เลี้ยงไอศกรีม! วันนี้โลกต้องแตกแน่ๆ”
เราเก็บเครื่องดนตรีด้วยความรู้สึกที่เบาสบายกว่าทุกครั้ง ผมเดินนำเธอออกจากห้องซ้อมด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้ง แต่ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องซ้อม เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมก็สั่นรัว ผมหยิบขึ้นมาดูแล้วก็ต้องหยุดชะงัก
ข้อความจากรุ่นพี่ในชมรมดนตรีส่งมาว่า: *“คีย์ รีบมาที่ห้องประชุมด่วนเลย ประธานชมรมเพิ่งประกาศยกเลิกชื่อวงของพวกนายออกจากรายชื่อแสดงงานคอนเสิร์ตใหญ่พรุ่งนี้แล้ว!”*
ผมหน้าถอดสี มือสั่นจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วง เพลงที่เดินตามหลังมาเห็นท่าทีของผมก็ชะงักไป “มีอะไรหรือเปล่าครับพี่?”
ผมหันไปมองเธอ อยากจะบอกความจริงแต่ก็กลัวว่าความพยายามทั้งหมดในวันนี้จะพังทลายลงในพริบตา ในขณะที่ผมกำลังอ้าปากจะพูด ประตูห้องประชุมปลายโถงก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ผมไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้เดินตรงเข้ามาหาเราด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
“มากันครบพอดีเลยนะ... หวังว่าพวกนายคงเตรียมตัวมาดีพอที่จะรับข่าวร้ายนะ”
ทุกอย่างที่สร้างมาดูเหมือนกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า... หากพรุ่งนี้เราไม่มีเวทีให้แสดง แล้วเราจะเล่นดนตรีให้ใครฟัง?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสจังหวะความรักที่สั่นคลอนไปกับคอร์ดรักกีตาร์โปร่งนะครับ
ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 27
กลับมาเป็นทีมเดิม
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!