“หยุด! เพลง... เธอจะรีบไปไหน? โน้ตตัวนี้มันเป็นจุดเชื่อมนะ ไม่ใช่ทางผ่าน!”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของ ‘พี่ธันวา’ อดีตประธานชมรมดนตรีผู้เป็นตำนานดังก้องไปทั่วห้องซ้อม เสียงคีย์บอร์ดที่คีย์กำลังกดค้างไว้หยุดกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของเพลง เด็กสาวปีหนึ่งที่ตอนนี้ใบหน้าแดงซ่านด้วยความกดดัน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายบนขมับขณะที่มือยังคงกำคอโปร่งของกีตาร์คู่ใจแน่น
คีย์ขยับแว่นสายตา สายตาของเขามองไปที่รุ่นพี่ ก่อนจะหันมาส่งสัญญาณทางสายตาให้เพลง ‘ใจเย็นๆ’ เขารู้ดีว่าการถูกพี่ธันวาตำหนิไม่ใช่เรื่องสนุก แต่มันคือยาขมที่จำเป็นที่สุดหากอยากจะก้าวข้ามผ่านจุดที่ตัวเองติดหล่ม
“ผมว่า... น้องเขากำลังพยายามปรับจังหวะตามความรู้สึกนะครับพี่ธันวา” คีย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความปกป้อง
พี่ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เขาเดินกอดอกเข้ามาใกล้ ทั้งคู่จนบรรยากาศในห้องดูเล็กลงถนัดตา “ความรู้สึก? ดนตรีที่ขาดระเบียบวินัย ก็เหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือครับคีย์ เธอมี ‘ใจ’ ที่อยากจะเล่น แต่มันไม่สมบูรณ์ถ้าเธอไม่ ‘บังคับ’ โน้ตให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น”
เพลงกัดริมฝีปากแน่น เธอก้มหน้ามองสายกีตาร์ที่นิ้วเธอกดลงไปจนขึ้นรอยแดง เธอรู้ตัวดีว่าช่วงนี้เธอเล่นเหมือนคนลนลาน ทุกครั้งที่ต้องโชว์สด ความมั่นใจที่เคยมีมักจะระเหยหายไปราวกับไอน้ำ ยิ่งเห็นคีย์ที่เล่นคีย์บอร์ดได้อย่างแม่นยำและเยือกเย็น เธอเองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นจุดบอดของวง
“หนูขอโทษค่ะ... ไม่สิ หนูขอโทษครับ” เพลงแก้คำพูดตัวเองอย่างลนลานเมื่อเห็นคีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ไม่ต้องขอโทษพี่” พี่ธันวาคว้าเก้าอี้ไม้มานั่งลงตรงหน้าทั้งคู่ “ดนตรีไม่ได้ต้องการคำขอโทษ แต่มันต้องการ ‘ความเข้าใจ’... เธอคิดว่าทำไมฉันถึงให้พวกเธอซ้อมเพลงเดิมซ้ำมาสามชั่วโมงแล้ว?”
“เพราะเรายังไม่พร้อมสำหรับการแสดงงานเฟสติวัลเดือนหน้า...” คีย์ตอบแทนโดยไม่ต้องคิด
“ถูกครึ่งเดียว” พี่ธันวาส่ายหน้า “เพราะพวกเธอ ‘เกรงใจ’ กันเกินไป คีย์... เธอพยายามประคองเพลงมากไปจนบางจังหวะเธอไม่กล้าใส่ลูกเล่นที่ควรจะเป็น ส่วนเธอ... เพลง เธอพยายามเลียนแบบแพทเทิร์นของคนอื่น จนลืมว่ากีตาร์โปร่งของเธอมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว”
ห้องซ้อมกลับมาเงียบอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยการขบคิด คีย์มองไปที่เพลง เห็นแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาวตรงหน้า เขาเอื้อมมือไปแตะไหล่เธอเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยช่วยให้เพลงผ่อนคลายลง
“เราลองใหม่นะ” คีย์พูดขึ้น “ไม่ต้องสนใจเรื่องโน้ตที่ผิดพลาด ลืมทฤษฎีในหัวไปก่อน แล้วลองเล่นในแบบที่เธออยากเล่าเรื่องราวผ่านกีตาร์ตัวนี้ดู... ผมจะรอจังหวะของเธอเอง”
เพลงเงยหน้าขึ้นมองคีย์ แววตาของเขาไม่ได้มีความดุร้ายเหมือนตอนอยู่ในฐานะรุ่นน้องรุ่นพี่ แต่มันมีความเชื่อมั่นที่ส่งผ่านออกมา เพลงสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอหลับตาลง ภาพของวันแรกที่หัดจับกีตาร์ ภาพวันที่เธอได้รู้จักกับคีย์ และทุกเรื่องราวที่ผ่านมาไหลย้อนกลับเข้ามาในใจ
นิ้วของเธอเริ่มดีดสายอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความลนลาน แต่มีความหนักเบาที่ดูเป็นธรรมชาติ คีย์เริ่มกดคีย์บอร์ดประสานเข้ากับจังหวะของเธอ ทั้งสองเริ่มสื่อสารกันผ่านท่วงทำนอง จังหวะที่เคยขัดกันเริ่มสอดประสานราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวกัน พี่ธันวานั่งมองอยู่ห่างๆ มุมปากของเขาจุดรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะหยิบไม้กลองขึ้นมาเคาะให้จังหวะประกอบ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนแสงสีส้มของพระอาทิตย์ยามเย็นลอดผ่านหน้าต่างห้องซ้อมเข้ามาอาบไล้ไปทั่วบริเวณ เพลงลืมตาขึ้นเมื่อเพลงจบลง เธอหอบเล็กน้อย แต่ครั้งนี้บนใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มกว้าง เธอไม่เคยรู้สึกว่าดนตรีมันเป็นอิสระได้ขนาดนี้มาก่อน
“นั่นแหละ” พี่ธันวาลุกขึ้นยืน “วินัยคือร่างกายที่แข็งแรง ส่วนใจคือจิตวิญญาณที่ขับเคลื่อนมัน... วันนี้พวกเธอผ่านบทเรียนแรกแล้ว”
คีย์ยิ้มให้เพลง ทั้งคู่กำลังจะเก็บเครื่องดนตรี แต่จังหวะนั้นเอง ประตูห้องซ้อมก็ถูกผลักออกอย่างแรง ‘ฟ้า’ อดีตสมาชิกชมรมที่เป็นคู่แข่งคนสำคัญของคีย์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งที่ดูคุ้นตา
“ยินดีด้วยที่ซ้อมกันสนุกนะ” ฟ้าเอ่ยเสียงเย็น “แต่ฉันว่าพวกเธอคงไม่มีเวลาไปแสดงเฟสติวัลหรอก... เพราะว่าทางมหาวิทยาลัยเพิ่งประกาศตัดงบประมาณชมรมดนตรี และยกเลิกสิทธิ์ในการใช้หอประชุมใหญ่ของปีนี้ทั้งหมด”
คีย์ชะงักมือที่กำลังจะเก็บคีย์บอร์ด เพลงหันไปมองฟ้าด้วยความตกใจ ข่าวนี้มันใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะตั้งตัวได้ทัน
“หมายความว่ายังไงครับฟ้า?” คีย์ถามเสียงเรียบ แต่กระแสความกดดันในน้ำเสียงนั้นชัดเจน
ฟ้าโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้อง “หมายความว่าเวทีที่พวกเธอฝันถึง... มันกำลังจะกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ และฉันนี่แหละจะเป็นคนยึดตารางการซ้อมนี้ไปใช้แทน”
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่บทเรียนจากรุ่นพี่ แต่เป็นบททดสอบของชีวิตจริงที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว...
ผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสจังหวะความรักที่สั่นคลอนไปกับคอร์ดรักกีตาร์โปร่งนะครับ
ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 26
บทเรียนจากรุ่นพี่
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!