“ถ้าเธอเล่นพลาดอีกแค่โน้ตเดียว... ก็ไม่ต้องขึ้นไปเหยียบเวทีงานมหาลัยเลยจะดีกว่า”
เสียงทุ้มต่ำของคีย์ไม่ได้ตะคอก แต่มันกลับบาดลึกยิ่งกว่าการตบหน้า เขาวางนิ้วลงบนคีย์บอร์ดไฟฟ้าด้วยความแรงที่มากเกินจำเป็นจนเกิดเสียง ‘กึก’ ดังสะท้อนในห้องซ้อมที่เงียบกริบ สายตาคมกริบของเขามองลอดผ่านเลนส์แว่นมายังร่างเล็กที่ยืนกำคอกีตาร์โปร่งแน่น
เพลงกัดริมฝีปากจนจาง นิ้วมือที่เคยดีดคอร์ดได้อย่างพลิ้วไหวเริ่มสั่นเทา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มที่เคยสอนเธอด้วยรอยยิ้มและแววตาอบอุ่น ถึงกลายเป็นคนบ้าความสมบูรณ์แบบที่ไล่ต้อนเธอจนมุมแบบนี้
“ดนตรีมันคือกีฬาสีหรือไงคะ... ไม่สิ ดนตรีมันคือการแข่งขันที่ต้องแลกด้วยทุกอย่างขนาดนั้นเลยหรือไง!” เพลงสวนกลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความอัดอั้น “พี่คีย์มองเห็นแค่ความผิดพลาดของหนู แต่เคยเงี่ยหูฟังบ้างไหมว่าสิ่งที่หนูเล่นไปน่ะ มันมีความรู้สึกอะไรซ่อนอยู่”
คีย์หยุดนิ้วที่กำลังเคาะจังหวะดุเดือด เขาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่ทอดมองมามีเพียงความเย็นชาที่เขาแกล้งทำขึ้นเพื่อซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างไว้ “ความรู้สึกกินไม่ได้หรอกเพลง คนฟังเขาต้องการความสมบูรณ์แบบ ถ้าเธอเล่นเพี้ยนแค่จุดเดียว ความพยายามของทุกคนในวงที่ซ้อมมาเป็นเดือนก็พังทลาย เธออยากเป็นแค่นักดนตรีขี้แพ้ที่เล่นดนตรีไปวันๆ เพื่อความสุขจอมปลอมงั้นเหรอ”
“ความสุขจอมปลอมเหรอ...” เพลงก้าวเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงข้างตู้แอมป์แล้ววางกีตาร์ลง เธอเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “พี่คีย์เคยลืมไปหรือเปล่าว่าครั้งแรกที่พี่สอนหนูจับคอร์ด พี่บอกว่าหัวใจสำคัญของมันคือการปลดปล่อยตัวตน ไม่ใช่การตีกรอบให้เป็นเครื่องจักร”
บรรยากาศในห้องซ้อมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เพื่อนๆ ในชมรมที่กำลังเก็บอุปกรณ์ต่างพากันหยุดชะงัก ไม่มีใครกล้าแทรกกลางระหว่างสองคนนี้ บรรยากาศของมิตรภาพที่เคยเฮฮากลายเป็นสนามรบของอารมณ์ความรู้สึก
คีย์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสะบัดหน้าหนี แววตาที่เข้มแข็งเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยโดยที่เขาไม่รู้ตัว “ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดกับความล้มเหลวเหมือนที่ฉันเคยเจอ... โลกของดนตรีมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เธอคิด”
“ถ้าต้องแลกกับความสุขในการเล่นดนตรี เพื่อให้ได้มาซึ่งความสมบูรณ์แบบที่เย็นชาแบบนี้ หนูไม่เอาด้วยหรอก!”
เพลงคว้ากระเป๋ากีตาร์ขึ้นสะพายหลัง เธอเดินดุ่มๆ ไปที่ประตู เสียงฝีเท้าของเธอดังกระทบพื้นห้องอย่างหนักแน่น สะท้อนความเจ็บปวดที่เธอกำลังแบกไว้ แต่ก่อนที่มือจะสัมผัสกลอนประตู เธอก็หยุดกะทันหันแล้วหันกลับมา
“พี่คีย์... ดนตรีคือการพูดคุยผ่านเสียงเพลง แต่วันนี้พี่ไม่ได้คุยกับหนู พี่กำลังคุยกับความกลัวของตัวเองอยู่ต่างหาก”
เธอผลักประตูออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าใจหาย คีย์ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น มือที่เคยรัวนิ้วบนคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่วกลับกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เพื่อนในชมรมคนหนึ่งเดินเข้ามาตบไหล่เขาเบาๆ แต่เขากลับปัดมันออกด้วยท่าทีที่ดูรุนแรงกว่าปกติ
คีย์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เปียโน ก่อนจะกดลิ่มคีย์บอร์ดลงไปหนึ่งคอร์ด—คอร์ดไมเนอร์ที่ดังกังวานและหม่นหมองที่สุดเท่าที่เขาเคยเล่นมา
เขาหลับตาลง ภาพของเพลงในวันแรกที่เข้าชมรมผุดขึ้นมา... รอยยิ้มที่เปื้อนความประหม่า เสียงดีดกีตาร์ที่ไม่เข้าจังหวะแต่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น ทุกอย่างมันสวนทางกับความเป็นจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้—ความกดดันจากครอบครัวที่คาดหวังให้เขาเป็นนักดนตรีอาชีพที่ไร้จุดด่างพร้อย และความกลัวที่ว่าหากเขาสอนเธอไม่ดีพอ เธออาจจะต้องจบลงด้วยความผิดหวังเหมือนกับเขา
เขาก้มลงมองกระดาษโน้ตที่วางอยู่บนสแตนด์ มันคือเพลงที่เขาแต่งขึ้นเพื่อใช้แสดงในงานมหาลัย แต่ทว่า... มีรอยปากกาสีแดงที่เขาเขียนกำกับไว้เต็มไปหมด— ‘แก้’, ‘จังหวะช้าไป’, ‘อารมณ์ไม่ได้’
คีย์ขยำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่แล้วเขวี้ยงมันลงพื้น ความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในใจจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก
ในจังหวะที่เขากำลังจะฟุบหน้าลงกับคีย์บอร์ดด้วยความอ่อนล้า เสียงเคาะประตูห้องซ้อมก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะที่คุ้นเคย... จังหวะที่เหมือนกับเพลงที่เขาและเธอเคยเล่นด้วยกันในคืนที่ฝนตก
คีย์เงยหน้าขึ้นมองที่ประตูด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะเขารู้ดีว่าใครที่กล้ากลับมาหาเขาในเวลานี้
ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่เพลงอย่างที่เขาคาดหวัง แต่เป็นชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศห้องซ้อมดนตรีนักศึกษาอย่างสิ้นเชิง เขาคือ ‘พี่ชาย’ ของคีย์—คนที่คอยบงการชีวิตดนตรีของเขามาตลอดหลายปี
“เลิกเล่นเป็นเด็กขายฝันได้แล้ว คีย์” เสียงเรียบเฉยแต่กดดันของพี่ชายดังขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้อง “ถ้าวันนี้เธอยังไม่พร้อมจะขึ้นเวทีในฐานะมืออาชีพที่ไร้ที่ติ งั้นก็ถึงเวลาที่ต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับคนระดับล่างที่จะทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวเราต้องมัวหมองเสียที”
คีย์ตัวแข็งทื่อ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนยืนแอบอยู่หลังประตู... เพลงกลับมาแล้ว แต่เธอกำลังยืนฟังประโยคที่ทำลายความเชื่อมั่นของเขาจนหมดสิ้น
ผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและสัมผัสจังหวะความรักที่สั่นคลอนไปกับคอร์ดรักกีตาร์โปร่งนะครับ
ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 25
การปะทะอารมณ์ครั้งใหญ่
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!