ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 37

วินาทีแห่งชัยชนะ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"อย่าหยุดมือ... เพลงนี้ยังไม่จบ ถ้าคุณหยุดตอนนี้ ความทรงจำที่เขาทิ้งไว้จะไม่มีวันได้รับการปลดปล่อย" เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งแทรกซึมผ่านเสียงอื้ออึงของฝูงชนในหอประชุมใหญ่ มันไม่ใช่เสียงที่ดังผ่านไมโครโฟน แต่มันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของผมโดยตรง ผมเบิกตากว้าง หันไปมองข้างตัว... เพลงยังคงบรรเลงกีตาร์โปร่งตัวเก่งของเธออย่างพลิ้วไหว ดวงตาของเธอเป็นประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เธอไม่ได้ยินเสียงนั่น เธอไม่รู้ว่าชายที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วกำลังยืนพิงผนังไม้หลังเวที ในเงามืดที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ผมกัดฟันแน่น มือที่สั่นสะท้านค่อยๆ กดคอร์ดสุดท้ายของท่อนเชื่อม พยายามฝืนบังคับนิ้วให้เคลื่อนไหวไปตามโน้ตที่ซ้อมมาเป็นร้อยครั้ง จังหวะดนตรีเปลี่ยนผ่านสู่ช่วงไฮไลต์ของเพลง เป็นช่วงที่ผมต้องโซโล่คีย์บอร์ดในท่วงทำนองที่ซับซ้อนที่สุดในชีวิต "คีย์... มองที่ฉัน" เสียงเพลงดังแทรกเข้ามา ผมหันไปสบตาเธอ แววตาของเธอในตอนนี้มันสยบความหวาดกลัวทั้งหมดในใจผมลงได้ เธอไม่ได้เป็นเพียงมือกีตาร์ปีหนึ่งที่ขี้อายอีกต่อไป เธอคือพาร์ทเนอร์ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความจริงไม่ว่ามันจะน่ากลัวแค่ไหน ผมสูดหายใจลึก กวาดสายตาไปที่เงามืดหลังเวทีอีกครั้ง... ชายคนนั้นยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดประหนึ่งฝุ่นละอองที่ถูกลมพัดผ่าน จังหวะเปียโนเริ่มรัวกระแทกออกมาจากนิ้วของผม มันไม่ใช่ความกลัวอีกต่อไป แต่เป็นอารมณ์ที่พรั่งพรูออกมาจากการปลดล็อกความลับที่กัดกินใจมาตลอดสามปี เสียงคีย์บอร์ดหนักแน่น ดุดัน ผสานกับเสียงกีตาร์ที่กรีดร้องอย่างโหยหาของเพลง บรรยากาศในหอประชุมเปลี่ยนจากความเงียบงันเป็นความตื่นตะลึง ทั้งหอประชุมตกอยู่ในภวังค์แห่งท่วงทำนองที่เรากำลังสร้างสรรค์ร่วมกัน ผู้ชมทุกคนลุกขึ้นยืนโดยพร้อมเพรียง แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาที่เราสองคนอย่างไม่ละสายตา ผมเห็นเพื่อนๆ ในชมรมดนตรีต่างยืนกอดคอกันน้ำตาคลอเบ้า พวกเขาไม่ได้แค่กำลังดูโชว์ แต่พวกเขากำลังเป็นพยานให้กับการเดินทางครั้งสำคัญของเรา เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายจางหายไป... ความเงียบงันชั่วอึดใจหนึ่งถูกแทนที่ด้วยเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มราวกับฟ้าถล่ม เสียงโห่ร้องชื่นชมดังกึกก้องไปทั่วโถงใหญ่ ผมหันไปหาเพลง เห็นเธอยืนหอบหายใจรอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเปื้อนเหงื่อ เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วตะโกนแข่งกับเสียงปรบมือ "เราทำได้แล้วครับคีย์! เราทำได้จริงๆ!" ผมพยักหน้า ยิ้มตอบอย่างโล่งอก ก่อนจะคว้ามือเธอไว้กลางเวที ท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกชื่อวงของเราจากคนทั้งคณะที่มารวมตัวกัน ความรู้สึกอิ่มเอมใจมันท่วมท้นจนผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่ในวินาทีที่แสงไฟสว่างจ้าที่สุดส่องลงมาที่ตัวเรา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็พุ่งเข้าใส่ผม เมื่อมองไปที่กลุ่มผู้ชมแถวหน้าสุด ผมเห็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม—ประธานบริหารคนนั้น—กำลังยืนปรบมือให้เราด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจผมกระตุกไม่ใช่รอยยิ้มของเขา มันคือสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ มันคือสมุดโน้ตเพลงเก่าเล่มหนึ่ง... เล่มเดียวกับที่เจ้าของผลงานตัวจริงผู้ล่วงลับพกติดตัวไปไหนมาไหนเสมอ และที่หน้าปกของสมุดเล่มนั้น มีลายเซ็นสลักชื่อกำกับไว้ชัดเจน ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับคนที่เพิ่งจะปรากฏตัวให้ผมเห็นหลังเวทีเมื่อครู่นี้ ประธานบริหารเดินตรงมาที่หน้าเวที เขาไม่ได้มองมาที่ผม แต่มองตรงไปที่เพลง แววตาคู่นั้นเย็นเยียบเหมือนจะพูดว่า 'ความลับยังไม่จบแค่บนเวทีนี้' เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่าง ก่อนจะชูหน้าจอขึ้นให้ผมเห็นผ่านแสงสลัว ข้อความบนหน้าจอนั้นเขียนไว้เพียงสั้นๆ ว่า: "ถึงเวลาต้องจ่ายค่าตอบแทนสำหรับสิ่งที่พวกคุณขโมยไปเล่น... คืนนี้ หลังเวทีเตรียมตัวให้ดี" ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ผมและเพลงมาจนถึงตอนนี้นะครับ ครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%