“วางกีตาร์ของเธอลงซะ เพลง... เพราะนี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ชมรมนี้จะได้พิสูจน์ตัวเอง ก่อนที่ผมจะประทับตรา ‘ยุบ’ ลงบนเอกสารฉบับนี้”
เสียงของท่านประธานบริหารชมรมดนตรีระดับมหาวิทยาลัยกังวานก้องทั่วหอประชุม มันไม่ใช่เสียงตะคอก แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งในฤดูร้อน ผมยืนกำคีย์บอร์ดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด มองไปที่ ‘เพลง’ ที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ มือของเธอที่จับคอพาดกีตาร์โปร่งคู่ใจเริ่มสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยที่เคยเปี่ยมไปด้วยประกายฝันบัดนี้กลับรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา
ผมก้าวขึ้นไปยืนข้างเธอ ขวางหน้าประธานคนนั้นไว้ด้วยท่าทางนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจผมจะกำลังพายุคลั่งก็ตาม
“ท่านครับ” ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของผมเรียบเฉยแต่หนักแน่น “ดนตรีไม่ใช่เอกสาร และความพยายามของพวกเราไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี ถ้าท่านจะให้โอกาสสุดท้าย ก็ช่วยให้เราได้เริ่มเล่น... ไม่ใช่ให้เรายอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม”
สายตาของผู้คนนับร้อยในหอประชุมจับจ้องมาที่พวกเรา ความกดดันถาโถมราวกับคลื่นยักษ์ เพลงหันมามองผม ดวงตาของเธอลนลานเหมือนลูกนกที่กำลังจะตกลงจากรัง ผมจึงเอื้อมมือไปกุมมือซ้ายที่สั่นเทาของเธอไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของผมส่งผ่านไปถึงเธอ ผมบีบมือเบาๆ สบตาเธอด้วยความเชื่อมั่นที่เราสองคนมีให้กันมาตลอด
“เชื่อใจผมนะเพลง” ผมกระซิบ “แค่ฟังเสียงคีย์บอร์ดของผม... แล้วปล่อยให้กีตาร์ของเธอเล่าเรื่องราวที่เหลือออกมา”
เธอสูดหายใจลึก กัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ความมั่นใจที่เคยหายไปเริ่มกลับมาทีละน้อยเมื่อผมเริ่มกดคีย์แรก เสียงเปียโนที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังกังวานขึ้น มันคือท่วงทำนองที่เราซ้อมด้วยกันมาเป็นร้อยครั้ง มันไม่ใช่เพลงที่หวือหวา แต่มันคือเพลงที่สื่อสารตรงจากหัวใจ
เพลงเริ่มดีดสายกีตาร์ เสียงของสายโลหะที่สั่นพริ้วประสานเข้ากับโน้ตคีย์บอร์ดของผมได้อย่างลงตัว จังหวะที่เธอเคยติดๆ ขัดๆ บัดนี้กลับลื่นไหลราวกับสายน้ำ ในตอนที่เสียงดนตรีเริ่มเร่งเร้าขึ้น ผมเห็นภาพที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต... เพลงหลับตาลง ใบหน้าของเธอไม่ได้มีความกลัวอยู่อีกต่อไป มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากที่บ่งบอกว่าเธอกำลังมีความสุขที่สุดในโลก
เราแสดงดนตรีด้วยจิตวิญญาณ ไม่ใช่เพื่อประทับใจท่านประธาน แต่เพื่อตัวเราเอง เพื่อมิตรภาพในชมรม และเพื่อ ‘ท่วงทำนอง’ ที่จะไม่มีวันหายไปจากใจของเราสองคน
ทว่า ในช่วงท่อนพีคของเพลง ขณะที่ผมกำลังจะโซโล่รับส่งกับกีตาร์ของเธอ จู่ๆ ไฟบนเวทีก็ดับพรึ่บลง ความมืดมิดเข้าครอบคลุมหอประชุมจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง เสียงดนตรีทุกอย่างเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของผมและเพลงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
วินาทีนั้นเอง ผมได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินขึ้นมาบนเวที เสียงลมหายใจของคนแปลกหน้าที่รดต้นคอผมในความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบกว่าคำสั่งยุบชมรมเมื่อครู่
“เล่นต่อสิครับ... แต่ถ้าโน้ตตัวต่อไปผิดเพี้ยนไปจากที่ผมเขียนไว้แม้แต่นิดเดียว สิ่งที่รอพวกคุณอยู่ข้างล่างนั่น ไม่ใช่การถูกยุบชมรมหรอกนะ แต่มันคือการหายไปจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตลอดกาล”
ผมตัวชาวาบ มือที่วางบนคีย์บอร์ดสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะกลัวประธานบริหาร แต่เพราะเสียงกระซิบนั้น... มันคือเสียงของคนที่เป็นเจ้าของผลงานเพลงต้นฉบับที่เรากำลังเล่นอยู่ คนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดบทนี้ แล้วพบกันในบทสุดท้ายครับ คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 36
ท่วงทำนองแห่งหัวใจ (Climax)
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!