“ถ้าเธอไม่หยุดดีดคอร์ดนั้นซ้ำไปซ้ำมา ผมคงต้องขออนุญาตเปลี่ยนจังหวะให้มันจบลงเสียที”
เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของสวนสาธารณะริมน้ำในช่วงโพล้เพล้ เขาไม่ได้ก้าวเดินเข้าไปหา แต่ยืนพิงต้นสนขนาดใหญ่ห่างออกไปไม่กี่เมตร สายตาของเขาจ้องมองแผ่นหลังของ 'เพลง' ที่กำลังนั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาว สองมือนั่นสั่นเทาเล็กน้อยในขณะที่เธอกดคอร์ด G ลงไปบนกีตาร์โปร่งคู่ใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าเสียงดนตรีที่เธอสร้างขึ้นกำลังฉุดรั้งเธอไว้ในวังวนของความกลัว
เพลงสะดุ้งสุดตัว เธอหยุดนิ้วที่กำลังค้างอยู่บนสายเหล็กทันที ก่อนจะค่อยๆ หันมามองต้นเสียง ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความสดใสในชมรม บัดนี้กลับดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ได้ตอบโต้ แต่เลือกที่จะก้มหน้ามองหยดน้ำค้างที่เกาะอยู่บนตัวกีตาร์แทน
“พี่คีย์... มาทำอะไรที่นี่ครับ” น้ำเสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
“มาตามหาท่วงทำนองที่หายไปน่ะ” คีย์ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ชิดขึ้น กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ไม่ใช่เพราะเขาต้องการข่มขู่ แต่เพราะเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเพลงกำลังแบกรับอะไรอยู่ “ผมไปที่ห้องซ้อม แล้วได้ยินแค่ความเงียบ เพื่อนๆ ทุกคนรอเธออยู่ แต่น่าแปลกที่หัวใจของวงกลับเลือกที่จะมานั่งดีดคอร์ดเดิมซ้ำๆ ในที่ที่ไม่มีใครได้ยินแบบนี้”
“มันไม่พอครับพี่...” เพลงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอรื้นไปด้วยน้ำใส “ทุกครั้งที่นึกถึงการแสดงสด มือผมมันสั่น ผมจำไม่ได้แม้แต่คีย์ของเพลงที่ตัวเองแต่งขึ้นมา ทุกอย่างมันขาวโพลนไปหมด เหมือนผมกำลังทำลายท่วงทำนองของพวกเราทิ้งไปเสียเอง”
คีย์ทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มีเพียงช่องว่างเล็กน้อย แต่กลับรู้สึกเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลาง เขาหยิบสมุดโน้ตเพลงเก่าๆ เล่มหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าเป้ แล้ววางลงบนตักของเธอ
“เธอรู้ไหมว่าทำไมเพลงที่เธอแต่งถึงมีค่า” คีย์ถามพลางมองไปที่ผืนน้ำนิ่งสงบ “ไม่ใช่เพราะเทคนิคที่แพรวพราว ไม่ใช่เพราะโน้ตที่ซับซ้อน แต่เพราะมันคือเสียงสะท้อนจากความพยายามของเธอต่างหาก ตอนนี้เธอกำลังกลัวความผิดพลาดจนลืมไปว่า ดนตรีคือการสื่อสาร ไม่ใช่การทำโจทย์คณิตศาสตร์ที่ต้องแม่นยำทุกองศา”
“แต่คนฟังล่ะครับพี่... ถ้าผมเล่นผิด ถ้าผมทำมันพังลงบนเวที ผมจะมองหน้าทุกคนได้ยังไง”
คีย์หันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขาที่มักจะนิ่งสงบดั่งผิวน้ำ กลับดูร้อนแรงขึ้นอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือไปแตะที่หย่องกีตาร์ของเธอเบาๆ ก่อนจะดันมันกลับมาให้เธอ
“ถ้าเธอผิด ผมจะเล่นคีย์บอร์ดคอร์ดที่สองให้มันฟังดูเหมือนเป็นความตั้งใจ ถ้าเธอหลุด ผมจะคุมจังหวะให้เธอเอง เพลง... เธอไม่ได้ขึ้นไปแสดงบนเวทีนั้นคนเดียว และตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนั้น ผมจะไม่ปล่อยให้ท่วงทำนองของเธอต้องจบลงอย่างโดดเดี่ยวเด็ดขาด”
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับคำสาบาน เพลงนิ่งอึ้ง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่คีย์เพิ่งจะหยิบยื่นให้โดยไม่ตั้งใจ ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองเริ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
“ลองอีกครั้งสิ” คีย์ขยับตัวเข้าใกล้จนไหล่ของเขาเกือบชิดกับเธอ “แต่ครั้งนี้ อย่าเล่นเพื่อพิสูจน์อะไรกับใคร เล่นให้ผมฟัง... ในฐานะที่ผมเป็นคนเดียวในตอนนี้ที่อยากได้ยินเพลงนี้มากที่สุด”
เพลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความมั่นใจที่เคยแตกสลายเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่จากการปรากฏตัวของคนข้างกาย เธอวางนิ้วลงบนคอไม้กีตาร์อีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้สั่นเหมือนก่อนหน้า เธอมองไปที่สมุดโน้ตก่อนจะเริ่มกรีดนิ้วไปตามสาย ท่วงทำนองอันแสนเศร้าแต่ทว่าอบอุ่นค่อยๆ เริ่มบรรเลงขึ้น มันเป็นเพลงที่เรียบง่ายแต่กลับบาดลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
คีย์หลับตาลงรับฟังทุกตัวโน้ต เขาเผลอยกมือขึ้นเคาะจังหวะเบาๆ บนตักของตัวเอง ความรู้สึกที่พุ่งพล่านอยู่ในใจเขานั้นเกินกว่าที่เขามักจะแสดงออกไปมากนัก เขาพบแล้ว... ท่วงทำนองที่เขาตามหา ไม่ใช่แค่ตัวโน้ตในกระดาษ แต่คือความมุ่งมั่นที่กลับมาเปล่งประกายอีกครั้งในตัวเธอ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างแสนหวาน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากความมืดข้างหลังพวกเขา เสียงปรบมือดังแปะ แปะ แปะ อย่างช้าๆ และจงใจ
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ นะครับ คุณอัจฉริยะกับมือกีตาร์จอมหลงทาง”
ทั้งคู่ชะงักและหันไปมองพร้อมกัน ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำที่ดูไม่เข้ากับสวนสาธารณะแห่งนี้ยืนกอดอกอยู่ใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยเงามืด แต่แววตานั้นกลับจ้องมองมาที่เพลงด้วยความหิวกระหาย “ผมตามหาตัวคุณมานานมากเลยนะ... คุณเพลง... หรือควรจะเรียกว่าทายาทคนสุดท้ายของสตูดิโอ 'คอร์ดรัก' ดีล่ะ?”
คีย์รีบลุกขึ้นยืนบังเพลงไว้ทันที ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแล่นเข้าสู่ประสาทสัมผัส เขาจดจำคนคนนี้ได้... ชายที่เคยพยายามข่มขู่ชมรมดนตรีของพวกเขาเมื่อปีก่อน
“เรื่องนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่นี่ ถอยไปซะก่อนที่ผมจะเรียกเจ้าหน้าที่” คีย์กล่าวเสียงเย็น
ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “เรียกไปก็เท่านั้นครับคุณคีย์ เพราะสิ่งที่ผมถืออยู่นี้ คือประกาศสั่งรื้อถอนอาคารชมรมดนตรีของคุณภายในวันพรุ่งนี้... หากว่าคุณไม่ยอมส่งตัวเธอมาให้เรา”
โลกของเพลงหมุนคว้างในทันที กีตาร์ในมือหลุดร่วงลงสู่พื้นหญ้า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของดนตรีอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่ไม่มีทางเลือกเหลืออยู่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางตามหาท่วงทำนองไปกับผมในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 14
ตามหาท่วงทำนองที่หายไป
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!