ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน•ตอนที่ 15

คำขอโทษผ่านสายลม

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“เธอจะเอาแต่ก้มหน้าจ้องคอกีตาร์แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ เพลง!” เสียงของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องซ้อมห้องเดิมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แรงกระแทกของคีย์บอร์ดไฟฟ้าที่ถูกปิดฝาลงดังก้องไปทั่วห้อง ผมยืนอยู่ตรงข้ามเธอ เห็นมือเล็กๆ ของเพลงที่สั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เธอยังคงกำปิ๊กแน่น เพลงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสของเธอกำลังรื้นไปด้วยน้ำตา เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยความร่าเริงเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเป็นความเงียบที่บาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ “ฉันก็แค่... อยากเล่นให้มันออกมาดีที่สุด” เสียงเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ “แต่พอเห็นพี่มองมาด้วยสายตาแบบนั้น พี่รู้ไหมว่ามันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังพังทลายลงไปทุกที” ผมถอนหายใจยาว พยายามข่มอารมณ์ความผิดหวังในตัวเองที่เผลอไผลไปกับการจู้จี้เรื่องจังหวะจนลืมมองความรู้สึกของคนตรงหน้า ผมเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างเธอ บนม้านั่งไม้ตัวเก่าที่ผ่านการซ้อมมานับไม่ถ้วน สายตาของผมจ้องมองไปที่สายกีตาร์ที่เธอยังตั้งสายค้างไว้ “ขอโทษนะ” ผมเอ่ยขึ้น คำพูดสั้นๆ ที่เหมือนจะดูง่าย แต่มันหนักอึ้งในความรู้สึก “ผมไม่ได้ต้องการให้เธอกดดันจนสูญเสียตัวตน ผมแค่... กลัวว่าถ้าเธอไม่เป๊ะ เธอจะเสียโอกาสที่จะได้ยืนบนเวทีใหญ่ที่เธอฝันถึง แต่ดูเหมือนว่าผมกำลังเป็นคนทำลายฝันนั้นเสียเอง” เพลงหันมามองผม แววตาของเธอเปลี่ยนไป จากความสั่นไหวกลายเป็นความสงสัย “พี่คีย์... ทำไมพี่ถึงอยากให้ฉันเก่งขนาดนั้นคะ? พี่ไม่ต้องทำเพื่อฉันขนาดนี้ก็ได้” “ไม่ใช่เพื่อเธอหรอกเพลง” ผมยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความถือตัวแบบรุ่นพี่ปี 3 อย่างที่เคยเป็น “แต่เพราะผมเชื่อในท่วงทำนองของเธอ ผมเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้าม ผมเห็นพลังที่ซ่อนอยู่หลังความประหม่าของเธอนั่นแหละ” ห้องซ้อมกลับมาเงียบอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่กดดัน มันเป็นความเงียบที่มีเสียงหัวใจของเราสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เพลงค่อยๆ วางกีตาร์ลง แล้วเธอก็ยื่นมือมาแตะเบาๆ ที่คีย์บอร์ดตรงหน้าผม ก่อนจะขยับนิ้วกดคอร์ด C Major อย่างนุ่มนวล “ถ้าอย่างนั้น... พี่ช่วยฟังสิ่งที่ฉันอยากจะเล่นจริงๆ ได้ไหม ไม่ใช่สิ่งที่พี่อยากให้ฉันเป็น แต่เป็นสิ่งที่ใจฉันอยากจะบอกผ่านสายกีตาร์ตัวนี้” ผมพยักหน้า ยืดตัวตรงแล้วเตรียมพร้อมที่จะกดคีย์บอร์ดรับส่งจังหวะกับเธอ “เอาสิ ผมจะฟัง... จะฟังให้ดีที่สุดเลย” เราเริ่มบรรเลงดนตรีด้วยกันอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีการท้วงติง ไม่มีสายตาที่จ้องจับผิด มีเพียงการส่งสัญญาณผ่านดวงตาและจังหวะของดนตรีที่ไหลรื่น เพลงเล่นด้วยสัญชาตญาณ เธอไม่ได้กังวลเรื่องโน้ตที่ต้องแม่นยำ แต่มันคืออารมณ์ที่พรั่งพรูออกมา เสียงกีตาร์ของเธอช่างอิสระและทรงพลัง เหมือนนกที่กำลังโผบินออกจากกรงขัง เมื่อตัวโน้ตตัวสุดท้ายจางหายไป เพลงก็หันมาหาผมด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา “พี่คีย์คะ... ฉันคิดว่าฉันเข้าใจแล้ว ดนตรีไม่ใช่การทำตามสั่ง แต่มันคือการปล่อยให้สายลมนำพาความรู้สึกไป” ผมมองเธอด้วยความชื่นชมอย่างสุดซึ้ง ความรู้สึกที่ผมมีให้เด็กปี 1 คนนี้ มันเริ่มเกินกว่าคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้องไปไกลแล้ว “เธอทำได้ดีมากจริงๆ เพลง ผมภูมิใจในตัวเธอเหลือเกิน” เราคุยกันต่ออีกนานท่ามกลางแสงไฟสลัวในห้องซ้อม จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เสียงเคาะประตูจังหวะรัวและแปลกประหลาดทำให้เราทั้งคู่ต้องชะงัก “ใครกันนะ มาดึกป่านนี้?” เพลงขมวดคิ้ว ผมเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย ทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดก็ก้าวเข้ามา เขาถือซองจดหมายสีขาวนวลในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย ก่อนจะยื่นซองนั้นให้ผมโดยไม่พูดอะไรสักคำ “จากชมรมดนตรีสากล... พวกเขาบอกว่าการแสดงที่พวกคุณเตรียมไว้ อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นที่เวทีหอประชุมอย่างที่คิดครับ” หัวใจผมหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อเปิดซองจดหมายอ่านรายละเอียดข้างใน ในขณะที่เพลงรีบวิ่งเข้ามาดูข้างๆ ผมก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นตราประทับของคณะกรรมการดนตรีระดับประเทศที่ประทับอยู่บนหัวกระดาษ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางตามหาท่วงทำนองไปกับผมในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่วงทำนองของหัวใจ: ยัยมือกีตาร์กับนายคีย์บอร์ดจอมกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%