พรานวิญญาณปะทะอาคมเลือด: ปริศนาขุมทรัพย์สุสานไร้เงา•ตอนที่ 2

ผู้แปลภาษาผี

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันธูปดำลอยอวลจนแสบจมูก ท่ามกลางความมืดมิดของศาลาวัดร้างริมป่าตอง ประโยคที่กระซิบข้างหูเมื่อครู่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในโสตประสาทของผม "นาย... มาช่วยฉันแล้วสินะ..." ผม—ร้อยตำรวจเอกธันวา—กระชับปืนพกในมือแน่นจนข้อต่องอเกร็ง นิ้วชี้ทาบอยู่ตามโครงปืนอย่างระมัดระวังตามหลักยุทธวิธี สายตากวาดมองผ่านลำแสงไฟฉายคาดหัวไปยังความว่างเปล่าตรงหน้า ที่ซึ่งควรจะมีเพียงฝุ่นละอองและซากปรักหักพัง แต่ภาพที่ปรากฏกลับทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก กลางลานพิธีซึ่งถูกโรยด้วยผงกระดูกและอักขระโบราณ ร่างของใครคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิหันหลังให้ เปลวเทียนสีดำเล่มใหญ่สבעสะท้อนเงายาวทอดทับโครงสร้างผุพัง สิ่งที่ทำให้ผมต้องยกศูนย์เล็งขึ้นระดับสายตาไม่ใช่แค่ความผิดสถานที่ แต่เป็นเสียงสวดพึมพำที่ดังลอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่ภาษาบาลีสันสกฤตที่พระสงฆ์ใช้กัน หากแต่เป็นสำเนียงแหบพร่าคล้ายเสียงสัตว์ป่าคำรามสลับกับเสียงสำลักน้ำ "คุณไม่ใช่ตำรวจ... และกลิ่นตัวของคุณมันฟ้องว่าเมื่อคืนคุณนอนไม่พอ" เสียงนั้นตวัดขัดขึ้นมาโดยที่ร่างเบื้องหน้ายังไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ความนิ่งสงบผิดมนุษย์มนาทำให้ผมต้องหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ด้วยสมองส่วนเหตุผล "แสดงตัวซะ" ผมออกคำสั่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังอย่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ "คุณกำลังบุกรุกสถานที่ส่วนบุคคล และมีพฤติกรรมเข้าข่ายทำลายหลักฐานในคดีอารกรรม" ร่างนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย้ยหยัน ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ แสงไฟฉายสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่ผมราวกับกำลังอ่านทะลุเข้าไปถึงทะเบียนประวัติอาชญากรในสมองของผม ชายแปลกหน้าผู้นั้นสวมเสื้อเชิร์ตสีเข้มพับแขนลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักอักขระขודขลังสีแดงก่ำที่ข้อมือขวา เขากำลังถือกระดูกชิ้นเล็กๆ ที่น่าจะเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ไว้ในมือซ้าย ปัดมันไปมาเหนือถ้วยดินเผาที่บรรจุของเหลวสีดำคล้ำ "หลักฐานเหรอครับ ผู้กองธันวา?" มุมปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน "คุณกำลังมองหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในสถานที่ที่กฎหมายของมนุษย์เอื้อมไม่ถึงเนี่ยนะ ช่างน่าขันสิ้นดีสำหรับอดีตนายตำรวจมือปราบผู้เคร่งครัด" ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความแปลกใจที่เขาจำผมได้ "คุณเป็นใคร และรู้ชื่อผมได้ยังไง" "ผมชื่อเพลิง... คนที่กำลังทำในสิ่งที่ตำรวจน้ำดีอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจ" เพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงไล่เลี่ยกับผมแต่มีท่าทีผ่อนคลายกว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้รอบตัวจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายก็ตาม "ส่วนเรื่องที่ผมรู้ชื่อคุณ... อา... กลิ่นอายความสูญเสียมันหอมหวานเกินกว่าจะปิดบังมิดหรอกนะครับ โดยเฉพาะกลิ่นอายของคู่หูคนที่ตายในคดีเมื่อสามปีก่อน ที่ยังคงเดินตามหลังคุณต้อยๆ อยู่ทุกวันนี้" สิ้นคำพูดนั้น ขนทั่วร่างของผมก็ลุกชันขึ้นทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากต้นคอลงสู่กระดูกสันหลัง ภาพเงาสลัวของสารวัตรอนันต์ คู่หูผู้ล่วงลับผุดขึ้นมาในหัววูบหนึ่ง แต่ผมสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกงงงวยนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว บังคับตัวเองให้ยืนหยัดอยู่บนความจริง "อย่ามาเล่นจิตวิทยาตื้นๆ กับผม" ผมก้าวเท้าเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว ระยะห่างลดลงจนอยู่ในรัศมีที่สามารถเข้าประชิดตัวได้ทันทีหากเขาตุกติก "บอกวัตถุประสงค์ของคุณมาก่อนที่ผมจะจับกุมคุณข้อหาลักลอบขุดค้นและทำลายซากศพ" เพลิงไม่สะทกสะท้านต่อปากกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่หน้าอก เขาเพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาหาผมอย่างไร้ความเกรงกลัว ปลายกระบอกปืนเกือบจะแตะโดนกระดุมเสื้อของเขาอยู่แล้ว แต่เขากลับหยุดยืน นัยน์ตาสีสนิมเหล็กมองลึกลงไปในตาผมโดยไม่กะพริบ "คุณคิดว่าคดีคนหายสราญรมย์เมื่อสัปดาห์ก่อน กับโครงกระดูกที่ถูกพบในป่าลึกนี่ เป็นฝีมือของ 'โจรป่า' อย่างที่รายงานในสำนวนตำรวจเขียนไว้สินะครับ?" เพลิงกระซิบเสียงต่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยนัยยะท้าทาย "น่าสมเพชจริงๆ... มนุษย์เรามักเลือกเชื่อเฉพาะสิ่งที่สมองอยากจะประมวลผล เพื่อจะได้นอนหลับอย่างสนิทใจในยามค่ำคืน" ผมกัดกรามแน่น แรงกดดันจากท่าทีของเพลิงทำให้ผมต้องใช้สมาธิอย่างมากในการควบคุมอารมณ์ "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วิถีกระสุน และคราบดีเอ็นเอ คือสิ่งเดียวที่ศาลใช้ตัดสิน ไม่ใช่เรื่องงมงายไร้สาระแบบที่คุณกำลังทำอยู่" "งั้นเหรอครับ?" เพลิงแค่นAเสียง "ถ้าอย่างนั้น... ลองก้มลงมองที่พื้นรองเท้าของคุณสิครับ ผู้กองคนเก่ง" ผมชะงัก สายตาเหลือบลงมองตามคำท้าทาย ท่ามกลางผงกระดูกและรอยเปื้อนสีดำที่พื้น มีรอยเท้าคู่หนึ่ง—รอยเท้าที่ไม่ได้เกิดจากรองเท้าคอมแบทของผม และไม่ได้เกิดจากรองเท้าผ้าใบของเพลิง แต่มันเป็นรอยเท้าเปล่าของเด็กเล็ก ที่เปียกโชกไปด้วยเลือดสดๆ และรอยนั้น... กำลังเดินวนเวียนอยู่รอบรองเท้าของผมทีละนิด ทีละนิด อย่างเชื่องช้า ผมเงີยหน้าขึ้นมองเพลิงทันที ทว่าชายหนุ่มกลับหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าและเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยมากับสายลมราตรีจากมุมมืดของศาลา "ยินดีต้อนรับสู่โลกความจริงที่อยู่นอกเหนือตำราสอบสวนนะครับ ผู้กอง... คดีนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานวิญญาณปะทะอาคมเลือด: ปริศนาขุมทรัพย์สุสานไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%