กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง•ตอนที่ 5

คนแปลกหน้าที่ชื่อว่าเพื่อนบ้าน

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงโขลกพริกแกงในครกหินอ่างศิลาจังหวะสม่ำเสมอ คือดนตรีบำบัดความว้าวุ่นในใจรินรดาได้ดีที่สุดในยามบ่ายแก่ๆ กลิ่นหอมฉุนของข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด และพริกแห้งเผาไฟจนหอมกรุ่น ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัดของร้าน "กับข้าวหม้อเก่า" วันนี้เธอกำลังเคี่ยวพริกแกงคั่วกลิ้งปลาดุกนาสูตรโบราณที่ตกทอดมาจากคุณยาย เนื้อปลาดุกย่างเตาถ่านจนหอมกรุ่น ถูกแกะเอาแต่เนื้อแน่นๆ ลงไปผัดเคล้ากับเครื่องแกงเผ็ดร้อนจนแห้งสนิท ไร้ร่องรอยของน้ำมันส่วนเกิน มีเพียงความมันจากเนื้อปลาและรสชาติเผ็ดร้อนที่ซึมลึกถึงแก่น "กลิ่นนี้... รบกวนคนแถวนี้มาตั้งแต่หัวมุมถนนแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นที่หน้าประตูครัว รินรดาชะงักมือที่กำลังถือตะหลิว เธอนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะหันกลับไปมอง ภาคินยืนพิงกรอบประตูไม้เก่าๆ ของร้าน สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ผ่านงานหนักมาโชกโชน ใบหน้าคมคายเจือรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านยาก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันอบอุ่นเสียจนหัวใจคนมองกระตุกวูบ นี่คือการสนทนากันอย่างจริงจังครั้งแรกในร้านของพวกเขา หลังจากผ่านพ้นเรื่องราววุ่นวายจากพวกญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อเมื่อวันก่อนมาได้หมาดๆ "ถ้าเกรงใจว่ารบกวน คุณภาคินควรจะยืนอยู่ให้ห่างจากรัศมีของกลิ่นพริกแกงนะครับ เดี๋ยวเสื้อผ้าจะเหม็นกลิ่นเครื่องเทศเอาเปล่าๆ" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ดวงตาสุกใสไม่ได้แสดงความรังเกียจ ตรงกันข้าม เธอกลับหันไปหยิบจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามขึ้นมาตักคั่วกลิ้งปลาดุกนาสีเหลืองทองเข้มข้นตักใส่จานอย่างบรรจง "ผมไม่ถือหรอกครับ..." ภาคินก้าวเท้าเข้ามาในครัวทีละน้อยอย่างถือวิสาสะ แต่กิริยามารยาทกลับสุภาพเรียบร้อยจนหาที่ติไม่ได้ "อันที่จริง... ผมชอบกลิ่นนี้มากกว่าน้ำหอมราคาแพงในเมืองกรุงเสียอีก มันให้ความรู้สึกเหมือน... ได้กลับบ้าน" คำว่า 'กลับบ้าน' ของเขา ทำให้มือที่กำลังวางจานคั่วกลิ้งลงบนโต๊ะอาหารชะงักไปนิด รินรดาลอบมองชายหนุ่มผ่านหางตา เขาไม่ได้พูดเล่น แววตาคู่นั้นจริงจังและมีความโหยหาบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ "บ้านเหรอครับ... ร้านเล็กๆ ของผม คงเทียบกับบ้านหลังใหญ่ของคุณไม่ได้หรอก" รินรดาแค่นยิ้มหยันตัวเองเล็กน้อย นึกถึงตระกูลฝั่งแม่ของเธอที่มักจะมองว่าบ้านหลังนี้เป็นแค่ "โรงครัวชั้นต่ำ" ที่คอยผลิตเงินให้พวกเขาผลาญเล่น ภาคินส่ายหน้าช้าๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะไม้เก่าที่วางสำรับอาหารไว้อีกก้าวหนึ่ง กลิ่นอายความเป็นสุภาพบุรุษและสายตาที่พร้อมจะ "ซัพพอร์ต" ทุกย่างก้าวของเธอลอยเด่นชัดขึ้นจนรินรดาต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความหวั่นไหว "สำหรับผม บ้านไม่ใช่สถานที่หรูหราครับ..." ภาคินทอดเสียงนุ่ม แววตาทอประกายจริงจังขณะจ้องมองหญิงสาว "บ้านคือที่ที่มีความสุข มีอาหารอร่อยๆ รออยู่ และ... มีคนที่ทำให้เราอยากตื่นมาเจอหน้าในทุกๆ เช้า" รินรดาหันขวับกลับมามองหน้าเขา ใบเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ แม้เธอจะผ่านมรสุมชีวิตและคนเห็นแก่ตัวมามากจนเกราะป้องกันตัวหนาเตอะ แต่กับผู้ชายสายเปย์ที่ขยันหยอดคำหวานและใช้การกระทำหนักแน่นคอยหนุนหลังเธอทุกเรื่องคนนี้ เธอกลับรู้สึกว่าเกราะเหล็กกล้ากำลังจะละลายกลายเป็นจุลด้วยความร้อนผ่าวจากสายตาคู่นั้น "คุณภาคิน... พูดจาแปลกๆ นะครับ เราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานเอง" รินรดาพยายามดึงน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิท แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองเพล "นานไม่สำคัญเท่าความรู้สึกหรอกครับ" ภาคินยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาออกมาวางกล่องไม้สักแกะสลักอย่างประณีตลงบนโต๊ะข้างจานคั่วกลิ้ง "นี่คือสิ่งที่ผมตั้งใจเอามาแลกกับกับข้าวฝีมือคุณในวันนี้" รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอมองหน้าชายหนุ่มสลับกับกล่องไม้สักตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจเปิดฝากล่องออกช้าๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ภายในกล่องบุด้วยกำมะหยี่สีแดงเข้ม วางนอนนิ่งอยู่คือ "ชุดมีดทำครัวสเตนเลสดามาสก์" นำเข้าจากเยอรมนี ด้ามจับทำจากไม้มะเกลือเนื้อดี แกะสลักลวดลายประณีตบรรจง เป็นชุดมีดที่เชฟมืออาชีพใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ครอบครอง แต่มันมีราคาสูงลิ่วจนคนทำร้านข้าวแกงเล็กๆ อย่างเธอได้แต่มองผ่านหน้าต่างร้านหนังสือ "นี่มัน..." รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ "มันแพงเกินไปครับ ผมรับไว้ไม่ได้หรอก" "ผมไม่ได้ให้คุณฟรีๆ สักหน่อยครับ" ภาคินยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หสอต่อมูลค่ามหาศาลของมัน "ผมบอกแล้วว่าเอามาแลก... แลกกับข้าวแกงฝีมือคุณทุกมื้อนับจากนี้ไป จนกว่าผมจะกินครบทุกเมนูในตำราของคุณ" "คุณภาคิน! แบบนี้มันเอาเปรียบกันชัดๆ..." รินรดาโต้กลับเสียงแข็ง แม้หัวใจจะพองโตจนคับอก "ผมเป็นวิศวกรครับ ถนัดเรื่องการคำนวณความคุ้มค่า..." ภาคินโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกลิ่นอายแดดอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก "การลงทุนกับรอยยิ้มของคุณ และความสุขในการทำอาหารของคุณ เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดในชีวิตผมแล้วล่ะครับ" ก่อนที่รินรดาจะได้หาคำพูดไหนมาเถียงชายหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์แต่แสนดีคนนี้ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน ร่างท้วมของป้าสำเนียง แม่ค้าขายของชำปากจัดประจำซอยยืนทำหน้าตื่นตระหนกอยู่หน้าร้าน มือข้างหนึ่งชี้ไปที่ถนนใหญ่ด้วยอาการลนลานจนผิดปกติ "คุณริน! แย่แล้ว! พวกบ้านใหญ่ของคุณ... กำลังพาตำรวจกับเจ้าที่ดินมาที่นี่!" รินรดาหน้าถอดสีทันที แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มือหนาของภาคินก็เอื้อมมาจับมือเรียวของเธอไว้แน่นสัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านความมั่น "ไม่ต้องกลัวครับ..." ภาคินแย้มรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งพญาเสือซุ่ม "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 'เพื่อนบ้าน' คนนี้เอง" *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมาครับ*
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%