"ถ้าคุณป้ายังกล้าเอาสมุดบัญชีเก่าของตระกูลมาอ้างสิทธิ์มรดกอีกรอบ ผมเกรงว่าทนายความประจำตระกูลเราคงต้องทำงานหนักหน่อยนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของภาคินดังขึ้น ท่าاصยภาพในห้องครัวแคบๆ ของร้านอาหารไทยโบราณกลับหนาแน่นขึ้นมาทันตาเห็น สมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่เปื่อยยุรทรุดโทรมถูกวางกระแทกบนโต๊ะไม้สักเก่าจนฝุ่นฟุ้งกระจาย รินรดายืนกอดอกมองญาติผู้ใหญ่ฝั่งสามีที่อ้างตัวว่าหวังดี แต่แววตากลับกวาดมองไปทั่วเคาน์เตอร์ครัวราวกับจะตีราคาเครื่องครัวทุกชิ้น
ป้าเพ็ญศรีแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้ายับย่นตามวัยเชิดขึ้นด้วยความถือดี นางกวาดสายตามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูแคลน "พวกเธอจะปากเก่งไปได้สักกี่น้ำ สมุดบัญชีเล่มนี้บันทึกสูตรลับต้มยำและแกงรัญจวนของตระกูลเราไว้ สมบัติเหล่านี้ไม่ใช่ของสะใภ้หัวสูงอย่างเธอจะมาฮุบเอาไว้คนเดียว! ถ้าไม่อยากให้อายชาวบ้านจนเปิดร้านต่อไม่ได้ ก็จายเงินมาห้าแสนแล้วฉันจะถือว่ายกเรื่องนี้ให้จบๆ กันไป"
รินรดาไม่โกรธ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนเขียงไม้เนื้อแข็งที่ผ่านการใช้งานมานานนับทศวรรษ
"ห้าแสนบาทสำหรับกระดาษเปื่อยๆ ที่ป้าเขียนเพิ่มหมึกปากกาเองเมื่อไม่นานมานี้เหรอครับ?" ภาคินเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมกับเลื่อนแท็บเล็ตในมือให้เห็นภาพถ่ายซูมชัดเจนของหมึกพิมพ์ที่ยังไม่แห้งสนิทดีในหน้ากระดาษหน้าที่ป้าเพ็ญศรีเพิ่งเปิดอ้างอิง "เทคโนโลยีพิสูจน์หลักฐานสมัยนี้ไปไกลมากแล้วนะครับคุณป้า หรืออยากให้ผมให้ตำรวจกองปราบแวะมาช่วยตรวจสอบลายมือพิมพ์ดีดสมัยโบราณที่เพิ่งใช้หมึกเคมีร่วมสมัยนี้ดีครับ?"
ป้าเพ็ญศรีหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก นางรีบคว้าสมุดเล่มนั้นกลับมาซ่อนไว้ข้างลำตัวด้วยความตกใจกลัว แต่ยังคงเกร็งคอแข็งกระด้าง "แก... แกสองคนมันพวกอกตัญญู! ระวังไว้เถอะ ทำมาหากินไม่ขึ้นหรอก!" นางสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทកเท้าออกไปจากร้าน ทิ้งเสียงปิดประตูบานเลื่อนดังปึงปังสะท้านสะเทือน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมร้านในชั่วพริบตา รินรดาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ไหล่บางที่แบกรับความกดดันมาตลอดสัปดาห์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"เหนื่อยหน่อยนะครับคนดี" ภาคินเดินเข้ามาโอบไหล่บางไว้ หลัวกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วบดสะอาดสะอ้านจากตัวสามีช่วยดึงสติเธอกลับมา "เงินห้าแสนนั่น ผมเปย์ให้คุณไปฟาดหน้าพวกเขาเล่นๆ ตอนนี้ยังไหวเลยนะ"
รินรดาตีแขนสามีเบาๆ ค้อนให้ทีหนึ่ง "พูดจาเหลาะแหละค่ะ... เอ๊ย! นะครับ" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน "เงินทองไม่ใช่ใบไม้ใบหญ้า ถึงคุณจะหาเก่งแค่ไหน ฉันก็ไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบทั้งนั้นแหละค่ะ... อีกแล้ว! ฉันหมายถึง 'นะครับ'"
ภาคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือหนาไปลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาอย่างรักใคร่ "ไม่เป็นไรครับ คุณจะพูดอะไรผมก็ฟังทั้งนั้น... ว่าแต่ สูตรแกงโบราณของย่าที่คุณพยายามแกะรอยมาสามวันสามคืนแล้ว ไปถึงไหนแล้วล่ะครับ หืม?"
รินรดาหันกลับมามองหม้อดินเผาใบใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเตาถ่าน กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยอวลอยู่ในอากาศขณะนี้ช่างแตกต่างจากความวุ่นวายเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง กลิ่นหอมลึกล้ำของรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำที่โขลกละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกับกะปิอย่างดี ถูกผัดเคี่ยวในน้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ จนส่งกลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูก ทว่า... มันยังขาดอะไรบางอย่างไป
"ฉันลองมาหมดแล้วครับทั้งกะทิเคี่ยว น้ำตาลมะพร้าวแท้ หรือแม้แต่น้ำปลาดีสามปี แต่พอนำมาเคี่ยวรวมกับเนื้อปูและใบยอตามบันทึกหน้าสุดท้ายของย่า น้ำแกงกลับขาดความนุ่มนวลกลมกล่อมแบบที่ฉันเคยจำได้ตอนเป็นเด็ก" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตจ้องมองฟองปุดๆ สีวลีในหม้อด้วยความครุ่นคิด
"ลองชิมดูอีกทีไหมครับ" ภาคินตักน้ำแกงใส่ช้อนกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กเป่าให้หายร้อนแล้วป้อน3จ่อตรงริมฝีปากบาง รินรดารับเข้ามาอมไว้ในปากลิ้มรสสัมผัสอย่างตั้งใจ ปลายลิ้นรับรู้ถึงรสเผ็ดร้อนปลายๆ ตามด้วยความมันของกะทิ แต่พอกลืนลงคอ กลับมีรสชาติขื่นบางเบาติดอยู่ตรงโคนลิ้น
"ไม่ใช่..." รินรดาส่ายหน้าเบาๆ "รสชาตินี้ไม่ใช่ฝีมือย่า ย่าไม่เคยทำแกงที่มีรสขื่นแบบนี้ แม้แต่จะใช้ไฟแรงเกินไปก็ไม่ใช่"
ภาคินมองภรรยาที่กำลังใช้ความคิดอย่างลึกซึ้ง เขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้มีความมุ่งมั่นและรักในรสชาติอาหารดั้งเดิมมากแค่ไหน การแกะรอยสูตรลับของตระกูลไม่ใช่แค่เรื่องของการทำมาหากิน แต่มันคือการรักษาความทรงจำอันมีค่าระหว่างเธอกับคุณย่าที่ล่วงลับไปแล้ว
"ถ้าปัญหาไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบหลัก... แล้วมันจะอยู่ที่ขั้นตอนไหนล่ะครับ?" ภาคินพึมพำเบาๆ พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบห้องครัว จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับขวดโหลแก้วโบราณใบหนึ่งที่ตั้งอยู่บนชั้นวางของสูงสุด ซึ่งถูกบังด้วยลังกระดาษเก่าๆ
"รดาครับ... นั่นคืออะไร?" ภาคินชี้มือขึ้นไปบนชั้น
รินรดาเงยหน้ามองตามนิ้วของสามี ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "โหลนั้น... สมัยเด็กย่าเคยบอกว่าเป็น 'ของหวง' ห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด ย่าบอกว่าเป็นหัวเชื้อลับที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นทวด"
เธอรีบคว้าเก้าอี้มาปีนขึ้นไปหยิบโหลแก้วใบนั้นลงมาอย่างระมัดระวัง ฝุ่นหนาเตอะถูกปัดออกเผยให้เห็นเนื้อของเหลวสีน้ำตาลเข้มข้นภายใน ปิดผนึกด้วยจุกไม้ก๊อกและเทียนไขอย่างแน่นหนา
มือเรียวบรรจงแกะเทียนไขและดึงจุกไม้ออกอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่จุกไม้ก๊อกหลุดออก กลิ่นหอมละมุนลึกซึ้งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเครื่องเทศหมักบ่มนานปี รสสัมผัสของภูมิปัญญาโบราณก็พวยพุ่งทะลักออกมาตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวจนภาคินถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ
รินรดานัยน์ตาเป็นประกาย เธอรู้ทันทีว่านี่คือ "จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย" ที่ตามหามานาน
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะเทหยดหัวเชื้อนั้นลงในหม้อต้ม เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในร้านโดยไม่ได้รับอนุญาต...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอมาครับ
กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง•ตอนที่ 6
ความลับในหม้อต้ม
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!