"ใครอยู่ตรงนั้น?" ภาคินเอ่ยเสียงเข้ม พร้อมกับก้าวเท้าบังร่างของภรรยาไว้ทันที
เงาทะมึนที่ทอดผ่านกรอบประตูห้องครัวด้านหลังร้าน ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ป้าวิไล พี่สาวแท้ๆ ของแม่สามีผู้ล่วงลับ ที่มักจะโผล่มาพร้อมกับถุงพลาสติกใบใหญ่และสายตาดุจดั่งนกแร้งรอทึ้งซากสัตว์
ป้าวิไลชะงักฝีเท้า ใบหน้าย่นยู่ตามวัยแต่แฝงไว้ด้วยความโลภฉายแววตื่นตระหนกชั่วครู่ ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าถือดีตามนิสัยเดิม ร่างท้วมก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ ส้นรองเท้าแตะส่งเสียงกระทบพื้นซีเมนต์ดังลั่น
"อุ모๋ย! ทำเป็นเสียงดุเสียงดังไปได้นะตาภาคิน แกนี่มันตระหนี่ถี่เหนียวเสียจริง เห็นหน้าป้าแล้วต้องทำท่าทางเหมือนเจอโจรผู้ร้ายหรือไง" ป้าวิไลเชิดหน้าขึ้น ส่งสายตากวาดมองไปทั่วครัวที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี ก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของรินรดา "ฉันก็แค่เดินผ่านมาแถวนี้ ได้กลิ่นเครื่องแกงหอมหวนชวนหิว นึกว่าร้านหลานสะใภ้จะเจ๊งจนต้องปิดตัวไปเสียอีก ที่ไหนได้... ยังเปิดหัวดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอยู่นี่"
รินรดาผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ นางขยับตัวออกจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างของสามี ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดขาดอย่างไม่เกรงกลัว นางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้านก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท
"ถ้าป้าวิไลผ่านมาแล้วได้กลิ่นหอม ก็คงต้องขอตัวนะครับ... อ้อ, ขออภัยครับ พอดีกับข้าววันนี้เราทำตามออร์เดอร์ที่จองไว้ล่วงหน้าเท่านั้น ไม่มีเหลือเผื่อแจกจ่ายใครฟรีๆ ครับ"
ป้าวิไลหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความไม่พอใจ "นี่นังริน! แกกล้าไล่ฉันเหง้าญาติผู้ใหญ่หรอ? ฉันมีศักดิ์เป็นป้าของสามีแกนะยะ! แค่ตักแกงใส่ถุงแบ่งให้ฉันสักถุงสองถุง มันจะขนหน้าแข้งร่วงสักกี่เส้นเชียว หรือว่าร้านหม้อเก่าๆ นี่มันงกเงินจนสันดานออก?"
บรรยากาศในห้องครัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศในหม้อเริ่มถูกแทนที่ด้วยความอึดอัด ภาคินที่ยืนเงียบมาตลอด ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวป้าวิไลด้วยท่าทีคุกคามอย่างเงียบเชียบ เขาสูงกว่าป้าวิไลเกือบสองช่วงตัว การก้มมองลงมาจึงให้ความรู้สึกกดดันราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังถล่มทับ
"ป้าครับ" ภากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม "พื้นที่ตรงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วน ภรรยาผมเป็นคนลงมือเหนื่อยยากทำมาหากินทุกหยาดหยด วัตถุดิบทุกชิ้นมีต้นทุน เวลาทุกนาทีมีมูลค่า ถ้าป้าต้องการกินอาหารฝีมือภรรยาผม... เชิญใช้เงินซื้อครับ เหมือนลูกค้ารายอื่น ๆ"
ป้าวิไลถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าหลานชายที่เคยเงียบขรึม จะกล้าต่อปากต่อคำและไล่ต้อนนางกลางร้านเช่นนี้ "แก... แกกล้าพูดจาแบบนี้กับฉันหรอไอ้ภาคิน! นังนี่มันเป่าหูอะไรแก ถึงได้กลายเป็นคนอกตัญญูกsะด้างกระเดื่องแบบนี้!"
"พอเถอะครับ" รินรดายกมือขึ้นห้ามปราม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ถ้าป้าไม่มีธุระเรื่องการค้า ก็เชิญออกไปจากร้านผมด้วยครับ ลูกค้าท่านอื่นกำลังจะมารับอาหารเที่ยง ถ้าป้ายังส่งเสียงโวยวายรบกวนความสงบ ผมคงต้องเชิญเจ้าหน้าที่มาช่วยเคลียร์พื้นที่ส่วนบุคคลแล้วนะครับ"
ป้าวิไลมองหน้าสองสามีภรรยาด้วยความแค้นเคือง นางรู้ดีว่าตระกูลฝั่งสามีไม่ได้หนุนหลังนางในเรื่องไร้มารยาทเช่นนี้ สุดท้ายจึงได้แต่สะบัดหน้าพรืด พึมพำด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากร้าน
เสียงประตูกระแทกปิดลงตามหลัง รินรดายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา นางหันไปมองสามีที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาคู่สวยฉายแววอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "คุณนี่นะ... ไปพูดจาแบบนั้น เดี๋ยวเขาก็เอาไปนินทาเสียหายให้อีกหรอก"
ภาคินหันมามองภรรยา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววอบอุ่นและสปอยล์ภรรยาเต็มพิกัด มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของนางอย่างเบามือ
"ปล่อยให้เขาเห่าไปเถอะครับ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ผมไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบหยาดเหงื่อของรินหรอกครับ จำไว้... ที่นี่คืออาณาจักรของคุณ ส่วนผมมีหน้าที่เป็นโล่คอยกันพวกน่ารำคาญออกไปให้หมด"
คำพูดเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยการซัพพอร์ตอย่างหนักแน่น ทำให้หัวใจของเชฟสาวผู้โดดเดี่ยวมานานเกิดความอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด นางค้อนใส่สามีหนุ่มเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาสนใจเตาไฟตรงหน้า
"ถ้าอย่างนั้น... ในฐานะที่ท่านวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่เคลียร์พื้นที่ให้ผมได้สะอาดสะอ้าน มื้อเที่ยงวันนี้ผมจะจัดเต็มเป็นพิเศษให้คุณเองครับ"
ว่าแล้ว รินรดาก็เริ่มลงมือจัดการกับวัตถุดิบชิ้นสำคัญบนเขียงไม้เนื้อหนา วันนี้เป็นวันแรกที่ภาคินว่าจ้างนางทำ "อาหารชุดพิเศษสำหรับมื้อเที่ยงทุกวัน" ด้วยเรตราคาที่สูงลิ่วจนนางเกือบปฏิเสธ แต่ด้วยสายตาเว้าวอนแกมบังคับของสามีสายเปย์ ทำให้ข้อเสนอนี้ผ่านความเห็นชอบอย่างรวดเร็ว
กุ้งแม่น้ำตัวโตขนาดเท่าฝ่ามือ เนื้อแน่นสดเด้ง ถูกผ่าหลังทำความสะอาดอย่างประณีต รินรดาก่อไฟเตาถ่านให้คุโชน กลิ่นหอมของถ่านไม้ไผ่ผสมผสานกับกลิ่นอายความชื้นยามสาย ทำให้บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยความสุขของการทำอาหาร
นางเริ่มทำ "ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำย่าง" เมนูไทยแท้ที่ต้องใช้ฝีมือและความละเอียดอ่อน น้ำกะทิสดเคี่ยวจนแตกมัน ผสมผสานกับพริกแกงเผ็ดสูตรลับที่ตำเองกับมือ โขลกจนละเอียดเนียนละเอียด ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว กลิ่นหอมของใบมะกรูดซอยละเอียดและพริกชี้ฟ้าแดงที่โรยหน้าตัดสีกันอย่างงดงาม ทำให้ท้องของคนที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ
"หอมมากครับ..." ภาคินยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรอบเอวบางของภรรยาไว้หลวมๆ ปลายคางได้รูปเกยลงบนไหล่ลาด นัยน์ตาสีเข้มมองดูผลงานตรงหน้าด้วยความชื่นชม "แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าฝีมือภรรยาผมยืนหนึ่งในย่านนี้"
"ถอยไปเลยครับ เดี๋ยวโดนน้ำมันกระเด็นใส่หรอก" รินรดาร้องเตือน แต่มือไม่ได้ผลักไส นางตักน้ำแกงฉู่ฉี่สีส้มอมแดงข้นคลั่ก ราดลงบนตัวกุ้งแม่น้ำย่างที่เนื้อสีส้มสุกกำลังพอดี ควันกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมยวนใจ
นอกจากฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำแล้ว บนโต๊ะอาหารยังถูกเติมเต็มด้วย "แกงรัญจวนเนื้อนุ่ม" ที่เคี่ยวกับน้ำพริกกะปิและตะไคร้จนเปื่อยนุ่มละลายในปาก และ "ปลาทอดขมิ้น" กรอบนอกนุ่มในที่โรยกระเทียมเจียวหอมๆ ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หุงด้วยน้ำใบเตย
เวลาเที่ยงตรงพอดี ลูกค้าขาประจำเริ่มทะยอยเข้าร้านตามนัดหมาย แต่ทว่า สำหรับโต๊ะพิเศษกลางร้าน โต๊ะที่ถูกจองไว้โดยสามีผู้ทุ่มทุนสร้าง ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตราวกับภัตตาคารหรู
ภาคินนั่งมองอาหารตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เขายกช้อนขึ้นตักน้ำแกงฉู่ฉี่ชิมคำแรก รสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม หวานมันจากกะทิและเนื้อกุ้งสดเด้ง กระจายไปทั่วต่อมรับรส ทำให้ดวงตาคมกริบเป็นประกาย
"อร่อยจนผมแทบไม่อยากแบ่งใครเลยครับ" ภาคินเอ่ยชมจากใจจริง
รินรดานั่งลงตรงข้าม รินน้ำเก๊กฮวยเย็นชื่นใจให้สามี มุมปากยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "ทานให้อร่อยนะครับ นี่เพิ่งเป็นวันแรก... เมนูพรุ่งนี้รับรองว่าเด็ดไม่แพ้กันแน่นอน"
บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นและเต็มไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคนทั้งคู่สร้างความอิจฉาให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมา จนกระทั่ง...
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้น "ก๊อกๆๆ"
รินรดากับภาคินชะงัก ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงยืนยิ้มหวานอยู่หน้าประตูกระจก มือถือถุงกระดาษแบรนด์ดัง ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตส่งสายตาหวานเชื่อมมาที่ภาคินทันทีที่ประตูเปิดออก
"พี่คินคะ... แหม รินรดาด้วย สวัสดีค่ะ พอดีดาวแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้พี่คินที่ร้านน่ะค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะได้กลิ่นกับข้าวหอมขนาดนี้ ขออนุญาตทานข้าวเที่ยงด้วยคนนะคะ พอดีดาวทำแซนด์วิชฝรั่งเศสมาฝากด้วยค่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาค้างไปชั่วขณะ นางหันไปสบตากับสามีทันที ขณะที่ภาคินขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววเย็นชาขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ก้าวเข้ามาในร้าน
โปรดติดตามตอนต่อไป...
- - - - - - - - - - - - - - - - - - -
*ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาเติมพลังใจให้ร้านหม้อเก่าๆ ของเราในทุกๆ วันนะครับ*
กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง•ตอนที่ 9
เมื่อความเปย์เริ่มออกฤทธิ์
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!