กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง•ตอนที่ 10

ลูกค้าวีไอพีที่น่าหมั่นไส้

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงถาดสเตนเลสกระทบกับเคาน์เตอร์ไม้สักดังเคร้ง ไม่ดังจนน่าเกลียด แต่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้บทสนทนารอบโต๊ะอาหารหยุดชะงักลงทันที รินรดากวาดสายตามองชายร่างท้วมในชุดสูทสีเทาอ่อนที่กำลังฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่ทอง ผู้ชายคนนี้คือ "อาคม" พี่ชายแท้ๆ ของแม่สามีผู้ล่วงลับ และมีศักดิ์เป็นลุงเขยจอมปลอมที่เคยมาป้วนเปี้ยนหน้าบ้านเพื่อขอจำนองโฉนดที่ดินเมื่อหลายปีก่อน ทว่าวันนี้ เขากลับก้าวเข้ามาในร้าน "บ้านหม้อเก่า" ด้วยท่าทีราวกับเป็นแขกวีไอพีระดับวีไอพี "อ้าว รินรดา หลานรัก... ไม่เจอกันนาน ร้านรวงดูเข้าท่าขึ้นนี่ โต๊ะเก้าอี้ไม้สักแบบนี้ ลุงจำได้ว่าเคยเป็นของเก่าเก็บหลังบ้านไม่ใช่หรือไง ถึงมือแกเข้าหน่อย เอามาปัดฝุ่นขายคนกรุงได้ราคาเป็นกอบเป็นกำเชียวรึ" อาคมหัวเราะในลำคอ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่สะอาดที่สุดโดยไม่รอให้เจ้าของร้านอนุญาตแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่ง มือเรียวที่เพิ่งวางทัพพีทองเหลืองลงในอ่างล้างหน้าชะงักไปนิด เธอไม่ได้เอ่ยต้อนรับ และไม่ได้แสดงความเกรงอกเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น ความเงียบโรยตัวลงในพื้นที่ย่อมๆ ของร้านอาหารสโลว์ไลฟ์แห่งนี้ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางเบาๆ และกลิ่นหอมกรุ่นของ "แกงเขียวหวานเนื้อน่องลาย" ที่เพิ่งเคี่ยวจนน้ำแกงขลุกขลิกแตกมันสวยงามจากเตาหลังร้าน "ร้านนี้ไม่ได้ต้อนรับแขกจรที่ไม่มีนัดล่วงหน้าครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ประตู ภาคินก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ชายหนุ่มถอดถุงมือช่างสีดำออกที1ข้าง เผยให้เห็นข้อมือแข็งแกร่งและนาฬิกาเรือนหรูที่สะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่น ัยน์ตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มไม่ได้มองอาคมด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่า—ความว่างเปล่าที่ทรงพลังยิ่งกว่าการตะโกนด่าทอเสียอีก อาคมถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อปะทะกับรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากสามีของหลานสาวคนนี้ "อ้าว... ภาคิน หลานเขย กร๊อกแกร็กกันอยู่แถวนี้เองหรอกรึ นึกว่ามัวแต่ไปรับจ้างซ่อมรถอยู่แถวอู่โน่น" อาคมหัวเราะกลบเกลื่อน ยกมือขึ้นโบกปัดราวกับสนิทสนม "วันนี้ลุงไม่ได้มามือเปล่าหรอกนะ พอดีผ่านมาแถวนี้ ได้ยินว่าร้านแกกำลังดังในโลกโซเชียล มีพวกนักรีวิวมาต่อคิวกันยาวเหยียด... ลุงก็เลยคิดว่า ในฐานะญาติผู้ใหญ่ เราควรจะมาคุยเรื่อง 'การบริหารจัดการ' ให้มันเป็นระบบขึ้นหน่อย" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นสั้นและเย็นชาพอให้อาคมหันขวับกลับมามอง "การบริหารจัดการ?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยคมมีด "หมายถึงการเข้ามาฮุบสูตรอาหาร หรือหมายถึงการส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณลุง มาขอส่วนแบ่งรายได้สามสิบเปอร์เซ็นต์แบบที่เคยทำเมื่อปีที่แล้วกันแน่คะ" "แหม, ริน... พูดจาให้มันน่าฟังหน่อยสิ ลูกหลานกันทั้งนั้น" อาคมทำหน้าเจ็บปวดราวกับโดนสาดน้ำร้อนใส่ "อีกอย่าง... ร้านนี้แต่เดิมก็เป็นสมบัติที่ตระกูลเราควรจะมีส่วนดูแลไม่ใช่หรือไง แกเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้าไม่ได้ลุงคอยตบๆ หนุนๆ แกจะตั้งหลักได้เร็วจนมีเงินมาซื้ออุปกรณ์พวกนี้รึ" ในจังหวะนั้นเอง ภาคินก็ขยับตัวเข้ามาประชิดด้านหลังของรินรดา มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ไม้ที่ภรรยายืนอยู่ หล่อนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับสิ่งที่ภาคินกำลังทำอยู่—ชายหนุ่มเลื่อนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามใบเล็ก ที่บรรจุ "ไข่พะโล้โบราณน้ำตาลเคี่ยว" สีเข้มข้นกำลังดี มาวางไว้ตรงหน้าอาคม "ถ้าคุณลุงมาเพื่อทานอาหาร ทางเรายินดีต้อนรับครับ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบนักธุรกิจ แต่แววตากลับเยียบเย็น "แต่ถ้ามาเพื่อเจรจาเรื่องธุรกิจ... เกรงว่าคุณลุงคงต้องกลับไปศึกษาเรื่องกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิ์การถือครองโฉนดที่ดินของภรรยาผมเสียใหม่ เพราะทุกตารางนิ้วในที่ดินแปลงนี้ และทุกหยดน้ำตาลเคี่ยวในหม้อใบนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของรินรดาแต่เพียงผู้เดียว" อาคมหน้าเสีย สีหน้าเปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นซีดเผือดเมื่อเจอไม้นี้เข้า "แก... นี่แกพูดจากับผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้เรอะ ไอ้หนุ่มกรุงสำอาง!" "ผู้หลักผู้ใหญ่ที่หวังดีต่อลูกหลาน เขาไม่มาเยือนพร้อมกับกระดาษสัญญาเปล่าๆ ในกระเป๋าเสื้อหรอกครับ" รินรดายื่นมือไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่โผล่อออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทของอาคม เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วราวกับมันเป็นสิ่งสกปรก ก่อนจะคลี่ออกดูเบาๆ นั่นคือสัญญาโอนกิจการลอย ภายใต้ชื่อบริษัทผีที่เธอเคยเห็นผ่านตามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่แม่สามีเสียชีวิตใหม่ๆ ปลัดและญาติฝั่งนั้นเคยพยายามใช้วิธีการสกปรกแบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว และวันนี้ พวกมันก็ยังใช้มุกเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครมาเป็นอาคม รินรดาสบตากับอาคม แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ความสมเพชเวทนา "ลุงอาคมคะ... ลุงคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างริน จะยอมให้คนเดิมๆ มาหลอกซ้ำเป็นครั้งที่สอง" "แก... แกกล้าหาญมากนะนังเด็กนี่! ระวังไว้เถอะ ร้านแกจะอยู่ไม่ถึงสิ้นเดือนนี้หรอก สุขาภิบาลเอย สรรพากรเอย ลุงรู้จักคนเยอะ..." อาคมลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจับไต๋ได้ "เชิญครับ" ภาคินผายมือไปทางประตูอย่างให้เกียรติ "ประตูอยู่ตรงนั้น และถ้าคุณลุงก้าวออกไปแล้วบังเอิญเหยียบสุนัขจรจัดแถวนี้ตาย... ผมเกรงว่าผมคงไม่มีเวลามาช่วยเคลียร์คดีให้เหมือนกันนะ" อาคมสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะเดินกระแทកเท้าออกนอกร้านไปจนประตูไม้สักกระแทกวงกบเสียงดังสนั่น ความเงียบกลับมาเยือนร้าน "บ้านหม้อเก่า" อีกครั้ง รินรดายืนถอนหายใจยาว เหงื่อกาฬซึมตามไรผมเล็กน้อยจากความเดือดดาลที่ถูกสะกิดแผลเก่า แต่ก่อนที่เธอจะได้หันไปขอบคุณสามี ภาคินก็เอื้อมมือมาแตะที่ปลายคางของเธอเบาๆ บังคับให้เธองยหน้าขึ้นสบตา "คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมปล่อยให้เขาพูดจนจบประโยคที่สาม?" ภาคินเอ่ยถาม เสียงนุ่มนวลชวนฟัง รินรดากะพริบตาปริบๆ "ทำไมล่ะคะ?" "เพราะผมกำลังรอดูว่า คุณจะจัดการกับขยะชิ้นนี้ด้วยวิธีไหน... และคุณก็ทำได้ดีมาก มากจนผมรู้สึกว่า ตัวเองเริ่มกลายเป็นสามีที่ไม่มีประโยชน์ไปเสียแล้วสิครับ" ภาคินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและแววตากรุ้มกริ่มที่เธอมักจะแพ้ทางเสมอ รินรดารู้สึกได้ทันทีว่า ตัวเองกำลังโดนผู้ชายคนนี้ปั่นหัวอีกแล้ว—ไม่ใช่ด้วยความโหดร้าย แต่ด้วยความ "ตามใจ" และ "ซัพพอร์ต" ทุกฝีก้าว จนเธอแทบไม่ได้ออกแรงเหนื่อยด้วยซ้ำ "คุณภาคิน! นี่คุณจงใจให้ฉันออกโรงเองใช่ไหมคะเนี่ย!" รินรดาแกล้งค้อนใส่ วางมือลงบนสะโพก "เปล่าเสียหน่อย ผมแค่เป็นเครื่องทุ่นแรงที่คอยกันลมกันฝนให้ภรรยาคนเก่งก็เท่านั้นเองครับ" ภาคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ "แต่ถ้าคุณยังรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อย... ผมมีเมนูพิเศษที่เตรียมไว้ปลอบใจคุณโดยเฉพาะ หลังร้านตอนนี้... หมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วดำกับน้ำตาลอ้อยกำลังส่งกลิ่นหอมได้ที่แล้วนะคับ" กลิ่นหอมหวานเค็มของซีอิ๊วโบราณและพริกไทยดำโชسลอยมาจากห้องครัวด้านหลังทันที ราวกับถูกตั้งเวลาไว้ รินรดากำลังจะอ้าปากเอ็ดสามีจอมเจ้าเล่ห์ ทว่าจดหมายฉบับหนึ่งที่เหน็บอยู่ใต้กรอบประตูหน้าร้าน ซึ่งเพิ่งถูกสอดเข้ามาใหม่ในจังหวะที่อาคมเดินออกไปพอดี ก็ดึงดูดสายตาของเธอเสียก่อน บนซองจดหมายสีขาวสะอาด ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเข้มรูป "ดอกบัวคู่" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลเก่าแก่ที่เธอคิดว่าสาบสูญไปจากสารบบตั้งแต่วันที่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ รินรดายื่นมือไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังวาบ ภาคินหุบยิ้มทันที นัยน์ตาคมกริบจ้องมองซองจดหมายในมือภรรยา ขณะที่ประตูร้านด้านหน้าค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงชราในชุดไทยผ้าไหมสีงาช้าง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในร้านลดฮวบลงจนติดลบ... "สวัสดีจ้ะ... แม่สะไภ้ตัวดี ฉันกลับมาทวงของๆ ฉันคืนแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหม้อเก่ากับเจ้าของร้านจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%