"ถอยไปนะยัยทนายหน้าเลือด นั่นมันสมบัติชิ้นเอกของคดี!"
ปลายนิ้วเรียวสวยของพริมาที่กำลังคีบซองพลาสติกบรรจุเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ออกมาจากก้นแก้วไวน์คริสตัลราคาแพง ชะงักกึกทันที เมื่อสันปกแฟ้มเอกสารหนังแท้ราคาแพงกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้สักอย่างจัง เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราcanมีดโกนของรินรดาตวัดลอดไรฟันมาด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด
รินรดาก้าวเข้ามาประชิดตัวนักสืบสาวจอมกวนด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบหรี่ลงจ้องมองหลักฐานในมือของอีกฝ่ายอย่างจับผิด สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี ร่างระหงในชุดสูทสีชาโคลเข้ารูปดูทรงพลังและเย้ายวนในคลาสเดียวกัน จนพริมาที่นั่งยองๆ อยู่ข้างโต๊ะต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่... แม้จะเกลียดความเผด็จการของทนายสาวตรงหน้าแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเวลาที่รินรดาโหมดเอาจริงเอาจังแบบนี้ มันมีเสน่ห์จนชวนให้ใจสั่นอย่างประหลาด
"หน้าเลือดกับผีสิคุณริน! นี่มันวิชาชีพนักสืบอิสระต่างหากเล่า ถ้าฉันไม่คว้าเศษกระดาษชิ้นนี้ขึ้นมาจากแก้วไวน์ที่โดนน้ำล้างทำความสะอาดไปครึ่งค่อนใบ ป่านนี้หลักฐานชิ้นโบว์แดงที่เชื่อมโยงกับฆาตกรห้องปิดตายก็คงละลายหายไปกับท่อระบายน้ำแล้วล่ะค่ะ!" พริมาย้อนเสียงใสอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาคมปลาบพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เธอยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงจนใบหน้าแทบจะชนเข้ากับปลายคางของทนายสาวที่โน้มตัวลงมาแย่งชิง
ระยะห่างระหว่างพวกเธอมีไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจางๆ จากตัวพริมาลอยเข้าแตะจมูกรินรดา จนสมองที่เคยประมวลผลคดีฆาตกรห้องปิดตายอย่างเฉียบคมถึงกับสะดุดกึก รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะในอกซ้าย เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือเรียวภายใต้ถุงมือยางฉวยโอกาสคว้าหมับที่มุมซองพลาสติกทันที
"ส่งมานี่! คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องหลักฐานในที่เกิดเหตุตามอำเภอใจ การเก็บรวบรวมวัตถุพยานต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญและผ่านกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ใช้วิธี 'จิ๊ก' มาแบบโจรย่องเบาอย่างที่คุณกำลังทำอยู่!"
"โอ๊ะๆๆ แรงไปแล้วนะทนายรดา! ฉันไม่ใช่โจร แค่เป็นนักสืบผู้หวังดีที่กลัวว่าคุณจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเพราะหาหลักฐานมัดตัวคนร้ายไม่เจอต่างหากล่ะคะ" พริมาแกล้งเบี่ยงข้อมือหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชูซองพลาสติกขึ้นเหนือหัวด้วยความสูงที่ได้เปรียบกว่านิดหน่อย รอยยิ้มยียวนกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย "ถ้าอยากได้นัก ก็มาเอาเองสิคะ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าของแบบนี้มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"
รินรดาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นเส้นนูน ความโกรธผสมผสานกับความหมั่นไส้ตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบอยากจะกระโดดเตะก้านคอยัยนักสืบตัวแสบคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอก็รู้ดีว่าถ้าทำแบบนั้น เศษกระดาษชิ้นสำคัญในซองอาจจะฉีกขาดเสียหายไปตลอดกาล
"พริมา! คุณนี่มัน... ดื้อด้านและน่ารำคาญที่สุดในสามโลกเลยรู้ตัวไหม!"
"อ้าว ชมกันโต้งๆ แบบนี้ ฉันก็เขินแย่สิคะคุณทนายปากจัด" พริมาหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาส่อแววเจ้าเล่ห์พราวระยับยามได้เห็นคนตรงหน้าฟึדฟัดจนแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่สายตาคู่สวยที่มองมากลับไม่มีรังเกียจเดียดฉันท์แม้แต่น้อย มันคือสงครามประสาทที่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างเพลิดเพลินกับมันมากแค่ไหน
บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราที่ถูกปิดตายชั่วคราวเพื่อรอการตรวจสอบรอบสองอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ความตึงเครียดจากคดีฆาตกรรมสุดปริศนาถูกแทนที่ด้วยเคมีชวนจิกหมอนของคู่กัดคู่นี้อย่างรวดเร็ว รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะตัดสินใจพุ่งตัวเข้าประชิดวงแขนของพริมาอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวแล้วออกแรงดึงลงมาเต็มแรง
"อุ๊ย!" พริมาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างเพรียวบางเสียหลักเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกของทนายสาวเต็มแรง แขนเรียวทั้งสองข้างต้องรีบยกขึ้นโอบรอบเอวบางของรินรดาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ทั้งคู่ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
ดวงตาสองคู่สบประสานกันนิ่งสนิท ในระยะประชิดแบบนี้ รินรดาสามารถมองเห็นแพขนตางอนงามและประกายระยิบระยับในดวงตาคู่สวยของนักสืบสาวได้อย่างชัดเจน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตอนนี้กลับรัวเร็วจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก กลิ่นอายความเป็นตัวตนของพริมาโอบล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
"ทีนี้... จะส่งซองหลักฐานให้ฉันดีๆ หรือจะต้องให้ฉันรื้อค้นด้วยวิธีอื่นคะ... คุณนักสืบ" เสียงหวานติดจะแหบพร่าเล็กน้อยกระซิบแผ่วเบaอยู่ชิดริมหางตาของพริมา ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดารดรินอยู่ข้างแก้มทำเอาพริมาขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความซึนที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล
พริมายิ้มค้าง เธอกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าตัวเองตกหลุมพรางความเจ้าเล่ห์ของทนายสาวมาดเนี้ยบเข้าอย่างจัง มือที่เคยถือซองหลักฐานไว้มั่นเริ่มอ่อนแรงลง ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกของอีกฝ่ายอยู่รำไร
"คุณนี่มัน... ขี้โกงเป็นบ้าเลย..." พริมาพึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตาคู่สวยฉายแววคลั่งรักที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนหลุดลอดออกมาวับหนึ่ง "ยอม... ยอมคุณก็ได้ค่ะ ยัยทนายเผด็จการ"
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้อง!
"เปิดประตูเำดี๋ยวนี้! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มเติม!"
เสียงนั้น... เสียงกังวานห้าวทุ้งที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจเต็มเปี่ยม... คือเสียงของสารวัตรคณิน นายตำรวจหนุ่มคู่ปรับคนสำคัญของรินรดา และเป็นคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพวกเธอมาโดยตลอด!
รินรดาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต เธอดันร่างของพริแมออกห่างอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนจากความหวานซึ้งเป็นความเคร่งเครียดจริงจังในเสี้ยววินาที พริมาเองก็รีบซุกซองพลาสติกบรรจุเศษกระดาษลงในกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองอย่างว่องไว พร้อมกับสบถเบาๆ ในลำคอ
เสียงบิดลูกบิดประตูดังแกร็ก... ร่างสูงโปรดในเครื่องแบบตำรวจเต็มยศของสารวัตรคณินก้าวเข้ามาพร้อมกับลูกน้องอีกสองนาย สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หญิงสาวทั้งสองที่ยืนอยู่ห่างกันพอดีเกินไป
"อ้าว... ทนายรดา กับคุณนักสืบพริมา" สารวัตรคณินยกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า "ดูท่าทางพวกคุณจะขยันขันแข็งกันน่าดู ถึงได้มาเดินเล่นอยู่ในห้องปิดตายที่คดียังไม่คลี่คลายแบบนี้... หรือว่าพวกคุณกำลังพยายาม 'ซ่อน' อะไรบางอย่างจากทางตำรวจกันแน่?"
รินรดาก้าวออกไปบังร่างของพริมาไว้ครึ่งหนึ่ง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่คมกริบไม่แพ้กัน
"ถ้าสารวัตรมีเวลาว่างมาเดินจับผิดพวกเรา สู้เอาเวลาไปหาหลักฐานมัดตัวฆาตกรตัวจริงไม่ดีกว่าเหรอคะ? หรือว่าสมองของตำรวจไทยยุคนี้คิดได้แค่วิธีคอยตามก้นทนายความซะแล้วล่ะ?"
สารวัตรคณินหรี่ตาลง รังสีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวนายตำรวจหนุ่มทันที "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับคุณทนาย... เพราะหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีนี้ หายไปจากแก้วไวน์บนโต๊ะนั้น และผมมีสิทธิ์ที่จะตรวจค้นตัวทุกคนที่อยู่ในห้องนี้... รวมถึงคุณด้วย!"
สิ้นคำพูดนั้น สารวัตรคณินก็โบกมือให้ลูกน้องก้าวเข้ามาประชิดตัวพวกเธอทันที ขณะที่พริมาแอบใช้มือสะกิดชายเสื้อสูทของรินรดาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนภัย ในขณะที่ซองหลักฐานในกระเป๋าเสื้อของเธอกำลังร้อนผ่าวราวกับถ่านไฟแดง!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ปากแข็งแต่ใจคลั่งรักคู่นี้นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!)*
ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย•ตอนที่ 4
ร่องรอยในแก้วไวน์
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายปากจัดกับยัยนักสืบตัวแสบในคดีห้องปิดตาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!